- การผนวก Microsoft Visual Studio, Jenkins และฟีเจอร์ใหม่อื่นๆเข้ามาในระบบ ช่วยให้การใช้ OutSystems คู่กับห่วงโซ่เครื่องมือ DevOps ที่ซับซ้อนกลายเป็นเรื่องง่าย
OutSystems ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเบอร์หนึ่งสำหรับพัฒนา low code ประกาศเปิดตัวฟีเจอร์ DevOps ใหม่ ซึ่งช่วยให้ระบบไอทีองค์กรสามารถใช้ประโยชน์จากการพัฒนา low code ซึ่งถือเป็นกุญแจขับเคลื่อนสำคัญของการพลิกโฉมองค์กรสู่ระบบดิจิทัล
https://photos.prnasia.com/prnvar/20171116/1994802-1LOGO
ข้อมูลโดยการ์ทเนอร์ระบุว่า "ถึงแม้ DevOps จะนำเสนอข้อได้เปรียบทางธุรกิจที่แสนดึงดูดใจ แต่ทว่าหลายๆองค์กรกำลังเผชิญความยุ่งยากในการเริ่มต้น หรือฟื้นฟูโครงการริเริ่มต่างๆ เนื่องจากมีปัจจัยความไม่แน่นอนในการพลิกโฉมธุรกิจ" *Gartner, DevOps -- Eight Simple Steps to Get It Right, George Spafford and Ian Head, October 9, 2017
ระบบไอทีองค์กรเผชิญความยากลำบากในการสร้างห่วงโซ่เครื่องมือ DevOps กับแพลตฟอร์มเก่าในองค์กร ทำให้การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆกลายเป็นเรื่องยากยิ่งขึ้น แต่ปัจจุบัน OutSystems ผนวกการทำงานกับเครื่องมือดังกล่าวได้แล้ว ทำให้การติดตั้งใช้งานเทคโนโลยีเก่ากับแพลตฟอร์ม low code สมัยใหม่สามารถทำได้อย่างราบรื่น
คุณสมบัติใหม่ๆ ประกอบด้วย
- Enhanced LifeTime Deployment API - Deployment API เวอร์ชั่นนี้ช่วยในการจัดการแอปพลิเคชั่น โมดูล สิ่งแวดล้อม ตลอดจนการติดตั้งใช้งานระบบของ OutSystems ทีม DevOps จึงสามารถใช้แพลตฟอร์มบริหารจัดการ DevOps ในการจัดการวงจรชีวิตของแอปพลิเคชันที่สร้างต่อยอดหรือรันอยู่ภายใน OutSystems - Microsoft Visual Studio Team Services (VSTS) Integration - OutSystems ซึ่งใช้ประโยชน์ Enhanced LifeTime Deployment API ได้ประกาศเปิดตัวส่วนขยาย VSTS ที่รองรับการทำงานของ OutSystems อยู่ใน Microsoft Visual Studio Marketplace เพื่อใช้ในการจัดการ Build และเวอร์ชั่นปล่อยสู่ท้องตลาดของแอปพลิเคชั่น OutSystems ผ่านทาง VSTS
"OutSystems ต้องการให้องค์กรทุกแห่งสร้างได้เปรียบโดยพัฒนาความเร็วของ low code ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของพวกเขาในการบรรลุเป้าหมายเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นดิจิทัล" เปาโล โรซาโด ซีอีโอ OutSystems กล่าว "องค์กรต่างๆมีการลงทุนในด้านการพัฒนาเครื่องมือ DevOps ดังนั้นเราจึงต้องการทลายข้อจำกัดในการเข้าถึงและเพิ่มแพลตฟอร์มของเราเข้าไปในห่วงโซ่เครื่องมือของพวกเขาได้ง่ายขึ้น"
"ในขณะที่องค์กรต่างๆต้องการขับเคลื่อนกระบวนการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล พวกเขาอาจใช้แพลตฟอร์ม low code ที่ช่วยเร่งการส่งมอบแอปพลิเคชั่นระดับองค์กร" พอลลา ปานาร์รา กรรมการผู้จัดการ Microsoft Portugal ของ Microsoft Corp กล่าว "การผนึกกำลังกับ OutSystems นั้น วิน-วินสำหรับองค์กรต่างๆที่นำ DevOps มาใช้ และสร้างความสมดุลระหว่างการเปลี่ยนแปลงและรักษาแอปพลิเคชั่นที่ตกทอดลงมา"
อัปเดตเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม:
- Jenkins CI/CD Server Integration - ส่วนขยายเพื่อรองรับการบริหารจัดการวงจรชีวิตการใช้งานของ OutSystems ด้วยระบบ Jenkins แบบเปิดที่จะช่วยผสานและนำส่งเครื่องมือสนับสนุนการดำเนินงานของแผนก DevOps อย่างต่อเนื่อง - OutSystems LifeTime DevOps Advanced Deployment Options - การเสริมฟังก์ชั่นที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการวางแผนติดตั้งและปรับปรุงอินเตอร์เฟซของผู้ใช้เพื่อค้นหาและเลือกแอปพลิเคชั่นที่จะติดตั้งใช้งาน ซึ่งมีประโยชน์ต่อทีม DevOps ที่มีหน้าที่จัดการกับสภาพแวดล้อมขนาดใหญ่ด้วยแอปพลิเคชั่นจำนวนนับร้อยถึงหลักพัน - New Automated Visual Text Merge - เสนอความสามารถในการเทียบ JavaScript กับสคริปต์ CSS เพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้ง และผสานโค้ดสคริปต์เพื่อแก้ปัญหา ซึ่งช่วยเพิ่มความสามารถให้กับแผนกประกันคุณภาพ (QA) หรือฝ่ายพัฒนาในการระบุและแก้ปัญหาแอปพลิเคชั่น - Test Framework - Test Framework เป็นเครื่องมือกำกับการตรวจสอบ ซึ่งจะสนับสนุนกระบวนการทำให้เป็นระบบอัตโนมัติและจัดวาง Unit Testing using BDD Framework Tests, UI Tests, API Testing และ Mobile Testing อีกทั้งเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างแผนกพัฒนา, QA และฝ่ายปฏิบัติการ
|