ตอนนี้คุณอยู่ที่ >> หน้าแรก >> หน้ารวม Forum >> TMC Member Zone : พื้นที่พิเศษสำหรับสมาชิก >> หน้ารายละเอียดหัวข้อ
iqpress
  
TMC point : 4590
 
ไฮเซนส์ เปิดแบรนด์ธุรกิจ B2B ตอกย้ำศักยภาพในการทำธุรกิจหลากหลายรูปแบบ
ชิงเต่า, จีน--28 ต.ค.--พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

นายหลิว หงซิน ประธานบริษัท ไฮเซนส์ กรุ๊ป (Hisense Group) เปิดตัวแบรนด์และอัตลักษณ์ของธุรกิจ B2B ในเครือไฮเซนส์ เมื่อวันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา ณ เมืองชิงเต่า ประเทศจีน โดยในช่วงเดือนมกราคม-กันยายน 2559 บริษัท B2B ในเครือมีรายได้จากการขายคิดเป็น 27% ของรายได้ทั้งหมดของไฮเซนส์ กรุ๊ป และทำกำไรสูงถึง 38% ของทั้งหมด นอกจากนี้ ไฮเซนส์ กรุ๊ป ยังสามารถรักษาสมดุลระหว่างธุรกิจดั้งเดิมแบบ B2C กับธุรกิจใหม่แบบ B2B จึงทำรายได้จากการขายได้ถึง 7.85 หมื่นล้านหยวน ณ สิ้นเดือนกันยายน หรือเพิ่มขึ้น 6.53% และทำกำไรได้ถึง 5.36 พันล้านหยวน หรือพุ่งขึ้น 53.31%

รูปภาพ: http://photos.prnasia.com/prnvar/20161027/0861611224

ไฮเซนส์เป็นบริษัทสัญชาติจีนรายแรกในรอบ 56 ปีที่เป็นผู้สนับสนุนของ UEFA โดยรับบทเป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการของการแข่งขันฟุตบอล UEFA EURO 2016 และด้วยเหตุนี้ ไฮเซนส์จึงได้ปรากฏสู่สายตาชาวโลกในฐานะแบรนด์โทรทัศน์อันดับ 1 ของจีน โดยธุรกิจทีวีของไฮเซนส์ครองส่วนแบ่งสูงสุดเป็นอันดับ 1 ในตลาดจีนมายาวนานถึง 13 ปีติดต่อกัน นอกจากนั้นยังเป็นแบรนด์ทีวีที่มียอดขายสูงสุดในแอฟริกาใต้และออสเตรเลียในปีนี้ สำหรับธุรกิจ B2C ของไฮเซนส์นั้นครอบคลุมถึงโทรทัศน์ ตู้เย็น เครื่องปรับอาหาศ และอีกมากมาย

อย่างไรก็ดี ความสำเร็จของไฮเซนส์ในธุรกิจ B2B ยังไม่เป็นที่รับรู้มากนักหากเทียบกับธุรกิจ B2C โดยธุรกิจการสื่อสารเชิงแสง (Optical Communication) ของไฮเซนส์ครองอันดับ 1 ในจีน และเครื่องรับสัญญาณเชิงแสง (Optical Receiver) ของไฮเซนส์ก็อยู่ในอันดับต้นๆของโลกมาเป็นเวลา 5 ปีติดต่อกัน นอกจากนี้ ระบบขนส่งอัจฉริยะของไฮเซนส์ก็ครองส่วนแบ่งเป็นอันดับ 1 ในตลาดจีน 7 ปีติดต่อกัน ยิ่งไปกว่านั้น ในช่วงปี 2555-2558 ไฮเซนส์ยังชนะการประมูลโครงการสร้างระบบขนส่งอัจฉริยะมากถึง 42% จากทั้งหมดในประเทศ โดยแต่ละโครงการมีมูลค่ากว่า 100 ล้านหยวน นอกจากนี้ ไฮเซนส์ยังพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์เพื่อช่วยในการผ่าตัดและระบบจอแสดงผลการผ่าตัดอัจฉริยะ ขณะที่ระบบนำทางเพื่อช่วยในการผ่าตัดก็ก้าวสู่ความล้ำสมัยในระดับสากลภายในเวลาเพียง 3 ปีเท่านั้น และหากพูดถึงส่วนแบ่งตลาดในธุรกิจเครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์แล้ว ไฮเซนส์ใช้เวลา 14 ปีในการพัฒนาตนเองจนก้าวขึ้นเป็นอันดับ 2 ในประเทศจีน โดยได้รับอานิสงส์จากเทคโนโลยี VRF ชั้นนำระดับโลกของไฮเซนส์เอง

อนึ่ง ธุรกิจ B2B ที่เฟื่องฟูนั้น แสดงให้เห็นว่าไฮเซนส์ไม่ได้เป็นเพียงบริษัทผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป ทว่ายังเป็นบริษัทเทคโนโลยีขั้นสูงอีกด้วย

สำหรับอนาคตนั้น ไฮเซนส์จะใช้เทคโนโลยีของตนเองในการเชื่อมโยงทุกชุมชนด้วยผลิตภัณฑ์ด้านการสื่อสารและผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฮม รวมถึงให้บริการหลังการขายครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่

ธุรกิจ B2B ของไฮเซนส์จะเดินหน้ารุกเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ ควบคู่ไปกับการพัฒนาธุรกิจโทรทัศน์ ตู้เย็น และเครื่องปรับอากาศที่มีอยู่เดิมทั่วโลก

รูปภาพ - http://photos.prnasia.com/prnh/20161027/0861611224
 
โพสต์เมื่อ : 28/10/2016 14:31:00      ส่งข้อความหา iqpress    โหวตให้   โหวตลบ   ให้ mob ขอบคุณ


       แสดงความคิดเห็นที่นี่่
  ชื่อของคุณ   (สมาชิกlogin ที่นี่)  /  สมัครสมาชิก
  
  ข้อความ
 
 
           Tags | More Smiles
  ใส่ปี พ.ศ. ปัจจุบัน   ใส่เฉพาะปี พ.ศ. 4 ตัวเท่านั้น
 
   





    Catalog มือถือ     market     Review มือถือ      ราคามือถือ     forum
Catalog มือถือ
Catalog มือถือ Nokia
Catalog มือถือ Samsung
Catalog มือถือ SonyEricsson
Catalog มือถือ i-mobile
Catalog มือถือ LG
Catalog มือถือ BlackBerry
ลงประกาศสินค้ามือถือ
สมัครสมาชิก
หน้าแรกตลาดซื้อขายมือถือ
 
หน้าแรกรีวิว
รีวิว มือถือ Nokia
รีวิว มือถือ Samsung
รีวิว มือถือ Motorola
รีวิว มือถือ LG
 

ราคามือถือ Samsung
ราคามือถือ iPhone
ราคามือถือ Huawei
ราคามือถือ OPPO
ราคามือถือ Vivo
   
   
หน้าแรก cafe
Nokia club
ตั้งหัวข้อใหม่
 

© Copyright all rights reserved : ThaiMobileCenter.com