TMC Point

  8.08

การออกแบบดีไซน์

  9.5

ใช้งานง่ายและมีประสิทธิภาพ

  7.5

คุณสมบัติเครื่อง

  8.0

ฟังก์ชันการใช้งาน

 8.0

เสถียรภาพและประสิทธิภาพ

  8.5

ความคุ้มค่าต่อราคา

  7.0

 
   

Nokia 7900 Prism Review & Focus
Cut through style
Review Date (9-January-2008)

เปิดตัวและวางจำหน่ายไปแล้วเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา  สำหรับ Nokia 7900 Prism  ที่เปิดตัวมาพร้อมกับคู่หูของตัวเองอีกรุ่นหนึ่งคือ 7500 Prism  แต่ดูเหมือนว่ากระแสของทั้งคู่นี้จะไม่แรงเอาเสียเลย  เมื่อเทียบกับโทรศัพท์มือถือรุ่นอื่นๆ  ซึ่งปัจจัยที่ทำให้เป็นเช่นนี้ก็คงมีอยู่หลายๆ อย่าง  ไม่ว่าจะเป็นการโปรโมท  ราคาจำหน่ายเมื่อเทียบกับคุณสมบัติ  หรือการออกแบบดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะแบบ Diamond-Cut  ที่บางคนก็คงจะมองว่าสวยหรูดูดี  ในขณะที่บางคนก็อาจจะมองว่าแปลกๆ หรือไม่สวยได้เหมือนกัน  เรื่องราคาจำหน่ายของ 7900 Prism นั้นก็ไม่ใช่ถูกๆ  หากเป็นเครื่องศูนย์ก็จะอยู่ที่หมื่นกลางๆ  และถ้าเทียบกับคู่หูอย่าง 7500 Prism ก็จะเห็นว่าราคาแพงกว่าเท่าตัวเลยทีเดียว  

แต่ในความเป็นจริงคงต้องดูด้วยว่า 7900 Prism นั้นมีดีอะไร  จึงได้ตั้งราคาสูงกว่าโทรศัพท์มือถือรุ่นอื่นๆ  ทั้งๆ ที่คุณสมบัติโดยรวมก็ออกจะคล้ายกัน  ซึ่งสิ่งที่พิเศษของ 7900 Prism นั้นก็มีอยู่หลายจุดด้วยกัน  เริ่มตั้งแต่บอดี้บางส่วนที่ทำมาจากอลูมินั่ม  เอฟเฟคแสงไฟสุดสวยที่มีให้เลือกใช้ถึง 49 สี  การออกแบบดีไซน์แบบ Diamond-Cut ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว  รวมถึงหน้าจอแสดงผลแบบ OLED 16 ล้านสี ที่แสดงผลได้คมชัดสดใสทุกสภาพแวดล้อม  แต่แสงออกจะมืดไปซักหน่อย  สรุปแล้วหากใครที่ต้องการโทรศัพท์มือถือซักเครื่องที่มีความโดดเด่นไม่เหมือนใคร  7900 Prism ก็น่าจะตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี

Nokia 7900 Prism Video Review & Focus

 

 วิดีโอรีวิว Nokia 7900 Prism ตอนที่ 1
 ข้อมูลเบื้องต้น

 

 

 

 วิดีโอรีวิว Nokia 7900 Prism ตอนที่ 2
 ลักษณะทางกายภาพ

 

 

 

 วิดีโอรีวิว Nokia 7900 Prism ตอนที่ 3
 เมนูใช้งานหลัก

 

 

 

 วิดีโอรีวิว Nokia 7900 Prism ตอนที่ 4
 ฟังก์ชันที่น่าสนใจ

อุปกรณ์ที่มีมาให้ในกล่อง


อุปกรณ์มาตรฐานของเครื่องศูนย์ที่มาพร้อมกับชุดจำหน่ายของ 7900 Prism นั้นก็ได้แก่ ตัวเครื่อง Nokia 7900 Prism, แบตเตอรี่ Li-Ion รุ่น BL-6P ความจุ 830 mAh จำนวน 1 ก้อน, ที่ชาร์จแบตเตอรี่รุ่น AC-6 จำนวน 1 ชุด, สาย microUSB Data Cable รุ่น CA-101 จำนวน 1 ชุด, หูฟังรุ่น HS-82 จำนวน 1 เส้น, ที่ใส่โทรศัพท์มือถือ จำนวน 1 ชุด และคู่มือการใช้งานภาษาไทย-อังกฤษ จำนวน 1 เล่ม ซึ่งจากอุปกรณ์มาตรฐานของเครื่องศูนย์เหล่านี้จะเห็นว่าค่อนข้างครบถ้วนเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปเป็นอย่างดี  แต่หากผู้ใช้ต้องการเพิ่มเติมอุปกรณ์อะไรบางอย่างนอกจากที่มีแถมมาให้  ก็คงจะต้องไปหาซื้อเอาเองในภายหลัง

เมื่อแรกเห็นตัวเครื่อง

เมื่อแรกเห็นตัวเครื่อง 7900 Prism จะรู้สึกถึงโทรศัพท์มือถือที่ดูดีมีราคา สวยงามปราณีต หรูหรา ดูแข็งแรง และมีการออกแบบดีไซน์ที่ไม่เหมือนใคร  โดยเฉพาะบริเวณปุ่มกดที่อยู่ด้านหน้านั้นออกแบบมาได้สวยและแปลกตาในเวลาเดียวกัน  วัสดุที่นำมาใช้เป็นวัสดุที่มีคุณภาพสูงเป็นพิเศษ  โดยเฉพาะอลูมินั่มที่นำมาใช้กับบางส่วนของตัวเครื่อง  เช่นบริเวณฝาหลังเป็นต้น  ส่วนขนาดของตัวเครื่องนั้นอยู่ในระดับกลางๆ  ไม่ใหญ่ไม่เล็กจนเกินไป  หรือไม่หนาไม่บางเป็นพิเศษ  ตัวเครื่องมีสีดำตลอดทั้งตัว  ซึ่งอาจเรียกได้ว่าดูดีแบบลึกลับก็ว่าได้


รูปร่างหน้าตาเมื่อมองที่ด้านหน้าของตัวเครื่องจะพบว่ามีความกว้างและความสูงมากกว่ามาตรฐานของโทรศัพท์มือถือทรงแท่งทั่วไปอยู่เล็กน้อย  รูปทรงดูไม่โค้งมนเท่าไหร่  ออกจะเหลี่ยมๆ  แต่ก็เหลี่ยมแบบดูดี  ที่ด้านบนเป็นลำโพงหูฟังสำหรับใช้งานขณะสนทนา  และตัวเซนเซอร์วัดระดับแสงของสภาพแวดล้อม  ส่วนถัดมาที่บริเวณตรงกลางจะเป็นหน้าจอแสดงผลแบบ OLED ที่มีความกว้าง 2 นิ้ว  ซึ่งถือว่าไม่เล็กไม่ใหญ่  กำลังพอดีสำหรับการใช้งานทั่วๆ ไป  ที่ด้านล่างของหน้าจอแสดงผลจะเป็นปุ่มกดควบคุมต่างๆ ทั้งปุ่มเลือกด้านซ้าย, ปุ่มรับสาย-โทรออก, ปุ่มควบคุมการทำงานแบบ 5 ทิศทางซึ่งมีรูปร่างคล้ายเพชร, ปุ่มเลือกด้านขวา และปุ่มปฏิเสธการรับสาย  ด้านล่างสุดจะเป็นแผงปุ่มกดตัวเลขซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแบบ Diamond-Cut  ซึ่งอาจจะกดใช้งานได้ลำบากซักหน่อย  แต่นานๆ ไปก็คงจะคล่องมือไปเอง


เมื่อพลิกมาดูที่ด้านหลังของตัวเครื่องก็จะพบกับพื้นผิวของฝาหลังที่ออกแบบลวดลายมาอย่างสวยงามและดูหรูหรามีราคา  ซึ่งฝาหลังนี้ทำมาจากอลูมินั่มด้วย  จึงน่าจะมีความคงทนแข็งแรงมากกว่าวัสดุทั่วไปพอสมควร  ที่ด้านบนซ้ายไฟแฟลชสำหรับให้แสงสว่างขณะถ่ายภาพ  ถัดมาตรงกลางจะเป็นเลนส์กล้องดิจิตอลรูปร่างเหมือนเพชรซึ่งถ่ายภาพได้ความละเอียดสูงสุดที่ 2 ล้านพิกเซล  ถัดมาที่ด้านขวาจะเป็นลำโพงในตัวของ 7900 Prism  และที่บริเวณตรงกลางของฝาหลังก็จะมีโลโก้ของยี่ห้อโนเกียปั้มเอาไว้


ที่ด้านข้างขวาของตัวเครื่องไม่มีองค์ประกอบอะไรนอกเหนือจากพื้นผิวที่ลงลวดลายเอาไว้  ซึ่งเป็นส่วนเดียวกันกับฝาหลัง


ที่ด้านข้างซ้ายของตัวเครื่องก็เช่นกัน  ที่มีเพียงพื้นผิวที่สลักลายเอาไว้อย่างสวยงาม


ที่ด้านบนของตัวเครื่องจะมีช่องเชื่อมต่อแบบ microUSB  โดยช่องเชื่อมต่อนี้จะใช้สำหรับที่ชาร์จแบตเตอรี่ด้วย  ซึ่งทำให้ไม่สามารถเสียบสายชาร์จแบตเตอรี่  กับสาย microUSB ไปพร้อมๆ กันได้  แต่อย่างน้อย  เวลาเสียบสาย microUSB มันก็จะทำการชาร์จแบตเตอรี่ไปในตัวด้วยอยู่แล้ว


ที่ด้านล่างของตัวเครื่องก็เป็นแบบเรียบๆ  แทบจะไม่มีอะไรเลย  นอกจากรูกลมเล็กๆ ที่อยู่ตรงมุม  ซึ่งก็คือไมโครโฟนสำหรับใช้งานขณะสนทนา และ เพื่อการบันทึกเสียง  เพื่อสั่งงานด้วยเสียง  หรือเพื่อโทรออกด้วยเสียงนั่นเอง

เริ่มใส่ SIM Card และแบตเตอรี่


การใส่ซิมการ์ด และแบตเตอรี่สำหรับ Nokia 7900 Prism นั้นสามารถทำได้ไม่ยาก จะมีขั้นตอนวิธีการที่คล้ายคลึงกับโทรศัพท์มือถือทั่วๆ ไป นั่นคือถอดฝาหลังออกก่อน โดยอาจจะนำนิ้วโป้งทั้ง 2 นิ้วดันลงไปอย่างมั่นคงที่ฝาหลังดังภาพ หลังจากนั้นให้ออกแรงเลื่อนนิ้วโป้งเข้ามาในทิศทางเข้าหาตัวเองด้วยแรงพอประมาณ หากไม่มีอะไรผิดพลาด ฝาหลังก็จะเลื่อนออกมาได้โดยง่าย  แต่ก็ยังรู้สึกได้ถึงความแน่นอยู่  ซึ่งก็ถือว่าเป็นข้อดีในเรื่องของความหนาแน่นแข็งแรง


เมื่อเปิดฝาหลังออกมาแล้วก็จะพบกับช่องว่างสำหรับใส่ซิมการ์ด และแบตเตอรี่ ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับโทรศัพท์มือถือทั่วๆ ไป ส่วนลักษณะของฝาหลังนั้นจะทำมาจากอลูมินั่มผสมพลาสติกคุณภาพสูง  สลักลายเอาไว้อย่างสวยงาม ซึ่งดูไปแล้วก็มีความหนา และแข็งแรงมากเป็นพิเศษ


ฝาหลังของ 7900 Prism นอกจากจะทำมาจากวัสดุชั้นดีแล้ว  ยังมีรูปร่างลักษณะที่ดูพิเศษอีกเล็กน้อยคือ  มีรูปร่างคล้ายซอง  ซึ่งจะห่อหุ้มตัวเครื่องตั้งแต่ด้านหลังของตัวเครื่อง  และมาจนถึงบริเวณด้านข้างของตัวเครื่องในชิ้นเดียวกัน


ช่องสำหรับใส่ซิมการ์ดจะอยู่บริเวณด้านบนของกรอบใส่แบตเตอรี่  ในลักษณะของกรอบโลหะที่ติดอยู่ตายตัว  ไม่สามารถพับหรือเปิดกางออกมาได้  ซึ่งก่อนที่จะใส่แบตเตอรี่ก็ควรที่จะใส่ซิมการ์ดก่อน  เพราะหากใส่แบตเตอรี่ก่อนจะใส่ซิมการ์ดได้ยาก  เพราะก้อนแบตเตอรี่จะนูนขึ้นมาปิดช่องใส่ซิมการ์ดเอาไว้นั่นเอง


การใส่ซิมการ์ดก็ให้นำแผ่นซิมการ์ดสอดเข้าไปในช่องของกรอบโลหะดังกล่าว  ซึ่งสามารถใส่เข้าไปได้ไม่ยาก  โดยให้สังเกตรอยบากของกรอบโลหะ  แล้วใส่ซิมการ์ดเข้าไปในทิศทางเดียวกัน  แล้วดันให้เข้าไปด้านในสุด 


การใส่แบตเตอรี่ก็มีลักษณะเช่นเดียวกันกับโทรศัพท์มือถือทั่วๆ ไป  โดยให้นำก้อนแบตเตอรี่มาใส่ให้ถูกตำแหน่ง  ซึ่งอาจจะสังเกตจากขั้วโลหะของแบตเตอรี่ให้ตรงกับช่องใส่  เมื่อทำการใส่ซิมการ์ด และแบตเตอรี่เรียบร้อยดีแล้ว ที่ด้านหลังของตัวเครื่องก็จะมีลักษณะดังภาพ จากนั้นก็ให้นำฝาหลังมาปิดเอาไว้ตามปกติเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดใช้งานเครื่องต่อไป

ความเหมาะมือ ขนาด และน้ำหนัก

 
น้ำหนักตัวเครื่องของ Nokia 7900 Prism นั้นอยู่ที่ 101 กรัม  ซึ่งก็ถือว่าค่อนข้างหนักเมื่อเปรียบเทียบกับโทรศัพท์มือถือทรงแท่งทั่วๆ ไปในปัจจุบัน  แต่ด้วยน้ำหนักขนาดนี้ก็ช่วยให้รู้สึกถึงความแข็งแกร่งคงทนได้มากขึ้นตามไปด้วย  เรียกได้ว่าเป็นทั้งข้อดีและข้อด้อยในเวลาเดียวกัน  ส่วนเรื่องของความเหมาะมือนั้น  ด้วยมิติของตัวเครื่องที่ค่อนข้างกว้างและยาว  ความหนาที่พอประมาณ  รวมถึงพื้นผิวสัมผัสส่วนใหญ่ที่ไม่ลื่น  ทำให้สามารถยึดจับได้ถนัดมือเป็นอย่างดี  คงไม่ตกหล่นง่ายๆ อย่างแน่นอน  เมื่ออยู่ในฝ่ามือใหญ่ๆ ก็ถือว่ามีขนาดกำลังดี  แต่หากอยู่ในฝ่ามือเล็กๆ ก็อาจจะดูใหญ่ไปสักนิด  ส่วนเรื่องวัสดุหรือชิ้นงานนั้นไม่ต้องพูดถึง  เพราะรุ่นนี้เขาเน้นคุณภาพในเรื่องนี้อยู่แล้ว  จึงหายห่วงได้


ขนาดของตัวเครื่องเมื่อนำมาเทียบกับโทรศัพท์มือถือรุ่นอื่น  เช่นดังภาพเป็นการเปรียบเทียบกันกับ 5310 XpressMusic ซึ่งเป็นมิวสิคโฟนที่โดดเด่นในเรื่องของขนาดที่กระทัดรัดและบางเฉียบ  จะพบว่า 7900 Prism มีขนาดที่ใหญ่และหนามากกว่าอยู่พอสมควร 

เริ่มเปิดเครื่อง


เมื่อทำการใส่ซิมการ์ด และแบตเตอรี่เรียบร้อยดีแล้ว ก็พร้อมที่จะทำการเปิดเครื่องเพื่อใช้งาน โดยวิธีการเปิดเครื่องของ 7900 Prism นั้นสามารถทำได้ไม่ยาก โดยกดปุ่มเปิด-ปิดเครื่องซึ่งเป็นปุ่มเดียวกันกับปุ่มวางสาย  กดค้างเอาไว้ประมาณ 1-2 วินาที หลังจากนั้นเครื่องก็จะทำการสตาร์ทตัวเอง ซึ่งเท่าที่สังเกตดูจะพบว่า 7900 Prism จะเปิดใช้งานได้ค่อนข้างเร็วทันใจ  แถมยังมีเอฟเฟคแสงไฟวิ่งไปวิ่งมาอย่างสวยงามอีกด้วย

ความคมชัดและสวยงามของหน้าจอแสดงผล


หน้าจอของ Nokia 7900 Prism นั้นเป็นหน้าจอแบบ OLED 16 ล้านสี  กว้าง 2 นิ้ว  ความละเอียดระดับ QVGA (320x240 Pixels)  ซึ่งจากการใช้งานพบว่าหน้าจอนี้สามารถแสดงผลได้อย่างคมชัด  สีสันสดใสเป็นอย่างดีตามมาตรฐานของหน้าจอระดับนี้  แต่เสียอย่างเดียวก็ตรงที่ความสว่างของหน้าจอยังไม่มากเท่าที่ควร  ออกจะมืดๆ มัวๆ ไปซักหน่อย  สรุปแล้วหากใครคาดหวังว่าหน้าจอของ 7900 Prism จะต้องแสดงผลได้สวยสุดๆ  อาจจะต้องลองพิจารณาด้วยตัวเองอีกครั้งหนึ่ง

ปุ่มกด และการตอบสนอง


ปุ่มกดต่างๆ ของ 7900 Prism นั้นถูกออกแบบมาให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแบบ Diamond-Cut  และมีพื้นผิวที่มันวาว  ซึ่งก็ทำให้มีความสวยหรูดูดีมีราคามากกว่าโทรศัพท์มือถือทั่วไป  แต่ความง่ายในการกดปุ่มยังถือว่าเป็นรองโทรศัพท์มือถือที่มีปุ่มกดแบบปกติอยู่พอสมควร  นอกจากรูปร่างของปุ่มกดจะไม่คุ้นมือแล้ว  ก็ยังค่อนข้างแข็งอีกด้วย  ต้องใช้แรงมากสักหน่อยในการดันนิ้วลงไปแต่ละที  อีกทั้งความแบนราบของมันก็อาจทำให้กดพลาดได้อยู่เป็นระยะ  แต่อย่างไรก็ตามในเรื่องของการตอบสนองนั้นสามารถทำได้ดี  การใช้งานทั่วไปมีการประมวลผลที่รวดเร็วทันใจพอสมควร  รวมถึงการใช้งานที่ต้องการๆ ประมวลผลข้อมูลที่สูงก็ทำได้ดีด้วย  เช่นการเปิดดูแกลลอรี่รูปภาพ  หรือการใช้งานกล้องดิจิตอล  เป็นต้น

คุณสมบัติเด่นที่น่าสนใจ

- การออกแบบดีไซน์สไตล์ Diamond-Cut และวัสดุชั้นดี : การออกแบบดีไซน์ของ 7900 Prism ถือเป็นเอกลักษณ์หรือจุดขายประจำรุ่นเลยก็ว่าได้  ด้วยดีไซน์แบบ Diamond-Cut หรือ Cutting-Edge  ซึ่งได้แนวคิดมาจากเหลี่ยมหรือมุมต่างๆ ของเพชร  จึงดูโดดเด่นแปลกตากว่ารุ่นอื่นๆ  ประกอบกับวัสดุที่นำมาใช้เป็นวัสดุคุณภาพสูง  เช่นฝาหลังที่ทำมาจากอลูมินั่มและสลักลายไว้อย่างสวยงาม  จึงช่วยให้ 7900 Prism ดูดีหรูหรามีราคาขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง  บางคนก็อาจจะมองแล้วดูสวย  แต่บางคนอาจมองดูแล้วรู้สึกแปลกๆ มากกว่า  ก็คงแล้วแต่มุมมองของแต่ละคน  สรุปแล้วใครที่เน้นในเรื่องของการออกแบบดีไซน์โดยไม่คำนึงถึงคุณสมบัติมากนักก็คงต้องเล็ง 7900 Prism ไว้อีกรุ่นด้วยเหมือนกัน

- เอฟเฟคแสงไฟสวยงาม  ปรับเปลี่ยนได้ถึง 49 สี : จุดเด่นที่สำคัญอีกอย่างของ 7900 Prism คือเอฟเฟคแสงไฟนั่นเอง  โดยผู้ใช้สามารถปรับเปลี่ยนสีของแสงไฟได้ถึง 49 สีด้วยกัน  ซึ่งเอฟเฟคแสงไฟเหล่านี้จะแสดงให้เห็นในสถานการณ์ต่างๆ  ตั้งแต่การเปิด-ปิดเครื่อง  หรือการแสดงเพื่อบอกสถานะการทำงานต่างๆ  ถือว่าเป็นอีกลูกเล่นหนึ่งที่น่าสนใจอยู่เหมือนกัน

- หน้าจอแบบ OLED 16 ล้านสี  กว้าง 2 นิ้ว  ความละเอียดระดับ QVGA : จอแสดงผลของ 7900 Prism เป็นแบบ OLED 16 ล้านสี  มีความว้าง 2 นิ้ว  และมีความละเอียด 320x240 Pixels ซึ่งหลายคนอาจคาดหวังว่าน่าจะแสดงผลได้สวยงามมากกว่าหน้าจอ TFT ของโทรศัพท์มือถือรุ่นอื่นๆ  ซึ่งก็ถูกเพียงครึ่งหนึ่ง  เรื่องแรกหากดูกันที่ความละเอียดคมชัดหรือสีสันก็ยังถือว่าสอบผ่านไปได้  สามารถแสดงผลได้คมชัดสีสันสดใสดี  แต่ก็ยังสอบไม่ผ่านในเรื่องความสว่างของหน้าจอ  เพราะยังดูมืดๆ หม่นๆ ไปซักหน่อย  แต่อย่างไรก็ดี  หากใครสนใจรุ่นนี้ก็อยากจะให้ไปลองดูเครื่องจริงด้วยตัวเองก่อนน่าจะดีที่สุด

- หน่วยความจำภายในขนาด 1 GB : หน่วยความจำภายในเครื่องที่มีมากถึง 1 GB  ของ 7900 Prism  จะถือว่าเป็นข้อดีก็ได้  เพราะโทรศัพท์มือถือส่วนใหญ่คงใส่มาให้ไม่มากขนาดนี้  แต่หากได้รู้ว่า 7900 Prism นั้นไม่สามารถใส่การ์ดหน่วยความจำเพิ่มได้คงต้องผิดหวังไปตามๆ กันเลยทีเดียว  ซึ่งถือเป็นจุดด้อยที่สำคัญของรุ่นนี้ก็ว่าได้  แต่อย่างไรก็ดี  หน่วยความจำขนาด 1 GB  ก็ถือว่าไม่มากไม่น้อยสำหรับการใช้งานพื้นฐาน  รวมถึงการใช้งานเกี่ยวกับความบันเทิง  หากผู้ใช้มีการจัดการที่ดีซักหน่อย  หน่วยความจำขนาด 1 GB  ก็น่าจะเพียงพอสำหรับการใช้งานในระดับหนึ่งแล้ว

- กล้องดิจิตอลความละเอียดระดับ 2 ล้านพิกเซล  พร้อมไฟแฟลชในตัว : กล้องดิจิตอลของ 7900 Prism เป็นกล้องดิจิตอลที่สามารถถ่ายภาพได้ที่ความละเอียดสูงสุด 2 ล้านพิกเซล หรือ 1600x1200 Pixels  พร้อมทั้งมีไฟแฟลชในตัวที่ช่วยให้แสงสว่างในที่มืด  แต่ไม่มีระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติ (Auto Focus)  ซึ่งคงไม่แปลกอะไรเนื่องจากรุ่นนี้ไม่ได้เน้นในเรื่องของการถ่ายภาพเป็นหลักนั่นเอง  ความละเอียดระดับ 2 ล้านพิกเซลนี้ก็ถือว่าเป็นความละเอียดที่อยู่ในระดับไม่มากไม่น้อย  ส่วนคุณภาพของรูปภาพที่ถ่ายได้นั้นถือว่ายังไม่ค่อยดีนัก  ซึ่งก็เป็นไปตามที่คาดไว้  แต่ก็สามารถเก็บรายละเอียดได้บ้างพอสมควร  ส่วนในเรื่องของสีสันที่ได้นั้นยังดูอึมครึมไม่สดใสเท่าที่ควร  และการถ่ายภาพวิดีโอก็ยังมีความละเอียดเพียงระดับ QCIF หรือ 176x144 Pixels เท่านั้น  สรุปแล้วหากใครเน้นในเรื่องของการถ่ายภาพจากมือถือด้วยก็คงต้องมองข้ามรุ่นนี้ไป  สำหรับคุณสมบัติโดยละเอียดของกล้องดิจิตอลของ 7900 Prism จะมีดังต่อไปนี้

- กำหนดความละเอียดของภาพถ่ายได้ 7 ระดับ (1600x1200, 1280x960, 1152x864, 800x600, 640x480, 320x240 และ 160x120 Pixels)
- กำหนดคุณภาพของภาพถ่ายได้ 3 ระดับ (High, Normal และ Basic)
- ไฟแฟลชในตัว  พร้อมโหมดการทำงาน 3 รูปแบบ (Flash Off, Flash On และ Automatic) (ทำงานได้เฉพาะการถ่ายภาพนิ่ง)
- ซูมภาพได้ 8 ระดับ (Digital Zoom)
- โหมดถ่ายภาพในแนวกว้าง (Landscape Photo)
- ตั้งเวลาถ่ายภาพล่วงหน้า (3, 5 และ 10 วินาที)
- ใส่ Effects ให้กับรูปภาพ (Normal, False Colours, Greyscale, Sepia, Negative และ Solarize)
- ปรับค่า White Balance (Auto, Daylight, Tungsten, Fluorescent และ Horizon)
- กำหนดความละเอียดของภาพวิดีโอได้ 2 ระดับ (176x144 และ 128x96 Pixels : 3GP)
- กำหนดความยาวของการถ่ายภาพวิดีโอได้ 2 ระดับ (Default และ Maximum)
- กำหนดคุณภาพของภาพวิดีโอได้ 3 ระดับ (High, Normal และ Basic)
- กำหนดเวลา Preview รูปภาพได้ 5 รูปแบบ (No Preview, 3 วินาที, 5 วินาที, 10 วินาที และ End Manually)
- เปิด-ปิดเสียงกล้องได้

สำหรับตัวอย่างภาพถ่ายที่ได้จากกล้องดิจิตอลของ 7900 Prism จะมีดังต่อไปนี้



ภาพถ่ายความละเอียด 1600x1200 Pixels : โหมดการถ่ายภาพแบบอัตโนมัติ : คุณภาพสูง 


ทดสอบการซูมขยายภาพในระดับ 1X ถึง 8X ตามลำดับ 


ทดสอบการใส่ Effects ให้กับรูปภาพ  แบบ Normal, False Colours, Greyscale, Sepia, Negative และ Solarize ตามลำดับ


ทดสอบการปรับค่า White Balance แบบ Auto, Daylight, Tungsten, Fluorescent และ Horizon ตามลำดับ 


ทดสอบโหมดถ่ายภาพในแนวกว้าง (Landscape Photo) 


ทดสอบการถ่ายภาพวิดีโอ  ความละเอียด QCIF (176x144 Pixels) : คุณภาพสูงสุด

- โปรแกรมเล่นไฟล์เพลง และไฟล์วิดีโอ พร้อมลำโพง Loudspeaker ในตัว : การเล่นไฟล์เพลงใน 7900 Prism นั้นรองรับไฟล์เพลงแบบ MP3, AAC และ eAAC+ โดยเป็นเสียงแบบ Stereo  ซึ่งหากใช้หูฟังก็จะมีคุณภาพเสียงที่ดีและมีความไพเราะในระดับหนึ่ง แต่ถ้าหากเปิดฟังผ่านทางลำโพง Loudspeaker แม้จะมีเสียงที่ดังมากพอสมควรแต่คุณภาพเสียงก็จะด้อยกว่าฟังผ่านทางหูฟังค่อนข้างมาก นอกจากนั้นยังมีอีควอไลเซอร์ให้เลือกใช้ ช่วยให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งรูปแบบของเสียงเพลงได้ตามต้องการ ซึ่งในเครื่องมีรูปแบบตั้งมาให้แล้ว 5 รูปแบบด้วยกัน  คือ ปกติ, ป๊อป, ร็อค, แจ๊ส และคลาสสิค โดยนอกจากนี้ยังมีอีก 2 รูปแบบที่ผู้ใช้สามารถปรับแต่งได้เองได้ตามใจชอบ  ซึ่งอีควอไลเซอร์นี้มีความละเอียด 5-Band ด้วยกัน  สำหรับการเล่นไฟล์วิดีโอนั้นสามารถรองรับการเล่นไฟล์วิดีโอแบบ 3GPP, H.263 video และ MPEG-4 ส่วนเรื่องของความดังที่ออกมาจากลำโพง Loudspeaker นั้นถือว่ามีความดังชัดเจนเป็นอย่างดี แต่หากเปิดในระดับสูงสุดจะสังเกตได้ถึงอาการแตกของลำโพง

- เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่าน WCDMA, EDGE และ GPRS : จุดเด่นของ 7900 Prism อีกอย่างคือการรองรับการใช้งานกับระบบเครือข่ายแบบ WCDMA ซึ่งเป็นเครื่องข่ายระดับ 3G  แต่ก็น่าเสียดายที่ยังไม่สามารถใช้งานในประเทศไทยได้เหมือนเคย  ส่วนคุณสมบัติอย่างหนึ่งที่เริ่มกลายเป็นคุณสมบัติพื้นฐานของโทรศัพท์มือถือยุคปัจจุบันไปแล้วก็คือการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านระบบ EDGE และ GPRS ซึ่ง 7900 Prism ก็มีมาให้อย่างครบถ้วน  การเล่นอินเทอร์เน็ตสามารถเล่นผ่านได้ทั้งทาง Browser ของโนเกียเอง  หรือจะเล่นผ่าน Opera mini ซึ่งเป็น Browser ที่มีลูกเล่นมากกว่าก็ได้เช่นกัน  การใช้งานก็ถือว่าใช้งานได้ดีตามปกติ  แต่อาจจะติดตรงที่หน้าจอแสดงผลมีความกว้างเพียงแค่ 2 นิ้วเท่านั้น  ผู้ใช้จึงต้องเพ่งสายตากันมากสักหน่อย

- เชื่อมต่อข้อมูลผ่าน Bluetooth และ microUSB : ช่องทางการเชื่อมต่อข้อมูลที่มีให้ใน 7900 Prism นั้นมีมาให้อย่างครบถ้วน ทั้งการเชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่าน Bluetooth เวอร์ชัน 2.0 รวมถึงการเชื่อมต่อข้อมูลแบบใช้สายผ่าน Data Cable ซึ่งมีอินเทอร์เฟสการเชื่อมต่อแบบ microUSB โดยอินเทอร์เฟสแบบ microUSB ของ 7900 Prism นี้สามารถรองรับการใช้งานได้ทั้งการโอนถ่ายข้อมูล, การชาร์จแบตเตอรี่ หรือการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เสริมได้ในพอร์ตเดียวกัน ส่วนการใช้ Bluetooth นั้นเป็นไปได้อย่างอิสระ ไม่ต้องมีการติดตั้งอะไรเพิ่มเติม

คุณสมบัติอื่นๆ ที่น่าสนใจ

- เสียงเรียกเข้า 64-Polyphonic พร้อมรองรับไฟล์ MP3 : คุณสมบัติด้านเสียงเรียกเข้าของ 7900 Prism ถือว่าเป็นไปตามมาตรฐานของโทรศัพท์มือถือยุคปัจจุบัน  โดยสามารถรองรับได้ทั้งไฟล์ MP3, True Tones และไฟล์ MIDI แบบ 64-Polyphonic  เรื่องคุณภาพเสียงที่ได้จากลำโพงในตัวถือว่าน่าพอใจ  มีความไพเราะดี  ส่วนระดับความดังถือว่าดังพอสมควร  ได้ยินค่อนข้างชัดเจนเป็นอย่างดี  แต่อย่างไรก็ตาม  หากเปิดเสียงในระดับที่ดังที่สุด  ก็จะมีอาการลำโพงแตกให้เห็นอยู่บ้าง

- รองรับการรับ-ส่งข้อความแบบ SMS, Audio และ MMS : คุณสมบัติด้านการรับ-ส่งข้อความของ 7900 Prism ก็มีมาให้อย่างครบถ้วนตามมาตรฐาน  ทั้งข้อความตัวอักษรธรรมดาแบบ SMS (Text Messaging), ข้อความเสียงแบบ Audio Messaging  และข้อความมัลติมีเดียแบบ MMS (Multimedia Messaging) ซึ่งสามารถใส่องค์ประกอบเข้าไปในข้อความได้หลายอย่าง  ทั้งข้อความ, ภาพ และเสียง  โดยสามารถรองรับการใช้งานภาษาไทยได้อย่างเต็มรูปแบบ

- โทรออกด้วยเสียง  สั่งงานด้วยเสียง  และบันทึกเสียง : สำหรับผู้ใช้ที่ต้องการความสะดวกรวดเร็วในการโทรออกไปยังหมายเลขต่างๆ ก็สามารถใช้ฟังก์ชันโทรออกด้วยเสียง (Voice Dial) ได้  รวมถึงการเข้าใช้งานเมนูต่างๆ ภายในเครื่องก็สามารถสั่งงานด้วยเสียงได้ด้วยเช่นกัน  และสุดท้ายที่โนเกียไม่ลืมใส่มาให้ใน 7900 Prism ก็คือโปรแกรมสำหรับบันทึกเสียง  ซึ่งนำไปใช้ประโยชน์ได้มากมาย  และสามารถบันทึกได้ครั้งละ 1 ชั่วโมงกันเลยทีเดียว  ซึ่งก็ถือว่าน่าจะเพียงพอสำหรับการใช้งานแล้ว

- วัสดุ การประกอบ ความแข็งแรง และน้ำหนัก : วัสดุที่นำมาใช้กับ 7900 Prism นั้นเป็นการผสมผสานระหว่างวัสดุที่เป็นโลหะอลูมินั่มตรงส่วนของฝาหลัง  กับพลาสติกผิวมันสีดำ  โดยรวมรุ่นนี้ใช้วัสดุที่มีคุณภาพสูงขึ้นมาอีกระดับหนึ่งจากโทรศัพท์มือถือทั่วไป  ซึ่งการประกอบนั้นก็สามารถทำได้อย่างแน่นหนาแข็งแรงเป็นอย่างดี  มีความละเอียดประณีตสูง แต่พื้นผิวส่วนที่เป็นพื้นผิวดำมันจะเกิดรอยเปื้อน หรือรอยขีดข่วนได้ง่าย  เช่นส่วนของปุ่มกดหรือหน้าจอแสดงผล   ดังนั้นการใช้งานต้องดูแลรักษากันมากเป็นพิเศษ  ส่วนการจับถือสามารถจับถือได้อย่างถนัดมือดี  ขนาดกำลังเหมาะมือเลยทีเดียว  น้ำหนักอาจจะมากไปซักนิดแต่ก็ให้ความรู้สึกที่มั่นคงดี  พื้นผิวสัมผัสที่ไม่มันลื่นมากนักนักจึงไม่น่าจะตกหล่นได้ง่าย  ส่วนปุ่มกดนั้นไม่มีอาการโยกคลอนแบบผิดสังเกต  แต่ก็ยังกดได้ยาก  เพราะค่อนข้างแข็ง  และอาจจะกดพลาดได้ง่ายอยู่เหมือนกัน  เนื่องจากปุ่มกดค่อนข้างแบนราบและมีรูปร่างที่แปลกพอสมควร

- ประสิทธิภาพในการสนทนา : คุณสมบัติเบื้องต้นสำหรับการรองรับระบบสัญญาณของ Nokia 7900 Prism นั้นคือ Dual Mode - Quad Band (WCDMA 850/2100 - GSM 850/900/1800/1900 MHz) ซึ่งในเบื้องต้นการสแกนหาคลื่นสัญญาณขณะเปิดเครื่องขึ้นมานั้น สามารถทำได้รวดเร็วดี และระหว่างที่อยู่ในสถานะ Standby ไม่พบอาการที่เรียกว่าสัญญาณแกว่งหรือสัญญาณหายแต่อย่างใด ส่วนประสิทธิภาพขณะที่ใช้งานสนทนานั้น ถือว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจ เสียงที่ได้ยินดังชัดเจนเป็นอย่างดี

- ความเสถียรของระบบ และความเร็วในการประมวลผล : ความเสถียร และความรวดเร็วในการประมวลผลของ 7900 Prism โดยทั่วไปถือว่ามีระดับความเร็ว หรือมีความเสถียรอยู่ในระดับที่ปกติดี  ไม่มีอาการเครื่องค้างให้เห็น รวมถึงการใช้งานประเภที่ต้องใช้การประมวลผลข้อมูลสูง  เช่นการเปิดดูแกลลอรี่รูปภาพ  หรือการใช้งานกล้องดิจิตอล  ก็ยังมีความรวดเร็วในระดับที่น่าพอใจ

- การรองรับการใช้งานภาษาไทย : ระบบภาษาไทยของ 7900 Prism นั้น ก็ถือว่ามีมาให้อย่างครบครันตั้งแต่แรกอยู่แล้ว โดยไม่ต้องมีการติดตั้งโปรแกรมภาษาไทยหรือฟอนต์ภาษาไทยใดๆ เพิ่มเติม ตั้งแต่การแสดงข้อความหรือตัวหนังสือภาษาไทย, การพิมพ์ข้อความภาษาไทย, ระบบสะกดคำอัตโนมัติภาษาไทย, เมนูใช้งานภาษาไทย รวมถึงแผงปุ่มกดที่มีตัวอักษรภาษาไทยกำกับอยู่ด้วย (หากเป็นเครื่องศูนย์ในไทย) และสำหรับการแสดงผลตัวสระ, พยัญชนะ หรือวรรณยุกต์ ภาษาไทยนั้นมีการจัดเรียงในตำแหน่งที่ปกติดี

- อัตราความสิ้นเปลืองพลังงาน : แบตเตอรี่ของ 7900 Prism นั้นเป็นแบตเตอรี่แบบ Lithium Ion รุ่น BL-6P ขนาดความจุ 850 mAh ซึ่งดูจากขนาดความจุเพียงอย่างเดียวก็เหมือนจะน้อยไปสักหน่อย  โดยอัตราความสิ้นเปลืองพลังงานของ BL-6P นั้นก็ถือว่ามีพอสมควร  เท่าที่ทดสอบใช้งานมาระยะหนึ่งพบว่ามีอัตราความสิ้นเปลืองพลังงานค่อนข้างมาก  แต่ก็ไม่ถึงกับมากแบบยอมรับไม่ได้  ยกตัวอย่างเช่น กรณีหากใช้งานฟังก์ชันที่ต้องอาศัยพลังงานสูง เช่น ดูหนังฟังเพลง, ถ่ายภาพ หรือเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth ก็จะทำให้สิ้นเปลืองพลังงานจากแบตเตอรี่มากเป็นพิเศษตามปกติ ซึ่งเท่าที่ใช้งานแบบค่อนข้างหนัก แบตเตอรี่จะอยู่ได้ประมาณ 1-2 วัน แต่ถ้าหากไม่ค่อยได้ใช้งานมากนัก แบตเตอรี่ก็จะอยู่ได้ประมาณ 2-3 วัน

สรุปส่งท้าย

จากการทดสอบการใช้งานมาได้ประมาณ 1 สัปดาห์ กับ Nokia 7900 Prism ก็พอจะมองเห็นอะไรหลายๆ อย่างจากโทรศัพท์มือถือรุ่นนี้ จึงขอสรุปเป็นจุดเด่นและจุดด้อยตามความคิดเห็นส่วนตัวคร่าวๆ ดังนี้

จุดเด่น

- ออกแบบดีไซน์ได้สวยงามมีเอกลักษณ์  ดูดีมีราคา  หรูหรา  ชิ้นงานปราณีต  มีความหนาแน่นแข็งแรง  ใช้วัสดุคุณภาพสูงเช่นอลูมินั่ม
- หน้าจอแสดงผลแบบ OLED 16 ล้านสี  ความละเอียดระดับ QVGA  แสดงผลได้คมชัด  สีสันสดใส
- เอฟเฟคแสงไฟสวยงามที่มีให้เลือกใช้กว่า 49 สี
- รองรับการใช้งานระบบเครือข่ายทั้งแบบ WCDMA (3G) และ GSM
- กล้องดิจิตอลในตัว ความละเอียดระดับ 2 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชในตัว
- มีหน่วยความจำในเครื่องขนาด 1 GB
- เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่าน WCDMA, EDGE หรือ GPRS
- เชื่อมต่อข้อมูลผ่าน Bluetooth และ microUSB
- เมื่อเชื่อมต่อเครื่องกับสาย microUSB จะสามารถชาร์จไฟได้ในตัว
- ภาพพื้นหลังแบบพิเศษ  ปรับเปลี่ยนรูปแบบไปตามเวลา (Organic Wallpaper)
- มีเซนเซอร์วัดระดับแสงของสภาพแวดล้อมเพื่อปรับความสว่างของหน้าจอหรือปุ่มกดให้แบบอัตโนมัติ

จุดด้อย

- น้ำหนักของตัวเครื่องมากไปสักหน่อย
- พื้นผิวที่เป็นพลาสติกมันวาว  จะเกิดรอยเปื้อน  หรือรอยขีดข่วนได้ง่าย
- ไม่สามารถใส่การ์ดหน่วยความจำเพิ่มได้
- ไม่มีวิทยุ FM ในตัว
- ปุ่มกดรูปทรงสามเหลี่ยมกดได้ค่อนข้างยาก
- ความสว่างของหน้าจอยังไม่มากเท่าที่ควร
- ช่อง microUSB กับที่เสียบสายชาร์จเป็นช่องเดียวกัน  ดังนั้นจึงใช้งานพร้อมกันไม่ได้
- ถ่ายภาพวิดีโอได้ในความละเอียดเพียง QCIF (176x144 Pixels)
- ไฟแฟลชใช้งานได้กับการถ่ายภาพนิ่งเท่านั้น

คะแนน TMC Point

การออกแบบดีไซน์ : 9.5/10
ใช้งานง่าย : 7.5/10
คุณสมบัติเครื่อง : 8.0/10
ฟังก์ชันการใช้งาน : 8.0/10
เสถียรภาพและประสิทธิภาพในการใช้งาน : 8.5/10
ราคาคุ้มค่า : 7.0/10

คะแนนรวม 8.08/10

โปรดทราบ

* โทรศัพท์มือถือที่ท่านเห็นในบทความรีวิวนี้เป็นเพียงเครื่องทดสอบจากทางศูนย์ เพราะฉะนั้นคุณสมบัติบางอย่างอาจมีความแตกต่างจากเครื่องที่วางจำหน่ายจริงบ้างไม่มากก็น้อย รวมถึงจุดด้อยบางประการที่พบในเครื่องทดสอบ อาจจะถูกแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้นในเครื่องที่วางจำหน่ายจริง ดังนั้นหากท่านสนใจซื้อโทรศัพท์มือถือรุ่นนี้ ควรตรวจสอบหรือทดลองใช้งานสินค้าด้วยตนเองอีกครั้งหนึ่ง *

สรุปคุณสมบัติเครื่อง

ท่านสามารถตรวจสอบคุณสมบัติแบบสรุป (Specification) ของ Nokia 7900 Prism ได้โดยการคลิ๊กที่ Link ด้านล่างนี้

Nokia 7900 Prism Specification 

ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตาม
Oska (Thaimobilecenter Editor) : oska@thaimobilecenter.com

 

:: ไปหน้าแรกเว็บไซต์ Thaimobilecenter | ไปหน้าแรก Mobile Focus ::