หน้าแรกมือถือ > รวมข่าวมือถือ > หน้าบทความ ข่าวมือถือ
   
Date : 16/5/2561

เปรียบเทียบ Xiaomi Black Shark กับ iPhone X มือถือเล่นเกมกับเรือธงระดับพรีเมียม รุ่นไหนจะเล่นเกมได้ลื่นกว่ากัน และจะแตกต่างกันแค่ไหน ดูกันชัดๆ ที่นี่!

 

สวัสดีชาว Thaimobilecenter ทุกท่านครับ เมื่อวันก่อนทางทีมงานได้นำ Xiaomi Black Shark มาแกะกล่องและทดลองเล่นให้ดูแบบ Live สดบนหน้าเพจกันไปแล้ว ปรากฏว่าได้รับความสนใจมากพอสมควรเลยทีเดียวเพราะสมาร์ทโฟนรุ่นนี้เป็น "เกมมิ่งสมาร์ทโฟน" หรือมือถือสำหรับเล่นเกมรุ่นแรกๆ ของวงการที่มาพร้อมกับดีไซน์และฟีเจอร์แปลกใหม่เพื่อรองรับการเล่นเกมอย่างจริงจัง ที่สำคัญคือมีราคาไม่แพงมากเมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนเรือธงที่มีสเปกใกล้เคียงกัน แต่อีกด้านหนึ่ง สมาร์ทโฟนพรีเมียมอย่าง iPhone X ก็ได้ชื่อว่าเป็นที่สุดของการเล่นเกมเช่นกันด้วยความลื่นไหลของกราฟิกและชิปประมวลผลที่ทรงพลัง ในโอกาสนี้ทางเราจึงขอจับ Xiaomi Black Shark และ iPhone X มาวัดกันหมัดต่อหมัด ให้เห็นกันไปเลยว่ารุ่นไหนจะเป็นสมาร์ทโฟนสำหรับเกมเมอร์ตัวจริง ไปดูกันเลยครับ

(คลิกเพื่อดูรูปใหญ่)

จากการเทียบสเปกดิบๆ ในตาราง จะเห็นว่า Xiaomi Black Shark ดูจะมีภาษีกว่า iPhone X ในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็น RAM, ความจุแบตเตอรี และราคาที่ห่างกันแบบครึ่งต่อครึ่ง แต่ iPhone X จะได้เปรียบ Black Shark ในด้านชิปประมวลผลซึ่งเป็นชิปเซ็ต Apple A11 Bionic ที่มีค่า benchmark (ตามการทดสอบของ GeekBench 4) สูงเกิน 10,000 ในขณะที่ชิป Snapdragon 845 ซึ่งเป็นรุ่นใหม่ล่าสุดทำ benchmark ได้แค่ประมาณ 8,500 อีกทั้งระบบปฏิบัติการ iOS 11 ของ iPhone X ยังมีการบริหารจัดการทรัพยากรในการประมวลผลได้ดี ทำให้เล่นเกมได้อย่างลื่นไหลแม้จะมี RAM น้อยกว่า นอกจากนี้ iPhone X ยังมีหน้าจอ OLED Super Retina HD ที่มีสีสันสดใสและสว่างกว่าหน้าจอ IPS LCD ของ Xiaomi Black Shark พอสมควร


กราฟ benchmark แสดงให้เห็นว่าคะแนนของ Snapdragon 845 ยังคงตามหลัง A11 Bionic ที่มา : Tom's Guide

แต่อย่างไรก็ตาม Xiaomi Black Shark เป็น “เกมมิ่งสมาร์ทโฟน” ที่เกิดมาเพื่อการเล่นเกมโดยเฉพาะ จึงมีฟีเจอร์พิเศษที่ส่งผลโดยตรงต่อการเล่นเกมในทุกมิติ แตกต่างจากสมาร์ทโฟนสำหรับใช้งานทั่วไปอย่าง iPhone X ครับ

 

สิ่งที่ Xiaomi Black Shark มี แต่ iPhone X ไม่มี

1. Shark Space Mode

Shark Space Mode เป็นโหมดเพื่อการเล่นเกมโดยเฉพาะของ Xiaomi Black Shark ซึ่งเมื่อเข้าสู่โหมดนี้ ระบบจะทำการเคลียร์หน่วยความจำ และปรับเพดานการประมวลผลให้สูงขึ้น (extreme mode) สายโทรเข้าจะถูกปฏิเสธโดยอัตโนมัติ โดยจะสั่น 2 ครั้งเป็นการแจ้งเตือนเท่านั้น ไม่แสดง notification ใดๆ จนกว่าเราจะออกจากเกม

Dive Mode เป็นโหมดสำหรับการเล่นเกมผ่านเครือข่าย 4G ซึ่งบางคนอาจจะเน็ตหลุดและเด้งออกจากเกมเมื่อมีสายโทรเข้า แต่เมื่อเปิดโหมดนี้ จะเป็นการปิดฟังก์ชันการโทรและเปิดแค่การรับส่งข้อมูลผ่านเครือข่าย 4G เท่านั้น (Diving Mode จะยุติทันทีเมื่อออกจาก Shark Space)

สามารถดูสถานะการเชื่อมต่อและระดับแบตเตอรี่ของ Shark GamePad ได้ รวมไปถึงการอัปเดตเฟิร์มแวร์ก็ทำผ่านหน้านี้เช่นกัน

ในหน้า Playlist สามารถเพิ่มเกมหรือแอปพลิเคชันอื่นๆ เข้าสู่ Shark Space ได้ตามต้องการ

มีการบันทึกสถิติการเล่นเกมเอาไว้อย่างละเอียด ทำให้สามารถติดตามได้ว่าเราเล่นเกมมาแล้วกี่ชั่วโมง เล่นเกมไหนนานที่สุด และเล่นช่วงเวลาไหนบ่อยที่สุด ซึ่งจะช่วยให้เราควบคุมเวลาเล่นเกมได้ดียิ่งขึ้น

เมื่ออยู่ใน Shark Space เราสามารถเรียกเมนูพิเศษขึ้นมาได้ด้วยการปัดนิ้วลงบนปุ่ม Home ซึ่งในเมนูนี้จะแสดงระดับการทำงานของ CPU และ GPU และทางลัดต่างๆ ดังนี้ :

  • Gamepad ปรับตำแหน่งตัวควบคุม SharkPad ให้เหมาะกับเกมแต่ละเกม
  • Night Mode กรองแสงสีฟ้าออกจากจอ ทำให้จอมีสีโทนเหลือง ช่วยให้เล่นเกมในที่มืดได้สบายตายิ่งขึ้น
  • NoKeypad ปิดปุ่มควบคุม navigation ทั้งหมด ป้องกันการกดผิด
  • NoNotif ปิดการแจ้งเตือนทุกชนิด
  • NoIncall ปฏิเสธสายโทรเข้าทุกสายโดยอัตโนมัติ
  • CleanRAM เคลียร์หน่วยความจำ RAM ทันที
  • HangUp วางสาย


ตัวอย่างการตั้งค่าปุ่มบังคับ SharkPad ผ่านเมนูพิเศษ


ในโหมด Shark Space ระบบจะปฏิเสธสายโทรเข้าโดยอัตโนมัติ และแสดงแจ้งเตือนเมื่อออกมาสู่หน้าเมนู

 

ถ้าเล่นเกมโดยไม่เปิด Shark Space?

ถึงแม้ว่าเราจะไม่เปิด SharkSpace ก็ยังสามารถเล่นเกมได้ตามปกติ แต่จะไม่ได้ประโยชน์จากฟีเจอร์ต่างๆ ของ Shark Space อย่างไรก็ตามเมื่อมีสายเข้าขณะเล่นเกมจะแสดงเป็นแถบแจ้งเตือนขึ้นด้านบนหน้าจอ และเลือกที่จะรับสาย วางสาย หรือคุยไปด้วยเล่นเกมไปด้วยได้

 

2. ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ

Xiaomi Black Shark มีระบบระบายความร้อน CPU ด้วยของเหลว ซึ่งในทางทฤษฎีแล้วมีประสิทธิภาพกว่าการเหนี่ยวนำความร้อนด้วยแถบทองแดงซึ่งนิยมใช้กันในสมาร์ทโฟนทั่วๆ ไป อย่างไรก็ดี จากการทดสอบเล่นเกม PUBG โดยเปิดระดับกราฟิกไว้ที่ HD หลังจบการเล่น 1 ตาพบว่าตัวเครื่องค่อนข้างร้อนจนรู้สึกได้ จึงยังไม่ชัดเจนว่าระบบระบายความร้อนด้วยน้ำช่วยได้มากน้อยแค่ไหน แต่อย่างไรก็ตาม ความร้อนที่เกิดขึ้นไม่ส่งผลให้เกมกระตุกหรือเฟรมเรตตกแต่อย่างใด

 

3. ดีไซน์จอแบบคลาสสิค

ในขณะที่สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ มักจะมาพร้อมกับดีไซน์จอไร้ขอบ (พร้อมรอยบาก) แต่ Xiaomi Black Shark ยังคงเลือกใช้ดีไซน์แบบคลาสสิค คือมีขอบจอด้านบนและด้านล่าง มีปุ่มโฮมและแถบ navigation bar แบบ capacitive ซึ่งดีไซน์แบบนี้จะทำให้เรามีพื้นที่สำหรับวางนิ้วและถือตัวเครื่องสะดวกกว่าหน้าจอไร้ขอบ ที่สำคัญยังช่วยให้มือหรือนิ้วของเราไม่เผลอไปโดนปุ่มต่างๆ บนหน้าจอโดยไม่ตั้งใจได้

 

Xiaomi Black Shark VS iPhone X : รุ่นไหนเล่นเกมลื่นกว่า?

หลังจากเปรียบเทียบสเปกและคุณสมบัติทางเทคนิคกันไปแล้ว อาจจะยังเห็นภาพไม่ชัดเจนว่าสมาร์ทโฟนรุ่นไหนจะเล่นเกมได้ลื่นไหลกว่ากัน เราจึงมีคลิปเปรียบเทียบการเล่นเกมของทั้งคู่มาให้ดูกันชัดๆ โดยเกมที่นำมาทดสอบในคลิปได้แก่ RoV, PUBG และ Lineage 2 Revolution จะเป็นอย่างไรไปชมกันเลยครับ

 

สรุปความแตกต่าง

  • ในทางปฏิบัติ ทั้ง Xiaomi Black Shark และ iPhone X เล่นเกมได้ลื่นพอๆ กัน รองรับเกมดังๆ ในปัจจุบันได้ทั้งหมด และปรับการตั้งค่ากราฟิกเป็นระดับสูงสุดได้โดยไม่มีอาการกระตุก
  • สำหรับบางคน อาจรู้สึกว่าหน้าจอของ iPhone X ภาพสวยกว่า Xiaomi Black Shark เนื่องจากจอ iPhone X เป็น OLED ซึ่งให้สีสันสดใสกว่าจอ IPS LCD ในทางทฤษฎี
  • หากต้องการเล่นเกมอย่างจริงจังโดยไม่มีสายโทรเข้าหรือ notification ต่างๆ มาขัดจังหวะ Xiaomi Black Shark คือคำตอบสุดท้าย
  • Xiaomi Black Shark ราคาถูกกว่า iPhone X มาก แม้จะเป็นราคาหิ้วก็ยังอยู่ที่ 20,000 บาทต้นๆ เท่านั้น ในขณะที่ iPhone X เครื่องศูนย์ไทย ราคาเริ่มต้น 40,500 บาท
  • Xiaomi Black Shark ไม่กันน้ำ ต่างจาก iPhone X ที่มีคุณสมบัติกันน้ำ-กันฝุ่นตามมาตรฐาน IP67
  • Xiaomi Black Shark ยังไม่มี ROM ภาษาไทย และเมนูบางอย่างยังเป็นภาษาจีนอยู่
  • iPhone X มีอุปกรณ์เสริมเช่นเคส ฟิล์มกันรอย และอื่นๆ ให้เลือกซื้อมากกว่าและหาง่ายกว่า
  • iPhone X ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้ครบครันกว่า Xiaomi Black Shark เนื่องจาก iPhone X เป็นสมาร์ทโฟนเรือธงที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองการใช้งานทุกด้านได้ดีที่สุดอยู่แล้ว

ถึงตรงนี้คงจะเห็นความแตกต่างในการเล่นเกมระหว่าง Xiaomi Black Shark และ iPhone X กันพอสมควรแล้ว หากมองกันที่ความลื่น ทั้งคู่ทำได้ดีพอๆ กัน และรองรับเกมดังๆ แบบปรับกราฟิกสูงสุดได้ทุกเกมโดยไม่มีปัญหา แต่ Xiaomi Black Shark จะมีโหมด Shark Space ที่ตัดการรบกวนระหว่างเล่นเกมได้ 100% และมีฟีเจอร์ต่างๆ ที่ทำให้เล่นเกมได้สะดวกขึ้น จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการเล่นเกมอย่างจริงจัง พร้อมกับใช้งานฟังก์ชันทั่วๆ ไปเช่นการท่องเว็บ และโซเชียลเน็ตเวิร์กไปด้วย แต่สำหรับผู้ที่ต้องการสมาร์ทโฟนที่ทำได้ดีทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกม การถ่ายรูป หรือการใช้งานในชีวิตประจำวัน iPhone X จะตอบโจทย์ได้มากกว่า เพียงแต่ไม่มีฟังก์ชันปฏิเสธสายโทรเข้าขณะเล่นเกม และมีราคาแพงกว่า ซึ่งสุดท้ายรุ่นไหนจะดีกว่ากัน ก็ขึ้นอยู่กับสไตล์การใช้งานและความชอบส่วนตัวของแต่ละคนครับ

 

นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com


วันที่ : 16/5/2561

 



Tags :
  


Cookie Consent

Our website uses cookies to provide your browsing experience and relavent informations.Before continuing to use our website, you agree & accept of our Cookie Policy & Privacy