หน้าแรกมือถือ > รวมข่าวมือถือ > หน้าบทความ ข่าวมือถือ
   
Date : 18/11/2564

ทำไม iPhone รุ่นใหม่ถึงอาจไม่ได้ใช้พอร์ต USB-C และไม่มีพอร์ต Lightning อีกต่อไป

 

iPhone กับพอร์ต Lightning เป็นสิ่งที่อยู่คู่กันมานานจนกลายเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ของ iPhone ไปแล้ว แม้ว่าในระยะหลังมานี้จะมีกระแสข่าวที่กดดันให้ Apple ต้องเปลี่ยนแปลงไปใช้พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C เหมือนกับสมาร์ทโฟนรุ่นอื่น ๆ บนท้องตลาด เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ถึงขั้นที่มีผู้ใช้รายหนึ่งลงมือดัดแปลง iPhone X ให้รองรับพอร์ต USB-C ด้วยตนเอง และสามารถขายได้เป็นเงินหลักล้านบาท แต่จวบจนถึงปัจจุบัน iPhone 13 ก็ยังคงใช้พอร์ต Lightning อยู่เช่นเคย และดูเหมือนว่าในอนาคตเราอาจไม่ได้เห็น iPhone ปรับไปใช้พอร์ต USB Type-C ก็เป็นได้ เพราะเป้าหมายที่แท้จริงของ Apple อาจพุ่งเป้าไปที่ดีไซน์มือถือแบบไร้พอร์ตเชื่อมต่อ แต่เพราะเหตุใดถึงอาจเป็นเช่นนั้น เราไปหาคำตอบกันดีกว่าครับ

 

ระบบชาร์จแบบใหม่ที่ปูพรมไว้แล้ว

iPhone 12 แม้ว่าจะเป็น Phone รุ่นแรกที่ถูกตัดอแดปเตอร์จ่ายไฟออกไป แต่ Apple ก็ได้ทดแทนด้วยฟีเจอร์ใหม่อย่างระบบ MagSafe ซึ่งเป็นแม่เหล็กแรงยึดติดสูงที่อยู่บริเวณฝาหลังของตัวเครื่อง ทำให้สามารถยึดติดเข้ากับอุปกรณ์เสริมได้อย่างแน่นสนิท ทำให้เกิดการคิดค้นอุปกรณ์เสริมในรูปแบบต่าง ๆ เช่น Powerbank ที่สามารถนำมาแปะติดหลังเครื่อง และชาร์จได้ทันที สามารถชาร์จไปเล่นไปได้อย่างสะดวก ตัดปัญหา Powerbank ไร้สายแบบเดิม ๆ ที่ต้องวางเครื่องไว้เฉย ๆ เท่านั้น ไปจนถึงแท่นชาร์จไร้สายแบบ MagSafe ที่ช่วยให้เราชาร์จไร้สายได้อย่างง่าย ๆ เพราะไม่ต้องเสียบสายเข้าพอร์ต Lightning ให้ยุ่งยากอีกต่อไป

 

แม้ว่าในช่วงแรก MagSafe สำหรับ iPhone อาจจะยังดูเป็นฟีเจอร์ที่ไม่ตอบโจทย์การใช้งานจริงมากนัก แต่ปัจจุบันอุปกรณ์ MagSafe ได้รับการคิดค้น และพัฒนามาอย่างต่อเนื่องทั้งจาก Apple เอง รวมถึงผู้ผลิตแบบ Third-Party ทำให้ในตอนนี้มี MagSafe สำหรับตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้จริงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะเป็น เแท่นชาร์จไร้สายแบบ MagSafe ในรถที่ยึดติดกับไอโฟนได้อย่างแน่นนาน สามารถใช้มือถือ GPS นำทางได้โดยไม่ต้องใช้ตัวยึด ไปจนถึงแท่นชาร์จแบบ 3-in-1 ที่ใช้ชาร์จอุปกรณ์ Apple ได้พร้อมกันถึง 3 อุปกรณ์ เป็นต้น

นอกจากความสามารถด้านการยึดติดกับอุปกรณ์เสริมได้อย่างแน่นหนา MagSafe ยังมีจุดเด่นในเรื่องของการจ่ายไฟ เพราะสามารถรับกำลังไฟได้สูงสุดระดับ 15W ตามมาตรฐาน MagSafe ซึ่งเป็นกำลังไฟที่ถือว่าค่อนข้างเร็วสำหรับชาร์จไอโฟน หรือพูดอีกทางหนึ่งก็คือ เร็วกว่าการเสียบสายชาร์จเข้ากับอแดปเตอร์ที่ Apple เคยแถมมาให้ถึง 3 เท่าเลยทีเดียว ทำให้ในอนาคตพอร์ต Lightning หรือพอร์ต USB-C อาจไม่มีความจำเป็นอีกต่อไปหากพอร์ตเหล่านี้ถูกใช้แค่เพียงชาร์จแบตเตอรี่เท่านั้น

 

MFI

อีกหนึ่งในสิ่งที่ทำให้เราอาจไม่ได้เห็น iPhone ใช้พอร์ต USB-C และหันไปใช้ดีไซน์แบบไร้พอร์ตเต็มตัวนั่นก็คือ MFI ซึ่งเป็นเครื่องหมายที่จะถูกแปะป้ายเอาไว้อุปกรณ์เสริมจากแบรนด์ผู้ผลิตรายอื่น ๆ ที่ผ่านมาตรฐานจาก Apple และสามารถใช้งานกับ iDevice ได้อย่างปลอดภัย ที่สำคัญ MFI ยังมีการคิดค่าธรรมเนียมที่ 99$ ต่อปี หรือประมาณ 3,200 บาท ซึ่งเท่ากับว่าหาก iPhone เปลี่ยนไปใช้พอร์ต USB-C เหมือนกับเจ้าอื่น จะทำให้ขาดรายได้ตรงนี้ไปด้วย เพราะต้องไม่ลืมว่า iPhone ยังคงเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำรายได้หลักให้กับ Apple อยู่ในตอนนี้

ดังนั้นทางออกของ Apple จึงอาจเป็นไปได้สอแบบนั่นก็คือ ใช้พอร์ต Lightning ต่อไป หรือเปลี่ยนไปใช้ดีไซน์ไร้พอร์ตเต็มตัว พร้อมกับผลักดันมาตรฐาน MFI ให้อุปกรณ์เสริม MagSafe แบบเต็มตัว เพื่อให้ผู้ผลิตรายอื่น ๆ หันมาร่วมวงพัฒนาระบบ MagSafe ให้มีศักยภาพมากยิ่งขึ้น และสร้างรายได้จากการขาย License MFI สำหรับ MagSafe แทนที่ Lightning นั่นเอง

 

พฤติกรรมผู้บริโภคที่อาจชินกับโลกไร้สายแล้ว

การที่ Apple ตัดช่องหูฟังมาตรฐาน 3.5 มิลลิเมตรตั้งแต่รุ่น iPhone 7 ไม่ได้เป็นการผลักดันให้ผู้ผลิตรายอื่นหันมาคิดค้นอุปกรณ์เสริมแบบไร้สายเท่านั้น แต่ยังเป็นการผลักดันให้ผู้บริโภคเริ่มปรับตัวให้เข้ากับโลกไร้สายที่ Apple วางหมากเอาไว้มานานหลายปี

 

Apple เริ่มเดินเกมให้ผู้ใช้ iPhone คุ้นเคยกับโลกแห่งการเชื่อมต่อแบบไร้สายที่ใช้งานได้จริง และสะดวก มาตั้งแต่ปี 2012 ด้วยฟีเจอร์ AirDrop ที่มีให้ใช้มาตั้งแต่ iPhone 5 ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถส่งไฟล์ เอกสาร รูปถ่าย ไปจนถึงข้อมูลต่าง ๆ ระหว่าง iPhone รวมถึงอุปกรณ์ใน Ecosystem ของ Apple ไม่ว่าจะเป็น iPad, iPod หรือ Mac ได้อย่างสะดวก

มาถึงตอนนี้ก็เป็นเวลากว่า 9 ปีที่ผู้ใช้ iPhone น่าจะรู้จักโลกไร้สายของ Apple กันไม่มากก็น้อย ซึ่งการที่ Apple จะใช้ความกล้า (Courage) ในการตัดพอร์ตเชื่อมต่ออีกครั้งเหมือนกับตอน iPhone 7 ก็อาจไม่ใช่เรื่องที่ดูจะเป็นไปไม่ได้เช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ดี iPhone แบบไร้พอร์ตอาจจะยังไม่เปิดตัวให้เห็นในเร็ว ๆ นี้ เพราะการเปลี่ยนแปลงแต่ละครั้ง ไม่ได้ส่งผลกระทบแค่ผู้ใช้ที่ต้องปรับตัวเพียงอย่างเดียว แต่ยังส่งผลต่อซัพพลายเออร์ และพาร์ทเนอร์ของ Apple ที่จำเป็นต้องปรับตัวให้ทันกับเทคโนโลยีของ Apple เช่นเดียวกัน แต่หากวันนั้นมาถึงก็อาจเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการเปลี่ยนแปลงวงการสมาร์ทโฟนเหมือนกับที่ iPhone รุ่นแรกเคยทำไว้ก็เป็นได้ครับ

 

ข้อมูลอ้างอิง : The Verge, techradar, investopedia, mfi.apple

 

นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com


วันที่ : 18/11/2564