หน้าแรกมือถือ > รวมข่าวมือถือ > หน้าบทความ ข่าวมือถือ
   
Date : 18/2/2562

ทำไม iPhone SE ยังคงได้รับความสนใจในปี 2019 แม้จะเปิดตัวมาเกือบ 3 ปีแล้ว?

 

ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา Apple นำสมาร์ทโฟนรุ่นเล็กเวอร์ชันพิเศษอย่าง iPhone SE ที่เคยเปิดตัวไปเมื่อต้นปี 2016 กลับมาวางขายแบบ Clearance Sale ผ่านหน้าเว็บไซต์ Apple Online Store เพื่อเป็นการระบายสินค้า โดยการขายแต่ละครั้งก็ได้รับความสนใจจากผู้ใช้งานเป็นอย่างมากจนทำให้สินค้าหมดในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง และเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา Apple ก็ได้มีการจำหน่าย iPhone SE เป็นครั้งที่สาม ซึ่งก็ยังพบว่าสินค้าถูกจำหน่ายออกไปจนของหมดสต็อกอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน แต่ทำไม iPhone น้องเล็กรุ่นเล็กที่เปิดตัวมาเกือบ 3 ปี ยังคงเป็นไอโฟนรุ่นหนึ่งที่ยังคงได้รับความสนใจจากผู้ใช้งานในปัจจุบัน? เราลองไปหาคำตอบดีกว่าครับ

 

ราคาที่ถูกลง (เป็นอย่างมาก)

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ราคาเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ iPhone SE เป็นหนึ่งในสมาร์ทโฟนที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มใช้ iPhone หรือผู้ที่มองหาสมาร์ทโฟนเครื่องสำรอง เนื่องจากในปัจจุบัน iPhone SE มีราคาวางขายในสหรัฐฯ เริ่มต้นที่ 349 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 10,900 บาท อีกทั้งในช่วงการเปิดขาย iPhone SE แบบ Clearance Sale ของ Apple ในช่วงที่ผ่านๆ มา ก็ปรับราคาให้ถูกลงกว่าเดิมที่ 249 ดอลลาร์ หรือประมาณ 7,700 บาทเท่านั้น

ส่วนราคาวางจำหน่ายของ iPhone SE ในประเทศไทยก็มีการปรับลดมาอย่างมากเช่นเดียวกัน ด้วยราคาขายเริ่มต้นที่ 9,900 บาท สำหรับรุ่นความจุ 32GB (อ้างอิงราคาจาก TrueMove H) ซึ่งเมื่อเทียบกับราคาของ iPhone SE ที่เคยเปิดตัวในไทยด้วยราคา 16,800 บาท แถมยังได้ความจุเริ่มต้นเพียง 16GB เท่านั้น (iPhone SE ล็อตใหม่จะปรับความจุเป็น 32GB และ 128GB) จะเห็นได้ว่า iPhone SE ในปัจจุบันมีราคาถูกลงกว่าเดิมถึง 6,900 บาทเลยทีเดียว

 

ขนาดที่พอเหมาะแก่การใช้งานด้วยมือเดียว ผสานดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์

iPhone รุ่นปัจจุบันมีการขยายหน้าจอแสดงผลให้ใหญ่ขึ้นไปเริ่มต้นที่ 5.8 นิ้วเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งอาจไม่ตอบโจทย์กับผู้ใช้งานบางกลุ่มที่มองว่ามีขนาดใหญ่จนเกินไป หรือใช้งานด้วยมือเดียวได้ไม่ถนัดมากนักเมื่อเทียบกับ iPhone SE ที่มีขนาดหน้าจออยู่ที่ 4 นิ้วเท่านั้น ซึ่งเป็นขนาดที่พกพาใส่กระเป๋าง่าย จับถือถือได้อย่างกระชับมือทั้งผู้หญิง และผู้ชาย ทำให้ตอบโจทย์การใช้งานด้วยมือเดียวเป็นอย่างมาก

 

นอกจากนี้ iPhone SE ยังมีจุดเด่นด้านดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ ด้วยการมาพร้อมกับตัวเครื่องทรงเหลี่ยมคล้ายกับ iPhone 5s กรอบตัวเครื่องถูกขึ้นโคงด้วยเฟรมแบบอะลูมิเนียมสุดแกร่ง ผสานฝาหลังโลหะที่มีการตัดสีแบบทูโทน ต่างจาก iPhone รุ่นปัจจุบันที่ปรับไปใช้บอดี้กระจก และตัวเครื่องที่เป็นสีเดียวกันหมดแล้ว

 

สเปกที่ยังคงแรงพอตัว

หากมองลึกเข้าไปดูภายในตัวเครื่อง iPhone SE แล้ว จะพบว่า จริงๆ แล้วมันคือ iPhone 6s แบบย่อส่วน เนื่องจากทาง Apple เลือกใช้สเปกภายในแบบเดียวกันนั่นเอง โดยมาพร้อมกับขุมพลัง Apple A9 ซึ่งเป็นชิปเซ็ตตัวเดียวกันกับที่ใช้บน iPhone 6s / iPhone 6s Plus รวมถึง iPad 9.7 ปี 2017 และยังมาพร้อมกับหน่วยประมวลผลกราฟิก PowerVR Series 7XT GT7600 แบบ 6-Core ซึ่งในปัจจุบันชิปเซ็ตรุ่นนี้ก็ถือว่า ยังคงใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน รวมถึงการเล่นเกมได้อย่างลื่นไหลไม่ต่างจาก iPhone 6s
 

กล้องที่ความละเอียดเท่ากับ iPhone รุ่นใหม่

iPhone SE มาพร้อมกับกล้องหลังความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ซึ่งเป็นความละเอียดเทียบเท่ากับกล้องของ iPhone 7, iPhone 8 รวมไปถึง iPhone X Series ต่างกันตรงที่เซ็นเซอร์รับภาพที่ไม่เหมือนกัน แต่หากลองดูจากฟีเจอร์แล้ว ก็ถือว่ากล้องของ iPhone SE ยังคงน่าสนใจ โดยมาพร้อมกับการรองรับการถ่ายวิดีโอที่ระดับ 4K @ 30 fps , รองรับการถ่ายรูปแบบ HDR รวมทั้งยังสามารถถ่ายรูปแบบ Live Photos เหมือนกับ iPhone รุ่นใหม่ๆ ได้อีกด้วย แต่น่าเสียดายที่กล้องเดี่ยวของ iPhone SE ไม่สามารถถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอเหมือนกับ iPhone Xr ได้

 

แบตเตอรี่อึดเทียบชั้น iPhone XS

เว็บไซต์ 9to5Mac สื่อจากต่างประเทศเปิดเผยผลทดสอบการใช้งานแบตเตอรี่ของ iPhone SE โดยระบุว่า iPhone SE สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตบนเครือข่าย 4G LTE ได้ยาวนานถึง 13 ชั่วโมง และสามารถใช้เล่นวิดีโอได้ต่อเนื่องถึง 13 ชั่วโมง เมื่อเทียบกับ iPhone รุ่นใหม่อย่าง iPhone XS ที่สามารถใช้เล่นอินเทอร์เน็ตได้ 12 ชั่วโมง และรับชมวิดีโอได้ราว 14 ชั่วโมงแล้ว จะเห็นได้ว่า iPhone SE มีแบตเตอรี่ที่อึดพอตัวเลยทีเดียว ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ iPhone SE ใช้งานได้อย่างยาวนาน เป็นผลมาจากขนาดหน้าจอที่เล็กทำให้ไม่จำเป็นต้องใช้พลังงานเยอะนั่นเอง อย่างไรก็ดี แบตเตอรี่ของ iPhone SE ยังคงเป็นรองพี่ใหญ่อย่าง iPhone XS Max ที่ใช้เล่นอินเทอร์เน็ตได้ราว 14 ชั่วโมง และใช้รับชมวิดีโอได้นานถึง 20 ชั่วโมง แต่อย่างไรก็ตาม ความอึดของแบตเตอรี่อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์การใช้งานของแต่ละคน

 

ระบบยืนยันตัวตนที่มีความปลอดภัย

แม้ว่า iPhone รุ่นใหม่ๆ จะปรับไปใช้ระบบสแกนใบหน้า Face ID กันหมดแล้ว แต่สำหรับ iPhone SE ก็ยังคงมีระบบยืนยันตัวตนที่มีความปลอดภัยไม่แพ้กันนั่นก็คือ ระบบสแกนลายนิ้วมือแบบ Touch ID ที่สามารถแยกแยะลายนิ้วมือผู้ใช้แต่ละคนได้อย่างแม่นยำ แต่อย่างไรก็ดี เนื่องจากระบบ Touch ID ของ iPhone SE ยังเป็นแบบเจนแรก ทำให้การปลดล็อกจะช้ากว่า Touch ID รุ่นใหม่ๆ ที่ใช้บน iPhone 6s รวมถึง iPhone 7 และ iPhone 8 เล็กน้อย

 

อัปเดต iOS ตัวล่าสุดได้

iPhone SE สามารถอัปเดตไปใช้งานระบบปฏิบัติการ iOS 12 เวอร์ชันใหม่ล่าสุดได้เหมือนกับ iPhone รุ่นใหม่ๆ ในปัจจุบัน ซึ่งจากการทดสอบของสื่อต่างประเทศก็พบว่า iOS 12 ช่วยให้ iPhone SE ทำงานได้ลื่นไหลขึ้นเป็นอย่างมากเมื่อเทียบกับ iOS 11 ซึ่งนอกเหนือจากความเร็วแล้ว iOS 12 ยังเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ หลายอย่าง เช่น FaceTime แบบกลุ่ม, การแจ้งเตือนที่จัดรวมกันเป็นกลุ่ม รวมถึง Siri Shotcut (อ่านฟีเจอร์ทั้งหมดเกี่ยวกับ iOS 12 ได้ที่นี่)

นอกจากนี้ iPhone SE อาจมีสิทธิได้อัปเกรดเป็น iOS 13 ในอนาคตด้วย เพราะหากลองพิจาณาจากระยะเวลาซัพพอร์ตของ Apple ที่มักจะปล่อยอัปเดตให้แก่ iPhone เป้นระยะเวลาประมาณ 5 ปี โดยจะเห็นได้จากกรณีของ iPhone ที่เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปลายปี 2012 และมาพร้อมกับ iOS เวอร์ชัน 6 ทาง Apple ก็ให้อัปเดตระบบปฏิบัติการ iOS ได้จนถึงเวอร์ชัน 10.3.3 ที่ถูกปล่อยออกมาให้อัปเดตกันเมื่อกลางปี 2017 ดังนั้น iPhone SE ที่เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2016 ก็อาจได้รับการอัปเดตเพิ่มเติมด้านซอฟท์แวร์เพิ่มเติมจาก Apple ภายในปี 2019 นั่นเองครับ

 

และยังคงมีช่องหูฟัง 3.5 มม.

Apple ได้ตัดช่องหูฟังมาตรฐานขนาด 3.5 มม. ไปตั้งแต่รุ่น iPhone 7 รวมทั้งในปัจจุบันก็ไม่มีการแถมตัวแปลงพอร์ต Lightning เป็นพอร์ต 3.5 มม. ภายในกล่องแล้ว ทำให้ผู้ใช้ที่ต้องการใช้งานร่วมกับหูฟังที่ใช้พอร์ต 3.5 มม. อาจไม่สะดวกเท่าไหร่นัก แต่ iPhone SE เป็นหนึ่งในไอโฟนที่ยังไม่ถูกตัดช่องหูฟังออก ทำให้ไม่จำเป็นต้องพกตัวแปลง หรือซื้อสายเชื่อมต่อเพิ่มเติมแต่อย่างใด

จะเห็นได้ว่าด้วยฟีเจอร์ต่างๆ ของ iPhone SE ที่ยังคงครบครันตอบโจทย์การใช้งานในปัจจุบันอยู่ ทำให้เป็นเป็นหนึ่งใน iPhone ที่ยังคงได้รับความสนใจจากผู้ใช้งาน ซึ่งก็ต้องติดตามกันต่อไปว่า ภายในปีนี้ทาง Apple จะต่อยอดความสำเร็จของสมาร์ทโฟนจอเล็กด้วย iPhone SE 2 ที่มีข่าวว่าจะปรับโฉมดีไซน์คล้ายกับ iPhone X Series พร้อมระบบกล้องหลังคู่อัปเกรดใหม่ จริงหรือไม่ครับ

 

ข้อมูลเพิ่มเติม



ที่มา : Business Insider, Cult of Mac, 9to5Mac


วันที่ : 18/2/2562

Tags :