หน้าแรกมือถือ > รวมข่าวมือถือ > หน้าบทความ ข่าวมือถือ
   
Date : 16/10/2563

ทำไม iPhone 12 ถึงเปลี่ยนมาใช้หน้าจอ OLED แทนหน้าจอ IPS ?

 

การเปลี่ยนแปลงของ iPhone 12 ในปีนี้ นอกเหนือจากจะมีการปรับไปใช้ชิปเซ็ต Apple A14 Bionic รวมถึงการเพิ่มกล้องหลัง LiDAR Scanner ให้กับรุ่น Pro แล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่ Apple อัปเกรดให้ด้วยนั่นก็คือ การเปลี่ยนไปใช้หน้าจอ OLED กับรุ่นเริ่มต้นอย่าง iPhone 12 และ iPhone 12 Mini จากแต่ก่อนใน iPhone 11 รุ่นเริ่มต้นที่ได้ใช้งานหน้าจอแบบ IPS แต่เพราะเหตุใด Apple จึงตัดสินใจเปลี่ยนหน้าจอแสดงผลของ iPhone 12 ทั้งหมดเป็นแบบ OLED? ไปหาคำตอบกันครับ

 

เพราะหน้าจอ OLED มีคุณสมบัติบางอย่างที่ดีกว่า?

แม้ว่า Apple เป็นแบรนด์ที่เลือกใช้หน้าจอ IPS มาอย่างยาวนาน หรือที่ Apple เรียกว่า Retina Display ก่อนที่จะเปลี่ยนมาใช้หน้าจอแบบ OLED หรือที่ Apple เรียกว่า Super Retina ในรุ่น iPhone X เป็นครั้งแรก โดยในงานเปิดตัว iPhone X นั้น Apple เปิดเผยให้ทราบถึงข้อดีของหน้าจอแ OLED แบบ Super Retina เอาไว้ว่า เป็นหน้าจอที่มี Contrast ที่ดี, ความละเอียดสูง, หน้าจอมีความบาง, ความสว่างสูง, รองรับการแสดงขอบเขตสีแบบกว้าง และยังให้สีสันที่เที่ยงตรง 

 

ความแตกต่างของการแสดงสีดำระหว่าง iPhone 8 ที่ใช้จอ IPS และ iPhone X ที่ใช้จอ OLED

Credit : austinmann.com

นอกจากเหตุผลที่ Apple ให้ไว้แล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่ต้องยอมรับว่าหน้าจอ OLED ทำได้ดีกว่าจอ IPS คือ วิธีการแสดงผล เนื่องจากหน้าจอ OLED จะเปล่งแสง และสีต่างๆ ออกมาจากเม็ดพิกเซลแต่ละตัวได้ด้วยตนเอง ทำให้การแสดงผลสีดำจะดำสนิท เพราะหน้าจอส่วนนั้นจะไม่มีการเปล่งแสง ซึ่งส่งผลไปถึงเรื่องของการใช้พลังงานที่น้อยลง รวมถึงค่า Contrast ที่เพิ่มมากขึ้นด้วย ต่างจากหน้าจอแบบ IPS ที่เป็นการฉายแสง Backlit ออกมาจากด้านหลังของหน้าจอ เพื่อทำการแสดงผล

 

ดังนั้น การแสดงสีดำของหน้าจอ IPS ก็อาจไม่ได้ดำสนิทเมื่อเทียบกับจอ OLED รวมทั้งจอ IPS มักจะมี Contrast ที่น้อยกว่า OLED อยู่พอสมควร สังเกตได้จากหน้าจอ iPhone 11 ที่ใช้จอ IPS มาพร้อมกับค่า Contrast อยู่ที่ 1,400:1 ขณะที่ iPhone 12 ที่ใช้จอแบบ OLED มาพร้อมกับค่า Contrast ที่ 2,000,000:1 ซึ่งคอนทราสต์ที่ต่างกัน จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถมองเห็นรายละเอียดต่างๆ ที่ถูกซ่อนตามเงามืดของภาพคอนเทนต์ที่กำลังแสดงอยู่ได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น รวมทั้งการที่หน้าจอ IPS ใช้วิธีเปล่งแสงเพื่อแสดงสีทั้งหมด ก็อาจส่งผลต่อการใช้พลังงานมากขึ้นเมื่อเทียบกับหน้าจอ OLED 

นอกจากนี้ การที่ iPhone 12 ทุกรุ่นเปลี่ยนมาใช้หน้าจอ OLED ก็อาจเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับ iPhone รุ่นต่อๆ ไปที่จะมาพร้อมกับฟีเจอร์บางอย่างที่จำเป็นต้องใช้งานร่วมกับจอ OLED เท่านั้น อย่างเช่น ระบบสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ, หน้าจอขอบโค้ง หรือกล้องหน้าฝังใต้จอ เป็นต้น

 

เพราะ Positioning?

หากเราลองย้อนกลับไปดู iPhone ตั้งแต่รุ่น iPhone 8 Series / iPhone X มาจนถึง iPhone 11 Series จะเห็นได้ว่า Apple เลือกที่จะใส่หน้าจอแบบ IPS มาให้กับไอโฟนรุ่นเริ่มต้นที่เปิดตัวในปีนั้น และตั้งราคาวางจำหน่ายให้ถูกที่สุดเพื่อให้ผู้ใช้เข้าถึงได้ง่าย โดยจะเห็นได้จาก iPhone 8 / 8 Plus ที่ได้ใช้จอ  IPS ขณะที่ iPhone X ได้ใช้จอ OLED หรือ iPhone 11 ที่ได้ใช้จอ IPS แต่ iPhone 11 Pro / 11 Pro Max ได้ใช้จอ OLED เป็นต้น

แต่ในปัจจุบัน Apple มีไอโฟนรุ่นราคาประหยัดที่ใช้จอ IPS แล้วถึง 3 รุ่น (อ้างอิงจากรายชื่อไอโฟนที่ Apple วางขายผ่านหน้าเว็บไซต์ของตนเอง) นั่นก็คือ iPhone SE 2020, iPhone Xr และ iPhone 11 ดังนั้นหาก iPhone 12 และ iPhone 12 Mini ยังคงเลือกใช้จอ IPS เหมือนกับ iPhone 11 ก็จะทำให้มีไอโฟนที่ใช้จอ IPS ด้วยกันถึง 5 รุ่น และส่งผลให้ไอโฟนที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดจะมีเพียงเฉพาะรุ่น Pro ที่มีราคาวางจำหน่ายค่อนข้างสูงเท่านั้น 

 

คอนเซ็ปท์ iPhone SE Plus

ดังนั้นการที่ Apple หันมาใช้จอ OLED กับ iPhone 12 และ iPhone 12 Mini ด้วย ก็น่าจะเป็นผลมาจากการที่ Apple ต้องการจัดกลุ่มให้ iPhone 12 รวมถึง iPhone รุ่นปลายปีที่จะเปิดตัวในปีต่อๆ ไป ให้อยู่ในกลุ่มมือถือพรีเมียม และปล่อยให้ iPhone SE ทำตลาดในกลุ่มไอโฟนราคาประหยัดแทน รวมทั้งยังเป็นการเพิ่มช่องว่างให้ Apple สามารถเปิดตัวไอโฟนราคาประหยัดโดยไม่ทับไลน์ไอโฟนรุ่นท็อปได้ด้วย ซึ่งเราจะเห็นได้จากข่าวคราวของ iPhone SE Plus ที่มีข่าวว่าจะเป็นไอโฟนราคาย่อมเยาที่มีขนาดหน้าจอใหญ่ขึ้น และได้ใช้กล้องหลังคู่เหมือนกับ iPhone 11 นั่นเอง



นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com


วันที่ : 16/10/2563

Tags :