หน้าแรกมือถือ > รวมข่าวมือถือ > หน้าบทความ ข่าวมือถือ
   
Date : 16/11/2563

ทำไม iPhone 12 คะแนน Benchmark ถึงดูน้อยกว่า Android ?

 

หลายๆ คนมักจะนำคะแนนทดสอบมาเป็นตัวชี้วัดว่าสมาร์ทโฟนรุ่นใดมีประสิทธิภาพที่สูงกว่ากัน ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้ สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง iPhone 12 Pro ก็เพิ่งจะผ่านการทดสอบบน AnTuTu ไปสดๆ ร้อนๆ โดยทำคะแนนโดยเฉลี่ยได้ราว 574,155 คะแนน ซึ่งแม้ว่าจะเป็นคะแนนที่ค่อนข้างสูง แต่ก็หากเทียบกับสมาร์ทโฟนฝั่ง Android ที่ทำคะแนนทดสอบบน AnTuTu ได้สูงสุดถึง 647,919 คะแนนแล้ว ก็ยังถือว่าเป็นตัวเลขที่น้อยกว่าพอสมควร แต่เพราะเหตุใด iPhone 12 Series ถึงทำคะแนน Benchmark ได้น้อยกว่า Android ? เราไปหาคำตอบกันดีกว่าครับ

 

คะแนนทดสอบ iPhone 12 Series น้อยจริงหรือ?

ว่ากันตามจริงแล้ว คะแนนของ iPhone 12 Series ถือว่ามีการพัฒนาจาก iPhone 11 Series พอสมควร โดยหากเราอิงคะแนนจาก AnTuTu ที่ iPhone 11 Pro Max เคยทำได้ที่ 524,343 คะแนน เทียบกับคะแนนของ iPhone 12 Pro ที่ทำได้ราว 574,155 คะแนนแล้ว จะเห็นได้ว่า iPhone 12 Series มีคะแนนทดสอบโดยรวมที่สูงกว่า iPhone 11 Series ราว 9%  

 

ส่วนคะแนนการประมวลผลของ CPU ก็พบว่า iPhone 12 Series ทำได้ดีกว่า iPhone 11 Series เช่นเดียวกัน โดยผลคะแนนทดสอบ CPU จาก Geekbench 5 ระบุว่า iPhone 12 Series ทำคะแนนทดสอบแบบแกนเดี่ยว (Single-Core) ได้ทั้งหมด 1607 คะแนน มากกว่า iPhone 11 Series ที่ทำคะแนนได้ทั้งหมด 1328 คะแนน คิดเป็นส่วนต่าง 19% ส่วนคะแนนการประมวลผลแบบหลายแกน (Multi-Core) iPhone 12 Series กวาดคะแนนไปได้ทั้งหมด 4084 คะแนน มากกว่า iPhone 11 Series ที่ทำได้ 3478 คะแนน คิดเป็นส่วนต่าง 16%

จากตัวเลขจะเห็นได้ว่า คะแนนทดสอบของ iPhone 12 Series เมื่อเทียบกับ iPhone รุ่นเก่าแล้ว ถือว่ามีความแรงขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด 

 

ทำไมคะแนน iPhone 12 Series ถึงน้อยกว่า Android?

Apple กล่าวในงานเปิดตัวเอาไว้ว่า ชิปเซ็ต Apple A14 Bionic ที่ใช้บน iPhone 12 Series มีประสิทธิภาพการประมวลผลด้าน CPU และ GPU ที่เร็วกว่าชิปเซ็ตสำหรับมือถือทั่วไปถึง 50% (50% faster CPU and GPU than any other smartphone chip) 

 

หากเราลองมาดูคะแนน Benchmark แบบเจาะลึกในแต่ละด้านแล้ว จะพบว่า iPhone 12 ทำคะแนนได้สูงกว่าชิปมือถือทั่วไปตามที่ Apple กล่าวไว้ โดยหากดูผลทดสอบจากแอปพลิเคชัน Geekbench 5 จะพบว่า iPhone 12 Pro สามารถทำคะแนนการประมวลผล CPU แบบ Single-Core ได้ 1607 คะแนน ซึ่งเมื่อเทียบกับชิปเซ็ตรุ่นใหม่ของฝั่ง Android อย่าง Snapdragon 865+ ที่ใช้บน ASUS ROG Phone 3 ซึ่งทำคะแนนการประมวลผลในหมวดเดียวกันได้ทั้งหมด 1328 คะแนนแล้ว จะเห็นได้ว่าชิปเซ็ตทั้งสองรุ่นจะมีตัวเลขที่ต่างกันประมาณ 19%  และหากเทียบกับชิปเซ็ต Exynos 990 ตัวใหม่จาก Samsung ที่ทำคะแนน Single-Core ได้ทั้งหมด 914 คะแนนแล้ว จะพบว่าชิปเซ็ต Apple A14 Bionic ทะคำแนนได้มากกว่าราว 54% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกับที่ Apple เคลมไว้พอสมควร

 

แต่อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่ทำให้คะแนนรวมของ iPhone 12 Series บน AnTuTu ดูน้อยกว่า Android นั้น น่าจะเป็นผลมาจากการที่ระบบ Android กับ iOS เรียกใช้ API ในการควบคุมฮาร์ดแวร์ที่ไม่เหมือนกัน ยกตัวอย่างเช่น เมื่อมีการรันกราฟิก หรือทดสอบประสิทธิภาพ GPU ระบบ iOS จะเรียกใช้ Metal ซึ่งเป็นซอฟท์แวร์สำหรับควบคุมฮาร์ดแวร์ ที่ทาง Apple พัฒนาขึ้นมาเอง ส่วน Android ก็จะไปเรียกระบบ OpenGL และ Vulkan สำหรับประมวลผลกราฟิก ซึ่งความแตกต่างกันตรงจุดนี้นี่เองที่อาจส่งผลไปถึงคะแนนทดสอบโดยรวมที่ไม่เท่ากัน 

 

และอีกหนึ่งสิ่งที่ต้องพิจารณาก็คือ เทคโนโลยีของฮาร์ดแวร์ที่แตกต่างกัน อาจส่งผลไปถึงคะแนนทดสอบโดยรวมของ iPhone ที่น้อยกว่า Android ด้วย โดยในปัจจุบันชิปเซ็ต Apple A14 Bionic ใช้โครงสร้าง CPU แบบ 6-Core ขณะที่ชิปเซ็ตฝั่ง Android ส่วนใหญ่จะใช้โครงสร้าง CPU แบบ 8-Core และในชิปบางค่ายก็มาพร้อมกับ GPU ที่มากถึง 24-Core เป็นที่เรียบร้อย 

 

 

การนำคะแนนจากแอปพลิเคชันทดสอบ ที่เขียนมาสำหรับระบบปฏิบัติการที่ต่างกัน มาเปรียบเทียบกันนั้น อาจดูไม่สมเหตุสมผลเท่าที่ควร และอาจไม่ได้เป็นตัวบ่งบอกถึงประสิทธิภาพด้านการใช้งานจริงเท่าไหร่นัก โดยในคลิปทดสอบ Speedtest ระหว่าง iPhone 12 Pro vs Samsung Galaxy Note20 Ultra (รุ่นที่ใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 865+) จะเห็นได้ว่า แม้คะแนนทดสอบโดยรวมของ Apple A14 Bionic จาก AnTuTu จะน้อยกว่า Snapdragon 865+ อยู่พอสมควร แต่ในด้านการประมวลผล, ความเร็วด้านการใช้งานจริง รวมไปถึงความเร็วในการเปิดแอปพลิเคชัน iPhone 12 Pro สามารถทำเวลาได้ดีกว่ากับ Samsung Galaxy Note20 Ultra 

อย่างไรก็ตาม มือถือรุ่นไหนจะดีกว่ากันนั้น อาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับคะแนนเพียงอย่างเดียว เพราะส่วนหนึ่งต้องขึ้นอยู่กับความชื่นชอบของผู้ใช้งานด้วยว่า มือถือรุ่นนั้นๆ สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวันได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งหากทดลองเล่นแล้วถูกใจ ก็ถือว่ามือถือรุ่นนั้นๆ น่าจับจองเป็นเจ้าของแล้วครับ

 

ข้อมูลอ้างอิง : Android Authority, Techradar, PhoneBuff, AnTuTu

 

นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com


วันที่ : 16/11/2563