ทำไม iPhone ปี 2019 ถึงอาจจะเปลี่ยนไปใช้พอร์ต USB Type-C แทนพอร์ต Lightning ที่ใช้มานานถึง 7 ปี?
ตั้งแต่เข้าสู่ช่วงปี 2019 เป็นต้นมา เราก็เริ่มได้เห็นข้อมูลของ iPhone รุ่นใหม่ประจำปีนี้กันมาบ้างแล้ว ซึ่งจากรายงานของแหล่งข่าววงในต่างบ่งชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า iPhone ปี 2019 จะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อีกครั้ง เริ่มตั้งแต่ รอยบากที่เล็กลง, กล้องหลังที่มากขึ้น และระบบชาร์จที่ไวกว่าเดิม แต่มีอีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจคือ การปรับเปลี่ยนไปใช้พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C แทนที่พอร์ต Lightning ที่ Apple ใช้กับ iPhone มาอย่างยาวนานตั้งแต่รุ่น iPhone 5 ที่เปิดตัวไปเมื่อปี 2012 แต่เพราะเหตุใดในปีนี้ Apple ถึงอาจเปลี่ยนพอร์ตเชื่อมต่อที่ใช้งานมาอย่างยาวนานถึง 7 ปี เราลองไปค้นหาคำตอบกันดูดีกว่าครับ
รองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ ได้มากกว่า

สาเหตุหลักที่ทำให้ Apple น่าจะเปลี่ยนมาใช้พอร์ต USB Type-C กับ iPhone ก็คือการรองรับการเชื่อมต่อที่หลากหลายมากขึ้น โดย USB Type-C สามารถต่อจากอุปกรณ์หนึ่งไปยังอีกอุปกรณ์หนึ่งได้อย่างง่ายดาย ยกตัวอย่างเช่น เราสามารถต่อมือถือเข้ากับจอนอกความละเอียดสูงเพียงใช้สาย USB Type-C เส้นเดียวเท่านั้น หรือจะต่อเข้ากับกล้องถ่ายรูปสักตัวหนึ่งก็ทำได้เช่นเดียวกัน เพียงแค่อุปกรณ์เหล่านั้นรองรับ USB Type-C และที่สำคัญเรายังสามารถต่อเข้ากับ Hub แปลงพอร์ตเพื่อรองรับกับอุปกรณ์อื่นๆ ได้อีกเพียบ เช่น สายแลน, SD Card หรือ HDMI เป็นต้น
สะดวกกว่า

USB Type-C ไม่ได้มีดีแค่ความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูลเท่านั้น แต่ยังมีความสามารถในการชาร์จไฟเข้าอุปกรณ์ได้อย่างรวดเร็วด้วย แม้ว่าในปัจจุบัน iPhone จะรองรับชาร์จเร็วแล้ว แต่การจะใช้ฟีเจอร์นี้เราต้องจ่ายเงินเพิ่มอีกราว 2,400 บาท สำหรับซื้ออแดปเตอร์ชาร์จไวของ Apple และสายแปลงพอร์ต Lightning เป็น USB Type-C เพื่อเสียบเข้ากับอแดปเตอร์ แต่หาก iPhone รุ่นใหม่ปรับไปใช้ USB Type-C เราก็ไม่จำเป็นต้องซื้อสายแปลงแยกแต่อย่างใด
เร็วกว่า

ในปัจจุบัน USB Type-C มีความสามารถในการโอนถ่ายข้อมูล (Data Transfer Speed) ได้ที่ระดับ 10Gbps (USB 3.1) ซึ่งเมื่อเทียบกับ Lightning ที่มีการทดสอบแล้วพบว่ามีความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูลอยู่ที่ 480Mbps เท่านั้น ทำให้การโอนถ่ายข้อมูลด้วยพอร์ต USB Type-C ทำได้เร็วกว่าเป็นอย่างมาก และที่สำคัญความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูลที่สูง ยังมีประโยชน์ในเรื่องของการนำไปประยุกต์ใช้ในการเชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์อื่นๆ อีกด้วย เช่น การต่อจอนอกความละเอียดสูง เป็นต้น
Lightning ใช้มาค่อนข้างนานแล้ว

ก่อน Apple จะเปลี่ยนมาใช้พอร์ต Lightning นั้น Apple เคยมีการใช้พอร์ตเชื่อมต่ออีกรูปแบบหนึ่งในชื่อ 30-Pin Dock Connector มาตั้งแต่ปี 2003 โดยมาพร้อมกับจุดเด่นด้านการวางตัวเป็นพอร์ตเชื่อมต่อเอนกประสงค์ที่สามารถต่อเข้ากับอุปกรณ์ของ Apple ในยุคนั้นได้แทบทั้งหมด ไล่ตั้งแต่ iPhone ไปจนถึง iPod Touch และ iPad ก่อนที่ Apple จะยุติการผลิต 30-Pin Dock Connector ไปในปี 2014 พร้อมกับแทนที่ด้วยพอร์ตเชื่อมต่อเอนกประสงค์รูปแบบใหม่ในชื่อ Lightning ซึ่งถูกนำมาใช้งานกับอุปกรณ์ iDevice เป็นครั้งแรกเมื่อปี 2012 ใน iPhone 5 ซึ่งหากนับมาจนถึงปัจจุบัน Lightning ก็ยืนหยัดอยู่เคียงข้าง Ecosystem ของ iPhone มาเป็นเวลาเกือบ 7 ปีแล้ว ซึ่งก็น่าจะถึงเวลาอันสมควรที่จะเข้าสู่ยุคเปลี่ยนผ่านพอร์ตเชื่อมต่อของ iPhone อีกครั้ง
เพราะ Ecosystem ของ Apple ก็ใช้ USB Type-C แล้ว

Ecosystem หลักๆ ของ Apple ในปัจจุบัน อย่างเช่น MacBook, MacBook Pro หรือ MacBook Air ก็ใช้เพียงแค่พอร์ต USB Type-C (แบบ Thunderbolt 3) เพียงพอร์ตเดียวในการชาร์ตแบต หรือโอนถ่ายข้อมูล รวมทั้งใน iPad Pro รุ่นใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวไปในปี 2018 ก็เปลี่ยนไปใช้พอร์ต USB Type-C แทนพอร์ต Lighting เป็นที่เรียบร้อย และที่สำคัญ Apple ยังโฆษณาความสามารถด้านการเชื่อมต่อของ iPad Pro เข้ากับอุปกรณ์ต่างๆ รวมถึงการแปลงร่างเป็นพาวเวอร์แบงค์สำหรับชาร์จแบตให้กับ iPhone ซึ่งหากในอนาคต iPhone จะปรับไปใช้พอร์ต USB Type-C เหมือนกับอุปกรณ์อื่นๆ ด้วย ก็จะทำให้การเชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์ต่างๆ ของ Apple ทำได้ง่ายกว่าเดิมเพียงใช้สายเชื่อมต่อเพียงแค่เส้นเดียว
แม้เราจะยังฟันธงไม่ได้ว่า iPhone รุ่นปี 2019 จะมาพร้อมกับพอร์ต USB Type-C จริงหรือไม่ แต่หากดูจากแนวโน้มของ Apple และแนวโน้มของแบรนด์สมาร์ทโฟนคู่แข่งที่ปรับไปใช้ USB Type-C กันเกือบหมดแล้ว รวมถึงอุปกรณ์ประเภทต่างๆ ที่ปรับตัวไปใช้ USB Type-C กันมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น Nintendo Switch ที่มาพร้อมกับพอร์ต USB Type-C และสามารถชาร์จแบตผ่านพอร์ตนี้ได้ในตัว เป็นต้น ก็ไม่แน่ว่า Apple อาจเข้าร่วมใช้มาตรฐานเดียวกันก็เป็นได้ แต่การเปลี่ยนถ่ายจาก Lightning ไปเป็น USB Type-C ของ Apple อาจไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะอุปกรณ์หลายอย่างในระบบ Ecosystem ของ Apple ยังคงใช้พอร์ต Lightning เป็นตัวเชื่อมต่ออยู่ ซึ่งก็ต้องติดตามกันต่อไปว่า Apple จะปรับทิศทางไปใช้ USB Type-C ตรงตามข่าวลือจริงหรือไม่ และหากจริงจะมีการควบคุมอุปกรณ์เสริมจากผู้ผลิตแบบ Third-Party อย่างไร
ที่มา : Apple Insider, Forbes, Cnet, TronSmart, Tom's Guide, MacWorld
วันที่ : 23/1/2562





