หน้าแรกมือถือ > รวมข่าวมือถือ > หน้าบทความ ข่าวมือถือ
   
Date : 9/2/2564

iPhone 12 Mini น่าซื้อหรือไม่? ทำไมถึงขายไม่ดีจน Apple อาจยกเลิกการผลิต?

 

กลายเป็นกระแสข่าวที่ถูกกล่าวถึงในวงกว้าง หลังมีรายงานจากสื่อต่างประเทศออกมาว่า Apple อาจตัดสินใจยุติการผลิต iPhone 12 Mini มือถือ 5G เครื่องเล็กสุดในโลก ในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2021 หลังความต้องการซื้อจากผู้บริโภคไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ รวมทั้งยังมีรายงานเพิ่มเติมว่า ในปัจจุบัน Apple ก็ได้ลดอัตราการผลิต iPhone 12 Mini จากเดิม 11 ล้านเครื่อง เหลือเพียง 9 ล้านเครื่องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ iPhone 12 Mini ส่อแววที่จะไม่ได้รับความนิยมจากผู้ใช้งานมากนัก เพราะมีรายงานจากนักวิจัยการตลาดอย่าง Consumer Intelligence Research Partners ที่ได้เปิดเผยยอดขาย iPhone 12 Series ทุกรุ่นในสหรัฐฯ ช่วงเดือนตุลาคม - พฤศจิกายน 2020 ซึ่งพบว่า iPhone 12 Mini ทำยอดขายได้เพียง 6% เมื่อเทียบกับ iPhone ทุกรุ่น หรือมียอดขายสูงกว่า iPhone Xr เพียงเล็กน้อยเท่านั้นแม้ว่า iPhone Xr จะเปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2018 ก็ตาม แต่เพราะเหตุใด iPhone 12 Mini ที่เป็นไอโฟนราคาถูกที่สุดของ iPhone 12 Series ถึงขายไม่ดีจน Apple อาจเลิกผลิต? และจริงๆ แล้ว iPhone 12 Mini น่าสนใจหรือไม่? เราลองไปหาคำตอบกันดีกว่าครับ

 

สาเหตุที่อาจทำให้ iPhone 12 Mini ไม่ปังเท่าที่ควร

 

1.Position ที่ไม่ชัดเจน

iPhone 12 Mini ถูกวางตัวเป็นไอโฟนไซส์เล็กสเปกแรงที่มีคุณสมบัติภายในตัวเครื่องที่จัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็น การได้ใช้หน้าจอ Super Retina XDR ซึ่งเป็นหน้าจอ OLED คุณภาพสูง, ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Apple A14 Bionic ไปจนถึงการได้ใช้เทคโนโลยี MagSafe สำหรับเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เสริมต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย แต่หากว่ากันตามจริงแล้ว สเปกของ iPhone 12 Mini แทบไม่ต่างกับ iPhone 12 Series รุ่นอื่นๆ ที่มีหน้าจอใหญ่กว่า และแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานกว่า 

รวมทั้งตัวเครื่องขนาดเล็กจับถนัดมือที่ Apple นำมาใช้เป็นจุดขายของ iPhone 12 Mini ก็ค่อนข้างใกล้เคียงกับ iPhone SE ที่เน้นคอนเซ็ปท์มือถือจอเล็กสเปกแรงเช่นเดียวกัน จึงทำให้ไลน์ผลิตภัณฑ์อาจดูทับซ้อนกันพอสมควร

 

2.คนส่วนใหญ่อาจจะชินกับมือถือจอใหญ่ไปแล้ว

Apple ปูทางให้ผู้บริโภคได้เลือกใช้ไอโฟนจอใหญ่มาตั้งแต่รุ่น iPhone 6 Plus ที่เปิดตัวเมื่อปี 2014 ซึ่งนับว่าเป็นปรากฏการณ์ที่สร้างความสนใจให้แก่ผู้บริโภคที่ต้องการมือถือหน้าจอใหญ่เพื่อรับชมคอนเทนต์ต่างๆ ได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น และค่อยๆ ปรับมาตรฐานของขนาดหน้าจอไอโฟนให้ใหญ่ขึ้นที่ระดับ 5.7 นิ้วในรุ่น iPhone X หรือ 6.1 นิ้วในรุ่น iPhone Xr ไปจนถึง 6.5 นิ้วในรุ่น iPhone XS Max และ 6.7 นิ้วในรุ่น iPhone 12 Pro Max 

ตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมา หลายคนที่ใช้ไอโฟน หรือแม้แต่ Android ก็น่าจะชินกับมือถือที่มีหน้าจอขนาดใหญ่ไปแล้ว รวมทั้งคอนเทนต์ต่างๆ ก็มีการพัฒนาให้ตอบโจทย์มือถือจอใหญ่มากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งการที่ iPhone 12 Mini เปิดตัวออกมาด้วยหน้าจอขนาดเล็กเพียง 5.4 นิ้ว จึงอาจไม่ตอบโจทย์การใช้งานสำหรับใครหลายๆ คนมากนัก

 

3.ราคาที่ไกลเกินคำว่า Mini

iPhone 12 Mini เปิดราคาวางจำหน่ายในประเทศไทยเริ่มต้นที่ 25,900 บาท ซึ่งนับว่าเป็นตัวเลขที่ห่างกับรุ่นพี่อย่าง iPhone 12 เพียงแค่ 4,000 บาทเท่านั้น (iPhone 12 ราคาไทยเริ่ม 29,900 บาท) ซึ่งในตัวเลข 4,000 บาทนี้ ผู้ใช้จะได้ไอโฟนที่มีสเปกเหมือนกับ iPhone 12 Mini ทุกอย่าง แต่ได้หน้าจอที่ใหญ่ขึ้นถึง 6.1 นิ้ว และแบตเตอรี่ที่อึดขึ้นกว่าเดิม 

นอกจากนี้ หากเปรียบเทียบกับปีที่แล้ว iPhone 11 เปิดตัวในไทยที่ 24,900 บาทเท่ากับ iPhone 12 Mini แต่ได้หน้าจอขนาดใหญ่เท่ากับ iPhone 12 จึงทำให้หลายคนที่ติดใจ iPhone 11 หรือ iPhone Xr อยู่แล้ว อาจตัดสินใจกัดฟันไปซื้อ iPhone 12 แทนการซื้อ iPhone 12 Mini

การที่ Apple ตั้งราคา iPhone 12 Mini ที่ค่อนข้างสูงก็อาจเป็นกลยุทธ์ทางด้านการตลาดของ Apple ตั้งแต่แรกอยู่แล้วก็เป็นได้ เพราะหากพิจารณาจากไลน์ผลิตภัณฑ์ไอโฟนในตอนนี้จะพบว่า Apple ไม่มีไอโฟนที่ทำตลาดมือถือช่วงราคาหมื่นปลายเลย ดังนั้นการตั้งราคา iPhone 12 Mini ให้สูงใกล้เคียงกับ iPhone 12 ก็อาจเป็นการปูทางให้กับ iPhone SE รุ่นจอใหญ่ หรือ iPhone SE Plus ที่มีข่าวลือว่าอาจเปิดตัวให้เห็นกลางปีนี้ หรือช่วงปี 2022 ก็เป็นได้

 

4.iPhone SE อาจดูน่าสนใจกว่า

อย่างที่กล่าวไปตั้งแต่ตอนแรกว่า iPhone จอเล็กสเปกแรงไม่ได้มีเพียงแค่ iPhone 12 Mini รุ่นเดียว แต่ยังมี iPhone SE 2020 ด้วย แถมราคายังถูกกว่า 10,000 บาท (iPhone SE ราคาเริ่มต้น 14,900 บาท) ซึ่งแม้ว่า iPhone SE 2020 จะไม่ได้ใช้สเปกเดียวกับ iPhone 12 Mini แต่ก็ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานทั่วไปในปัจจุบัน ด้วยความแรงของชิปเซ็ต Apple A13 Bionic, ตัวเครื่องกันน้ำกันฝุ่น, รองรับชาร์จไร้สาย ไปจนถึงกล้องหลังที่สามารถถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอได้ รวมทั้งยังมาพร้อมกับขนาดตัวเครื่องที่ใหญ่กว่า iPhone 12 Mini อีกด้วยแม้ว่าจะมีพื้นที่การแสดงผลที่น้อยกว่าก็ตาม

นอกจากนี้ หลายคนอาจจะมองว่า การเลือกซื้อ iPhone SE 2020 รุ่นท็อปสุดที่มีความจุ 256GB ก็อาจจะเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ากว่า iPhone 12 Mini ราคา 24,900 บาทที่มีความจุเริ่มต้นเพียง 64GB และยังเหลือเงินส่วนต่างมากพอที่จะนำไปซื้ออุปกรณ์เสริมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น หัวชาร์จ, เคส ไปจนถึงแท่นชาร์จไร้สาย

 

แต่อย่างไรก็ตาม แม้ว่า iPhone 12 Mini อาจทำยอดขายไม่ได้ตามเป้าที่ Apple วางไว้ แต่หากพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วจะพบว่า iPhone 12 Mini ก็มีจุดที่น่าสนใจในตัวพอสมควร ไม่ว่าจะเป็น :

 

1.ตัวเครื่องเล็กกระชับมือ

มือถือในปัจจุบันมักจะมาพร้อมกับหน้าจอ 5.7 - 6+ นิ้ว และใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ทำให้การใช้งานมือเดียวอาจไม่ถนัดมากนัก ซึ่ง iPhone 12 Mini อาจเรียกได้ว่าเป็นตัวเลือกเพียงไม่กี่รุ่นบนท้องตลาดสำหรับคนที่ต้องการมือถือจอเล็กสเปกแรง ที่พกพาง่าย ใช้งานมือเดียวได้สะดวก

 

2.สเปกแรงระดับเรือธง

iPhone 12 Mini แม้ฟังดูแล้วจะเป็นรุ่นน้องเล็ก แต่สเปกคือมือถือเรือธงพรีเมียม ด้วยหน้าจอแสดงผล Super Retina XDR, กระจกหน้าจอ Ceramic Shield สุดแกร่ง, ตัวเครื่องกันน้ำกันฝุ่น, รองรับ 5G ไปจนถึงกล้องหลังคู่ที่มีทั้งกล้องเลนส์ Wide และ Ultra Wide

 

3.สเปกเหนือกว่า iPhone SE

สำหรับใครไม่มีปัญหาเรื่องงบประมาณ และต้องการมือถือจอเล็ก iPhone 12 Mini ก็ดูจะเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ iPhone SE 2020 มากกว่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความสดใหม่ของชิปเซ็ต, หน้าจอแสดงผลแบบ OLED ที่แสดงสีสันได้อย่างคมชัด และประหยัดพลังงานกว่าหน้าจอ IPS LCD ของ iPhone SE 2020, ระบบยืนยันตัวตนด้วยการสแกนใบหน้าแบบ 3 มิติ ซึ่งเป็นมาตรฐานใหม่ของ Apple, รองรับระบบ MagSafe ที่มีอุปกรณ์เสริมให้เลือกใช้งานอย่างหลากหลาย และที่สำคัญ iPhone 12 Mini อาจได้อัปเดตระบบปฏิบัติการ iOS ได้ไกลกว่า iPhone SE เนื่องจากใช้ชิปเซ็ตตัวใหม่กว่านั่นเอง

 

อย่างไรก็ตาม มือถือรุ่นไหนจะดีที่สุดคงไม่มีคำตอบ เพราะส่วนหนึ่งต้องขึ้นอยู่กับความชื่นชอบส่วนบุคคลด้วย หากมือถือรุ่นนั้นๆ สามารถตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างครบถ้วนโดยไม่ขาดตกบกพร่อง ก็ถือว่ามือถือรุ่นนั้นๆ น่าจับจองเป็นเจ้าของแล้วครับ

 

ข้อมูลอ้างอิง : Gizmochina9to5Mac

 

นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com


วันที่ : 9/2/2564

Tags :