หน้าแรกมือถือ > รวมข่าวมือถือ > หน้าบทความ ข่าวมือถือ
   
Date : 30/7/2563

รูท ดัน โม คือะไร? ศัพท์ใหม่ในวงการที่ทุกคนควรรู้! ส่งผลต่อมือถืออย่างไรบ้าง? ที่นี่มีคำตอบ!

 

ช่วงนี้ใครที่เข้าตลาดสมาร์ทโฟนมือสองบนกลุ่ม Facebook, Marketplace หรือแพลตฟอร์มขายของออนไลน์แห่งอื่น น่าจะเคยเห็นการวางขายสมาร์ทโฟนที่มีแคปชันนำหน้าว่า “รูท”, “ดัน”, “โม”, “โมเต็ม” หรือ”โมเต็มระบบ” กันมาบ้างไม่มากก็น้อย ซึ่งในบางครั้งมือถือมือสองที่ผ่านการ รูท ดัน โม ก็มีราคาวางจำหน่ายที่สูงกว่ามือถือมือสองรุ่นเดียวกันแบบเดิมๆ ซึ่งหลายท่านอาจจะกำลังสงสัยว่าคำเหล่านี้คืออะไร? และมันส่งผลต่อประสิทธิภาพของมือถือ หรือทำให้มือถือมีความแตกต่างจากรุ่นปกติที่ไม่ผ่านการ รูท ดัน โม หรือไม่? เรามีคำตอบครับ

 

รูท ดัน โม คืออะไร?

คำว่า รูท ดัน โม ย่อมาจาก การรูท (Root) เครื่อง, การดันตัวเลข Clock Speed ของ CPU และ GPU ให้สูงขึ้น และการโมดิฟาย (Moddify - ดัดแปลง) ระบบ Android ให้สอดคล้องกับการใช้งานที่ต้องการ

 

ทำไมต้อง รูท?

โดยปกติแล้ว สมาร์ทโฟน Android จะให้สิทธิ์การเข้าถึงระบบระดับ System level ให้แก่ผู้ใช้ระดับ superuser ซึ่งตามเดิมทีแล้วสิทธิผู้ใช้ระดับดังกล่าวจะถูกปิดกั้นเอาไว้ เพื่อป้องกันผู้ใช้ทั่วๆ ไป เข้าไปแก้ไฟล์ระบบโดยไม่ได้ตั้งใจ โดยการรูทเครื่องก็เปรียบเสมือนการมอบกุญแจบ้านให้กับผู้ใช้สามารถเข้าไปแก้ไข ปลดล็อก ห้องต่างๆ ภายในบ้าน (ในที่นี้ก็คือระบบ Android) ได้อย่างตามสะดวก

 

ทำไมต้อง ดัน?

ชิปเซ็ตประมวลผลของสมาร์ทโฟน หรือที่หลายคนเรียกติดปากว่า CPU โดยปกติแล้วทุก Core จะไม่ได้ทำงานเต็ม Clock Speed (หน่วยวัดความเร็ว CPU) ในะดับสูงสุดอยู่ตลอดเวลา ซึ่งจะมีแค่บางกรณีเท่านั้นที่ชิปเซ็ตจะยอมดัน Clock Speed ของ CPU ให้อยู่ในระดับสูงสุด เช่น เมื่อมีการประมวลผลหนักเป็นระยะเวลาสั้นๆ หรือเมื่อมีการทดสอบประสิทธิภาพการทำงานของชิปเซ็ตเป็นต้น ซึ่งการดันในที่นี้ คือการดันค่า Clock Speed ของ CPU ทุก Core ให้อยู่ในระดับสูงสุดเท่าที่ CPU รองรับ เพื่อให้สมาร์ทโฟนมีความพร้อมต่อการประมวลผลในระดับสูงสุด ซึ่งในบางครั้งก็มีการดัน Clock Speed ให้เกินค่าสูงสุดที่ชิปเซ็ตกำหนดไว้ ซึ่งในกรณีนี้เรียกว่า OC หรือ Overclock นั่นเอง

 

ทำไมต้อง โม?

หากเปรียบสมาร์ทโฟนเป็นรถยนต์สักคัน ก็จะมีส่วนประกอบหลักๆ ได้แก่ ฮาร์ดแวร์, ชิปเซ็ตประมวลผล, RAM ก็เปรียบเสมือนเครื่องยนต์, ROM (ROM ในที่นี้สื่อถึงเฟิร์มแวร์ ระบบปฏิบัติการ และ Custom UI) ก็เปรียบเสมือนแฟริ่ง และดีไซน์ตัวเครื่องด้านนอก ส่วนกล่อง ECU ก็เปรียบเสมือน Kernel สำหรับเชื่อมต่อกับเครื่องยนต์ เพื่อช่วยให้รถยนต์วิ่งได้ตามที่ผู้ผลิตตั้งไว้

การ “โม” ที่เราเห็นกันในปัจจุบัน มักจะเป็นเปลี่ยน Stock Kernel เป็น Custom Kernel หรือพูดง่ายๆ ก็คือ เปลี่ยนกล่อง ECU เดิมในรถยนต์ (Stock Kernel) เป็นกล่อง ECU แต่ง (Custom Kernel) ที่แต่ละผู้พัฒนาผลิตออกมา หรือนำกล่อง Kernel เดิมไปจูนใหม่ เพื่อช่วยรีดประสิทธิภาพของสมาร์ทโฟนให้อยู่ในระดับที่สูงกว่าปกติ บาง Kernel อาจจะเน้นไปในเรื่องของการจัดการพลังงานที่ชวยให้ใช้งานมือถือได้นานขึ้น บาง Kernel อาจมีการเน้นไปในเรื่องของความเร็วแรง เพื่อตอบโจทย์การเล่นเกม หรือการประมวลผลหนักๆ เป็นต้น แต่ Kernel จากผู้พัฒนาบางกลุ่มก็อาจไม่สามารถทำงานร่วมกับมือถือของเราได้แบบเต็ม 100% จึงทำให้เกิดบั๊กต่างๆ ได้ง่าย เช่น เครื่องรีสตาร์ทเอง, บูตระบบไม่ขึ้น, สแกนลายนิ้วมือไม่ติด, VoLTE ใช้ไม่ได้ หรือไม่สามารถใช้ NFC ได้ เป็นต้น

 

รูท ดัน โม มาจากไหน?

 

ตัวอย่างการกดงาน Lalamove จากช่อง Jack Sparrow

รูท ดัน โม จริงๆ แล้วอยู่คู่กับผู้ใช้สมาร์ทโฟนมาอย่างยาวนานตั้งแต่ Android ยุคบุกเบิก แต่ในปัจจุบันเริ่มได้รับความนิยมสูงขึ้นเรื่อยๆ ด้วยกลุ่มไรเดอร์บางค่าย เช่น Lineman และ Lalamove ที่ต้องการใช้สมาร์ทโฟนที่มีความแรงกว่าปกติในการกดรับงานได้ก่อนใคร เพราะงานเหล่านี้จะปรากฏขึ้นมาเพียงไม่กี่วินาที หรือบางงานก็เด้งให้กดรับแค่เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น ดังนั้นการนำสมาร์ทโฟนมาทำการรูทเพื่อดัน และโม จึงเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ทำให้สมาร์ทโฟนมีความพร้อมด้านการใช้งานมากยิ่งขึ้น

 

รูท ดัน โม ส่งผลต่อมือถืออย่างไร?

แม้ว่าการ รูท ดัน โม มือถือจะช่วยให้สมาร์ทโฟนของเรามีความเร็วแรงมากขึ้นเมื่อเทียบจากเครื่องเดิมๆ ที่ออกมาจากศูนย์ แต่แน่นอนว่าการ รูท ที่เปรียบเสมือนการปลดล็อกกุญแจเข้าสู่บ้านเราได้ง่ายขึ้น ก็เป็นการเพิ่มช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่เอื้อให้ผู้ไม่หวังดีเข้าดูข้อมูลบนสมาร์ทโฟนได้ง่ายขึ้น รวมทั้งการรูทเครื่องก็จะส่งผลให้เราใช้งานแอปพลิเคชันเกี่ยวกับธุรกรรมการเงินไม่ได้ตามปกติอีกด้วย (แม้ว่าจะมีวิธีซ่อนก็ตาม)

ส่วนการดัน CPU และ GPU รวมถึง Refresh Rate ของหน้าจอให้สูงกว่าค่าปกติ ก็ส่งผลต่ออายุการใช้งานของฮาร์ดแวร์เหล่านี้ด้วยเช่นกัน เพราะโดยปกติแล้ว CPU และ GPU จะทำงานด้วยค่า Clock Speed ในระดับที่ต่ำ และจะไม่เพิ่มความเร็วโดยไม่จำเป็น เพื่อช่วยประหยัดพลังงานแบตเตอรี่, ป้องกันเครื่องร้อนเกินไปจนเกิดอาการ Overheat รวมถึงช่วยยืดระยะเวลาการใช้งานของสมาร์ทโฟนให้นานยิ่งขึ้น

 

สรุปแล้ว ควร รูท ดัน โม หรือไม่?

หากเป็นผู้ใช้สมาร์ทโฟนมือใหม่ ทางทีมงานไม่แนะนำให้การทำการรูทมือถือ รวมถึง ดัน CPU & GPU และโม Kernel และ ROM ด้วยตนเอง เนื่องจากหากผู้ใช้ทำผิดพลาดแม้แต่ขั้นตอนเดียว ก็อาจส่งผลให้เครื่องไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ ในบางครั้งอาจทำให้เกิดการบูทวน, ไฟล์ ROM เกิดความเสียหาย หรือเคราะห์ร้ายที่สุดคือไม่สามารถเปิดเครื่องได้ จึงไม่แนะนำให้ติดตั้ง ROM โม หรือปรับแต่ง Kernel ด้วยตนเอง หากไม่ได้ศึกษาข้อมูลด้านนี้มาก่อนครับ

อ่านมาถึงตรงนี้หวังว่าหลายท่านน่าจะเข้าใจถึงการปรับแต่งสมาร์ทโฟนแบบ รูท ดัน และโม ที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบันไม่มากก็น้อย และรับรู้ถึงข้อดี และความเสี่ยงต่อการปรับแต่งสมาร์ทโฟนด้วยตนเอง สำหรับวันนี้ทางทีมงานต้องขอตัวลาไปก่อน แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้า สวัสดีครับ

 

บทความโดย : thaimobilecenter.com


วันที่ : 30/7/2563

 




Cookie Consent

Our website uses cookies to provide your browsing experience and relavent informations.Before continuing to use our website, you agree & accept of our Cookie Policy & Privacy