หน้าแรกมือถือ > รวมข่าวมือถือ > หน้าบทความ ข่าวมือถือ
   
Date : 22/10/2563

ROM นั้นสำคัญไฉน? ROM แท้ ROM โมคืออะไร ต่างกันอย่างไร และทำไมหลายคนถึงชอบใช้ ROM Pure Android?

 

เชื่อว่าเกินครึ่งของทุกท่านที่ติดตาม Thaimobilecenter อยู่จะต้องใช้สมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการ Android กันอย่างแน่นอน เพราะ Android เป็นระบบปฏิบัติการ Open Source ที่แพร่หลายที่สุดในแวดวงสมาร์ทโฟนมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟนแบรนด์ไหน สัญชาติใด ต่างก็มีหัวใจการทำงานเป็น Android กันแทบทั้งนั้น (ยกเว้น iPhone) แต่เคยสงสัยกันหรือเปล่าว่า ทำไมสมาร์ทโฟน Android แต่ละแบรนด์ถึงมีหน้าตา UI ไม่เหมือนกันเลยทั้งๆ ที่ใช้ระบบปฏิบัติการตัวเดียวกันแท้ๆ? และทำไมสมาร์ทโฟนของบางคนถึงมี UI ที่ไม่เหมือนแบรนด์ไหนเลย แถมยังปรับแต่งอะไรต่อมิอะไรได้มากกว่าด้วย? เท่านั้นยังไม่พอ ระยะหลังมานี้ยังมีคนพูดถึง Pure Android กันมากขึ้น มันต่างจาก Android ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันอย่างไรกันแน่? คำตอบของคำถามเหล่านี้อยู่ในสิ่งที่เรียกว่า "ROM" และในวันนี้เราก็จะขออาสาพาทุกท่านไปรู้จักกับ ROM ให้มากขึ้นครับ

 

ROM คืออะไร?

หากจะให้เข้าใจกันง่ายๆ ROM ในบริบทของสมาร์ทโฟน Android ก็หน่วยความจำที่มีไฟล์ระบบปฏิบัติการ Android OS ติดตั้งอยู่นั่นเอง เปรียบได้กับหัวใจของสมาร์ทโฟนทุกเครื่องเพราะหากไม่มี ROM ก็ไม่มี OS และสมาร์ทโฟนก็จะกลายเป็นที่ทับกระดาษแพงๆ อันหนึ่ง ระบบปฏิบัติการ Android ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ ROM แท้ หรือ ROM ศูนย์ (Stock ROM) และ ROM โม (Custom ROM)

 

ROM แท้ และ ROM โม

ROM แท้ คือ ROM ที่มากับสมาร์ทโฟน Android ซึ่งได้รับการปรับแต่งจากผู้ผลิตให้มีอินเทอร์เฟซและฟังก์ชันการใช้งานเฉพาะตัว เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ต่างไปจากสมาร์ทโฟนแบรนด์อื่น และนี่คือเหตุผลที่สมาร์ทโฟน Android แต่ละรุ่นมีหน้าตาของระบบปฏิบัติการไม่เหมือนกัน ยกตัวอย่างเช่นสมาร์ทโฟนของ Xiaomi ก็จะมาพร้อมกับ MIUI, OnePlus มาพร้อมกับ OxygenOS และ Samsung มาพร้อมกับ One UI เป็นต้น

แม้ว่า ROM แท้จะได้รับการพัฒนาขึ้นมาอย่างดีจากผู้ผลิต แต่ผู้ใช้จำนวนหนึ่งก็ยังรู้สึกไม่พอใจกับการใช้งาน และต้องการอะไรที่มากกว่านั้น ROM โม จึงถือกำเนิดขึ้นเพื่อตอบโจทย์คนกลุ่มนี้

ROM โม (โม ย่อมาจากคำว่า Modify แปลว่า ดัดแปลง) เกิดจากการที่นักพัฒนานำ source code ดั้งเดิมของ Android OS มาดัดแปลงให้มีหน้าตาและฟังก์ชันการทำงานตามที่ต้องการ มักจะมีการเพิ่มฟีเจอร์บางอย่างที่หาไม่ได้ใน ROM แท้ และปรับจูนเพื่อเร่งการทำงานของหน่วยประมวลผลให้เร็วขึ้น (หรือที่เรียกกันว่า Overclock) นอกจากนี้ยังมอบอิสระในการปรับแต่งค่าต่างๆ ให้แก่ผู้ใช้ได้มากกว่าอีกด้วย

ส่วน Android แท้ๆ ที่ไม่ได้ดัดแปลงอะไรเลยนั้น เรียกว่า Pure Stock Android หน้าตาของอินเทอร์เฟซและฟังก์ชันการทำงานจะไม่ค่อยหวือหวามาก จะมีแต่แอปพลิเคชันและฟีเจอร์ที่จำเป็นเท่านั้น ทำให้ตัวระบบเบากว่า ROM ที่ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนเอาไปดัดแปลง สมาร์ทโฟนที่นับว่าเป็น Pure Android ในปัจจุบันมีอยู่ไม่กี่เจ้า ที่เด่นๆ ก็คือ Google Pixel และ Nokia เป็นต้น

 

ข้อดี-ข้อเสียของ ROM แท้

อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า ROM แท้ ก็คือ ROM ที่มากับสมาร์ทโฟน Android ทุกเครื่องจากโรงงานอยู่แล้ว เพราะทีมวิศวกรซอฟต์แวร์ของแบรนด์ผู้ผลิตพัฒนาขึ้นมาเอง จึงถือเป็นหน้าเป็นตาของแบรนด์นั้นๆ หาก ROM มอบประสบการณ์ใช้งานที่ไม่ดี ผู้ใช้ก็จะรู้สึกไม่ดีต่อสมาร์ทโฟนแบรนด์นั้นๆ ไปด้วย ROM ของแต่ละแบรนด์จึงได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันเป็นพิเศษเพื่อให้ตอบโจทย์ผู้ใช้ได้รอบด้าน ซึ่งก็มีข้อดีและข้อเสียดังนี้

1. ความปลอดภัยค่อนข้างสูง

เหตุผลหลักๆ ชาว Android มือใหม่ใช้ ROM แท้คือความปลอดภัย เพราะ ROM เหล่านี้ต้องผ่านการคัดกรองจากผู้ผลิตมาแล้วว่าไม่มีมัลแวร์หรือโค้ดอันตรายแอบแฝงอยู่ และต้องมีช่องโหว่ด้านความปลอดภัยน้อยที่สุดเท่าที่จะน้อยได้ เพื่อไม่ให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์ดูแย่ในสายตาผู้ใช้

อย่างไรก็ตาม ในประเด็นของความเป็นส่วนตัวยังค่อนข้างหมิ่นเหม่ เพราะ ROM ของบางแบรนด์นั้นมีการเก็บข้อมูลบางอย่างของผู้ใช้เพื่อส่งกลับไปยังเซอร์เวอร์ดังที่เราได้เห็นข่าวกันอยู่เป็นระยะๆ ซึ่งการเก็บข้อมูลอาจมีเจตนาที่ดี คือทำเพื่อให้ทราบลักษณะการใช้งานของผู้ใช้และนำไปปรับปรุง ROM ให้สอดรับกับสไตล์การใช้งานมากยิ่งขึ้น แต่หลายคนก็อดกังวลไม่ได้ว่าข้อมูลเหล่านี้อาจจะถูกนำไปเผยแพร่หรือแสวงหากำไรโดยไม่ได้รับอนุญาต จึงเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนและมีการถกเถียงกันอยู่จนถึงทุกวันนี้

2. สิทธิประโยชน์จากการรับประกัน

อย่างที่ทราบกันอยู่แล้วว่าการ Root เครื่องจะทำให้สมาร์ทโฟนหมดประกันทันที และการจะติดตั้ง ROM โมจำเป็นจะต้อง Root เครื่องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะฉะนั้นหากยังต้องการใช้สิทธิประโยชน์จากการรับประกันสินค้าอยู่ ต้องใช้งาน ROM แท้เท่านั้น แต่ถ้าประกันหมดแล้วก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

3. ฟีเจอร์พิเศษ

ROM แท้มักจะมาพร้อมกับฟีเจอร์พิเศษๆ หลายอย่างที่ Pure Android ไม่มี เช่น Edge UX ของ Samsung ซึ่งเป็นเมนูสำหรับใช้งานฟีเจอร์ต่างๆ ของจอขอบโค้ง และ Game Tools ที่ช่วยให้ผู้ใช้ปรับแต่งการเล่นเกมได้ง่ายขึ้นและไม่ถูกรบกวนจากแจ้งเตือนต่างๆ ขณะเล่น เป็นต้น

4. แอปพลิเคชันพิเศษเฉพาะแบรนด์นั้นๆ

แบรนด์ส่วนใหญ่ในปัจจุบันไม่ได้ผลิตแค่สมาร์ทโฟนอย่างเดียว แต่มักจะผลิตสมาร์ทวอทช์และแก็ดเจ็ตต่างๆ ควบคู่กันไปด้วย ROM ของสมาร์ทโฟนจึงมักมากับแอปพลิเคชันสำหรับจับคู่กับอุปกรณ์อื่นๆ ในเครือเดียวกันให้ใช้งานร่วมกันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังมีแอปพลิเคชันอื่นๆ ที่มีเฉพาะในสมาร์ทโฟนแบรนด์นั้นๆ อาทิ ผู้ช่วยอัจฉริยะ Bixby ของ Samsung และแอปค้นหาเพลง TrackID ของ Sony เป็นต้น


Edge UX ของ Samsung

แต่ในขณะเดียวกัน แอปพลิเคชันเหล่านี้ก็ไม่ได้มีประโยชน์อย่างจริงจังไปเสียทั้งหมด บางแอปพลิเคชันก็มีการใช้งานที่ซ้ำซ้อนกับแอปอื่นๆ และบางแอปพลิเคชันก็ไม่รู้จะมีไว้ทำไม เก็บไว้ก็หนักเครื่อง เราเรียกแอปพลิเคชันที่ไม่ต้องการเหล่านี้ว่า Bloatware ที่สำคัญเราไม่สามารถลบมันออกไปจากเครื่องได้ ซึ่งนี่ก็เป็นหนึ่งในเหตุผลหลักๆ ที่หลายคนหันไปใช้ ROM โมกัน อย่างไรก็ดีในระยะหลังแบรนด์ต่างๆ ไม่ได้แถม Bloatware มาให้มากเหมือนเมื่อก่อนแล้ว จึงเบาและน่าใช้ขึ้นมากทีเดียว

 

ข้อดี-ข้อเสียของ ROM โม

ROM โม คือ ROM ทางเลือกสำหรับผู้ใช้ที่ชอบความแตกต่างหรืออยากสัมผัสอะไรใหม่ๆ ROM เหล่านี้สามารถหาได้ในคอมมูนิตี้ของนักพัฒนาเช่น xda-developers ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็น ROM ที่ทำขึ้นด้วยใจล้วนๆ แล้วเอามาแจกกันฟรีๆ ซึ่งข้อดี-ข้อเสียของมันก็มีดังต่อไปนี้

1. Root Access

แม้ว่าการ Root เครื่องจะทำให้สมาร์ทโฟนของเราหมดประกัน แต่ในบางครั้งอิสระที่ได้จากการ Root ก็คุ้มค่าที่จะแลก เพราะการ Root เครื่องก็เหมือนกับการเข้าใช้งานระบบในฐานะ Admin ที่มีสิทธิ์ปรับแต่งทุกสิ่งทุกอย่างได้ตามใจชอบ เปิดโอกาสให้เราได้สัมผัสประสบการณ์การใช้งานใหม่ๆ ที่โดนใจกว่า สำหรับเครื่องที่หมดประกันอยู่แล้ว การ Root ก็ถือว่าไม่เสียหายอะไร

อย่างไรก็ตาม การปรับแต่งค่าต่างๆ ผ่าน Root Access นั้นไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะขั้นตอนการ Flash ROM (การติดตั้ง ROM อื่นลงไปแทน ROM เดิม) ค่อนข้างซับซ้อนสำหรับผู้ใช้ทั่วไปที่ไม่มีพื้นฐานด้านนี้มาก่อน อีกทั้งหากพลาดอะไรไปแม้แต่นิดเดียวอาจทำให้สมาร์ทโฟนมีปัญหา หรือถึงขั้นใช้ไม่ได้อีกเลย ซึ่งวิธีแก้ก็ยุ่งยากยิ่งขึ้นไปอีก จึงไม่แนะนำให้ Root เครื่องหากไม่ได้ศึกษาข้อมูลด้านนี้มาก่อน

2. อิสระในการปรับแต่ง

การติดตั้ง ROM โม จะทำให้เราได้สิทธิ์ Root Access โดยปริยาย (เพราะต้อง Root เครื่องก่อนถึงจะติดตั้งได้) ทำให้มีอิสระในการปรับแต่งอย่างเต็มที่ อะไรที่ทำไม่ได้ใน ROM แท้ ROM โมทำได้หมดไม่มีอะไรมาขัดขวาง เปิดโอกาสให้เราติดตั้งหรือถอนแอปพลิเคชันใดๆ ก็ตามได้อย่างอิสระ จำกัดการทำงานพื้นหลังของแอปพลิเคชันบางตัว และเร่งประสิทธิภาพเครื่องโดยรวมให้ดีขึ้นได้ แต่การปรับแต่งมีความเสี่ยง อาจทำให้ระบบไม่เสถียรหรือถึงขั้นพังได้ตามที่บอกไปแล้ว และหากเกิดความผิดพลาดขึ้น เราจะโทษใครไม่ได้เลยนอกจากตัวเอง

3. มักจะมีอัปเดตสม่ำเสมอ

ในขณะที่แบรนด์ต่างๆ จะซัพพอร์ต ROM ของตัวเองไปแค่ระยะหนึ่งและสมาร์ทโฟนรุ่นเก่าๆ ก็มักจะถูกลืมไป แต่ ROM โมส่วนใหญ่นั้นเกิดขึ้นจากความรักความชอบของนักพัฒนาล้วนๆ ทำให้นักพัฒนาส่วนใหญ่ขยันปรับปรุง ROM ของตัวเองอยู่เสมอ จึงมีอัปเดตใหม่ๆ มาให้ลองเล่นกันแทบจะตลอด หรือถ้า ROM ที่เราใช้อยู่มีเหตุให้ต้องหยุดพัฒนา เราก็สามารถหันไปใช้ ROM โมตัวอื่นได้ ไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด

4. ตอบโจทย์ตรงใจกว่า

เพราะความต้องการของคนเราไม่เหมือนกัน ROM แท้ที่ออกมาจากโรงงานแบบถอดพิมพ์เดียวกันออกมาเป๊ะจึงไม่สามารถตอบโจทย์ผู้ใช้บางคนได้ ROM โมจึงเกิดขึ้นเพื่อเอาใจผู้ที่มีความต้องการพิเศษเหล่านี้ หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ใช้ที่มีความต้องการพิเศษ ROM โม คือคำตอบเดียวที่คุณต้องการ
 

ว่าด้วย ROM Pure Android

ปัจจุบันสมาร์ทโฟน Pure Android เริ่มจะแพร่หลายกันมากขึ้น จากแต่ก่อนที่เราจะรู้จักกันอยู่แค่ตระกูล Nexus แต่ปัจจุบันนี้มีทั้ง Google Pixel, Nokia, Motorola, Xiaomi บางรุ่น และอื่นๆ อีก 2-3 เจ้า และหลายคนก็ชอบระบบปฏิบัติการ Pure Android มากเป็นพิเศษ และแนะนำให้คนอื่นๆ ใช้ตาม สำหรับผู้ที่ไม่ได้เป็นกูรูด้าน IT อาจจะสงสัยว่า Pure Android มันดีกว่า ROM ของแต่ละแบรนด์อย่างไร ซึ่งคำตอบก็มีดังต่อไปนี้

1. ไม่มี Bloatware

ข้อดีแรกๆ ที่สาวก Pure Android จะพูดถึงคือตัวระบบที่ปราศจาก Bloatware เพราะนอกจากแอปตระกูล Google Service (หรืออาจมีแอปของ Microsoft Office ติดมาด้วย) ก็ไม่มีแอปพลิเคชันใดๆ ติดตั้งมาให้เลย ทำให้เหลือพื้นที่ไว้ทำประโยชน์มากขึ้น และให้เราได้ติดตั้งแต่แอปพลิเคชันที่เราอยากใช้งานจริงๆ เท่านั้น

2. อินเทอร์เฟซเรียบง่ายและสะอาด

อย่างที่กล่าวไว้ในช่วงต้นของบทความว่าหน้าตาที่แท้จริงของ Android นั้นไม่ได้หวือหวาอะไร ออกไปทางเรียบง่ายสะอาดตาเสียมากกว่า จึงเข้าใจง่ายและใช้งานสะดวกกว่า ROM แบรนด์บางเจ้า แต่สำหรับบางคนอาจจะคิดว่ามันจืดชืดเกินไป อาจจะต้องหา Laucnher ใหม่ๆ มาติดตั้ง ซึ่งก็ก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคคล

3. อัปเดตฉับไว

ปัญหาหนึ่งของสมาร์ทโฟน Android ที่เรื้อรังมานานคือความล่าช้าในการอัปเดตเวอร์ชันใหม่ๆ แม้ว่าตัว Android จะพัฒนาเสร็จแล้ว แต่ก็ไม่ได้อัปเดตกันสักทีเพราะทางผู้ผลิตแต่ละแบรนด์จะต้องนำไปดัดแปลงตามแบบฉบับของตัวเองก่อน เมื่อแน่ใจว่าไม่มีปัญหาจึงจะปล่อยออกมาให้ผู้ใช้อัปเดตได้ ซึ่งอาจต้องรอกันหลายเดือน หรือหนักเข้าก็ถูก "ลอยแพ" กันไปเสียเฉยๆ ปัญหานี้จะไม่เกิดกับสมาร์ทโฟน Pure Android เพราะผู้ผลิตไม่จำเป็นต้องปรับปรุงอะไรมาก จึงสามารถปล่อยอัปเดตได้แทบจะในทันที และยังการันตีการอัปเดตต่อเนื่องไปอีกอย่างน้อย 2 ปีอีกด้วย

4. ไม่หนักเครื่อง

UI ของแบรนด์ต่างๆ ที่ครอบทับระบบ Android อยู่นั้นมักจะมาพร้อมกับเอฟเฟ็กต์สวยงามและบางทีก็รัน service บางอย่างบนพื้นหลังตลอดเวลาทำให้ทรัพยากรของตัวเครื่องถูกดึงไปใช้มากโดยไม่จำเป็น หลายครั้งจึงเกิดอาการหน่วง ค้าง จนต้องหงุดหงิดเสียอารมณ์กันไป (แต่ระยะหลัง ROM ของแบรนด์ส่วนใหญ่ได้ปรับปรุงในส่วนนี้ไปมากแล้ว) แต่สำหรับสมาร์ทโฟน Pure Android จะไม่มี UI อื่นมาครอบทับไว้ จึงไม่ต้องกังวลกับปัญหาดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ความเบาและกะทัดรัดของ Pure Android ก็อาจเป็นข้อเสียได้เช่นกัน เพราะนอกจากแอปพลิเคชันพื้นฐานกับ Google Service แล้ว แอปพลิเคชันอื่นๆ เราจะต้องดาวน์โหลดมาเองทั้งหมด และแอปพลิเคชันพื้นฐานที่มีก็มักจะไม่ดีเท่าแอปใน Play Store อีกทั้งฟีเจอร์พิเศษหลายอย่างที่มีใน ROM ของแบรนด์ก็ไม่มีให้ใช้ หากเคยชินกับการใช้งานฟีเจอร์พิเศษมาก่อนอาจจะต้องหาแอปพลิเคชันอื่นมาทดแทน ซึ่งก็อาจจะไม่เหมือนกับที่เคยใช้ จึงขึ้นอยู่กับผู้ใช้แต่ละคนที่จะต้องช่างน้ำหนักเอาว่าแบบไหนจะตอบโจทย์การใช้งานของตัวเองมากกว่ากัน

สุดท้ายนี้ทางทีมงาน Thaimobilecenter ก็หวังว่าบทความนี้จะช่วยคลายข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่อง ROM และ Pure Android ไปได้ไม่มากก็น้อย และน่าจะช่วยให้ผู้ใช้ Android เลือกใช้ ROM ที่ตรงกับสไตล์การใช้งานของตัวเองได้มากยิ่งขึ้น ส่วนในโอกาสหน้าเราก็จะสรรหาสาระดีๆเกี่ยวกับสมาร์ทโฟนมาฝากทุกท่านกันอีกอย่างแน่นอน อย่าลืมติดตามกันนะครับ

 

นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com


วันที่ : 22/10/2563

 



Tags :
  


Cookie Consent

Our website uses cookies to provide your browsing experience and relavent informations.Before continuing to use our website, you agree & accept of our Cookie Policy & Privacy