หน้าแรกมือถือ > รวมข่าวมือถือ > หน้าบทความ ข่าวมือถือ
   
Date : 18/5/2565

พรีวิว vivo X80 Series 5G สองเรือธงกล้อง ZEISS ผสานชิป vivo V1+ และขุมพลังตัวท็อป เตรียมเปิดตัว 19 พ.ค.นี้

 

อย่างที่ทราบกันดีว่า ทาง vivo ประเทศไทย เตรียมเปิดตัวเรือธงตัวท็อปรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง vivo X80 Series 5G ในวันที่ 19 พฤษภาคมนี้ ที่จะมาพร้อมกัน 2 รุ่น ได้แก่ vivo X80 5G และ X80 Pro 5G และทางทีมงานก็ได้มีโอกาสจับตัวเครื่องจริงของทั้งสองรุ่นใหม่นี้ก่อนใคร จึงไม่พลาดที่จะนำภาพมาฝากกันเช่นเคย และหากพร้อมแล้วไปชมการพรีวิว vivo X80 5G | X80 Pro 5G กันเลยค่ะ ว่าจะมีตัวเครื่องสวยพรีเมียมขนาดไหน และมีฟีเจอร์ใดที่น่าสนใจบ้าง

 

vivo X80 5G | X80 Pro 5G มาในแพ็กเกจเดียวกัน ด้วยกล่องสีดำด้านกับผิวสัมผัสคล้ายหนังสังเคราะห์ที่ให้ความพรีเมียมเป็นอย่างดี พร้อมระบุชื่อรุ่นไว้ตรงกลางอย่างชัดเจน 

 

ภายในกล่องมีอุปกรณ์พื้นฐานมาให้อย่างครบครัน 

 

vivo X80 5G มาพร้อมหน้าจอแสดงผล E5 AMOLED 3D Curved Screen ขนาด 6.78 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9 ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2400 พิกเซล : 388 ppi) รองรับค่า Refresh Rate ระดับสูงสุด 120Hz และรองรับการแสดงคอนเทนต์แบบ HDR10+ บนตัวเครื่องขนาด 164.95x75.23x8.30 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 206 กรัม

สำหรับ vivo X80 Pro 5G มีหน้าจอแบบ 2K E5 LTPO 3.0 AMOLED 3D Curved Screen ขนาดเท่ากันที่ 6.78 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9 ความละเอียดระดับ 2K WQHD+ (3200×1440 พิกเซล : 517 ppi) รองรับค่า Refresh Rate ระดับสูงสุด 120Hz รองรับการแสดงคอนเทนต์แบบ HDR10+ พร้อมผ่านการรับรองมาตรฐาน SGS Eye Care และ SGS Seamless ที่ช่วยให้แสดงผลได้อย่างคมชัด และถนอมสายตาในตัว บนตัวเครื่องขนาด 164.57x75.2x9.10 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 219 กรัม 

 

ที่ด้านบนของตัวเครื่อง vivo X80 5G | X80 Pro 5G มีข้อความ Professional Photography ที่สื่อถึงความโดดเด่นด้านการถ่ายภาพ พร้อม IR Blaster สำหรับใช้งานแทนรีโมตคอนโทรล และเส้นเสาสัญญาณทั้ง 2 ด้าน

 

ที่ด้านล่างประกอบด้วย ลำโพงเสียงตัวหลัก, พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C, ไมโครโฟนสำหรับสนทนา และช่องสำหรับถาดใส่ซิมการ์ด nanoSIM แบบ Dual-Slot โดยไม่มีช่องสำหรับ microSD Card และเส้นสัญญาณที่ใกล้กับลำโพง 1 เส้น โดยไม่ช่องเชื่อมต่อหูฟังขนาด 3.5 มม.

 

ด้านซ้ายของตัวเครื่อง vivo X80 5G | X80 Pro 5G ไม่มีช่อง หรือปุ่มสั่งการใด ๆ จะมีเส้นสัญญาณอยู่ 2 ด้าน

 

ด้านขวาของตัวเครื่อง มีปุ่มปรับระดับเสียง พร้อมปุ่ม Power สำหรับล็อกหน้าจอ และเปิด-ปิด เครื่อง และเส้นสัญญาณ 1 เส้น
 

vivo X80 5G | X80 Pro 5G มีฝาหลังดีไซน์พรีเมียมแบบ Ultimate Aesthetic ใหม่ล่าสุด ให้ผิวสัมผัสแบบด้านป้องกันการเกิดรอยนิ้วมือได้เป็นอย่างดี โดยรุ่น vivo X80 5G ที่นำมารีวิวเป็นสีฟ้า (Urban Blue) สำหรับ vivo X80 Pro 5G จะเป็นสีดำ (Cosmic Black) และรองรับคุณสมบัติป้องกันน้ำ-ฝุ่นมาตรฐาน IP68

 

vivo X80 5G | X80 Pro 5G มาพร้อมกล้องถ่ายภาพจากความร่วมมือกับทาง ZEISS (vivo ZEISS Co-Engineered Imaging System) พร้อมการดีไซน์แบบ Cloud Window 2.0 ที่มีเลนส์ถ่ายภาพจาก ZEISS รวมทั้งเลือกใช้กระจกครอบเลนส์ High-Transmittance Glass Lens ในรุ่น X80 Pro 5G ซึ่งทนต่อการตกกระแทกจากความสูง พร้อมเคลือบเลนส์แบบ ZEISS T* Coating ที่ช่วยลดแสงสะท้อน โดยตัวเครื่องจะนูนออกมาจากตัวเครื่องอย่างเห็นได้ชัด รวมถึงใช้ชิป V1+ รุ่นอัปเกรด สำหรับประมวลภาพ (ISP) ที่ทาง vivo พัฒนาขึ้นเอง สำหรับเพิ่มประสิทธิภาพของการบันทึกวิดีโอ

 

โดยรุ่น vivo X80 5G มีกล้องหลัง ZEISS 3 ตัว (Triple Camera) แบ่งออกเป็น 

- กล้องตัวที่ 1 แบบ Wide ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพ Sony IMX866 (RGBW) ขนาด 1/1.49 นิ้ว, เม็ดพิกเซลขนาด 1.0 ไมครอน, รูรับแสงขนาด f1.75, ระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบ PDAF+Laser AF และระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS
- กล้องตัวที่ 2 แบบ Telephoto (Portrait) ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพ Sony IMX663 ขนาด 1/2.93 นิ้ว, เม็ดพิกเซลขนาด 1.22 ไมครอน, รูรับแสงขนาด f1.98, ทางยาวโฟกัส 50 มิลลิเมตร, ระบบซูมแบบ 2x Optical Zoom, ระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบ PDAF และระบบป้องกันการสั่นแบบ Gimbal OIS
- กล้องตัวที่ 3 แบบ Ultra Wide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพ Sony IMX663 ขนาด 1/2.93 นิ้ว, เม็ดพิกเซลขนาด 1.22 ไมครอน, รูรับแสงขนาด f2.0, ทางยาวโฟกัส 16 มิลลิเมตร และระบบโฟกัสอัตโนมัติ

 

สำหรับ vivo X80 Pro 5G มีกล้องหลัง ZEISS 4 ตัว (Quad Camera) ซึ่งประกอบไปด้วย

- กล้องตัวที่ 1 แบบ Wide ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพ Samsung ISOCELL GNV ขนาด 1/1.3 นิ้ว, รูรับแสงขนาด f1.57, ระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบ PDAF+Laser AF และระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS
- กล้องตัวที่ 2 แบบ Periscope Telephoto ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพขนาด 1/4.4 นิ้ว, เม็ดพิกเซลขนาด 1.0 ไมครอน, รูรับแสงขนาด f3.4, ระบบซูมแบบ 5x Optical Zoom, ระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบ PDAF และระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS
- กล้องตัวที่ 3 แบบ Telephoto (Portrait) ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพ Sony IMX663 ขนาด 1/2.0 นิ้ว, เม็ดพิกเซลขนาด 1.22 ไมครอน, รูรับแสงขนาด f1.85, ระบบซูมแบบ 2x Optical Zoom (ทางยาวโฟกัส 50 มิลลิเมตร), ระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบ Dual Pixel PDAF และระบบป้องกันการสั่นแบบ Gimbal OIS
- กล้องตัวที่ 4 แบบ Ultra Wide ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพ Sony IMX598 ขนาด 1/2.0 นิ้ว, รูรับแสงขนาด f2.2, มุมรับภาพ 114 องศา และระบบโฟกัสอัตโนมัติ

 

vivo X80 5G มาพร้อมชิปเซ็ตประมวลผล MediaTek Dimensity 9000 (4nm) สำหรับ vivo X80 Pro 5G มาพร้อมกับชิปเซ็ต Snapdragon 8 Gen1 (4nm) โดยทั้งสองรุ่นมี RAM 12GB รองรับเทคโนโลยี Extended RAM 2.0 ที่สามารถขยาย RAM เพิ่มได้อีก 4GB + ROM 256GB และทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 12 ครอบทับด้วย Funtouch OS 12 เวอร์ชันล่าสุด

vivo X80 5G มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 4500 mAh ส่วน X80 Pro 5G มีแบตเตอรี่ความจุ 4700 mAh โดยรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วแบบ 80W Flash Charge ที่ช่วยย่นระยะเวลาในการชาร์จให้เร็วยิ่งขึ้น นอกจากนี้ในรุ่น vivo X80 Pro 5G ยังรองรับเทคโนโลยีชาร์จไร้สายความเร็วสูงแบบ 50W Flash Charge รวมถึงฟังก์ชัน Reverse Wireless Charging สำหรับแปลงตัวเองเป็นแท่นชาร์จไร้สายให้กับอุปกรณ์อื่นอีกด้วย

 

vivo X 80 Series 5G เตรียมเปิดตัวทางการในประเทศไทย วันที่ 19 พฤษภาคมนี้ เวลา 18.00 น.เป็นต้นไป โดยสามารถสั่งจองได้ถึงวันนี้ (18 พฤษภาคม 2565) สั่งจองวันนี้รับส่วนลดทันที 1,000 บาท ทั้งสองรุ่น

เมื่อจองรุ่น vivo X80 5G รับฟรี vivo TWS 2 ANC, Gaabor Air fryer และ VIP Card มูลค่ารวมกว่า 15,888 บาท

สำหรับการจอง vivo X80 Pro 5G รับ vivo TWS 2 ANC, vivo 50W Vertical Wireless Flash Charger และ VIP Card มูลค่ารวมกว่า 16,997 บาท

 

นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com


วันที่ : 18/5/2565