หน้าแรกมือถือ > รวมข่าวมือถือ > หน้าบทความ ข่าวมือถือ
   
Date : 13/6/2561

เปิดตัว Vivo NEX, NEX S และ NEX A สมาร์ทโฟนจอไร้ขอบตัวจริงพร้อมกล้องหน้า pop-up จัดเต็มด้วย Snapdragon 845 และ RAM สูงสุด 8GB ราคาเริ่มต้น 19,500 บาท

 

หลังจากที่เป็นกระแสกันมาพักใหญ่ ในที่สุด vivo NEX ก็เปิดตัวอย่างเป็นทางการกันไปเรียบร้อยแล้วในงานอีเวนต์ที่ประเทศจีนเมื่อวันที่ 12 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยมีถึง 3 รุ่นย่อย ได้แก่ NEX, NEX S และ NEX A พร้อมกับเปิดเผยรายละเอียดสเปกทั้งหมดและราคาของแต่ละรุ่นออกมาด้วย จะน่าสนใจแค่ไหนไปดูกันเลยครับ

 

สเปกเบื้องต้นของ Vivo NEX (รุ่นมาตรฐาน)

  • หน้าจอแสดงผล Super AMOLED ขนาด 6.59 นิ้ว ดีไซน์ไร้ขอบแบบ Ultra FullView “Zero Screen” ความละเอียด 2316 x 1080 พิกเซล
  • เซ็นเซอร์ต่างๆ ถูกซ่อนไว้ใต้หน้าจอ
  • ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 845 octa-core
  • หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 630
  • RAM 8GB
  • ROM 128GB
  • ระบบเสียงภายนอกเทคโนโลยี Screen SoundCasting ใช้การสั่นสะเทือนของหน้าจอแทนลำโพง
  • กล้องคู่ด้านหลังความละเอียด 12+5 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/1.8+f/2.4 พร้อมระบบกันสั่น OIS 4 แกน
  • กล้องหน้าแบบ pop-up เก็บเข้าไปในตัวเครื่องได้ ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล
  • ระบบสแกนนิ้วใต้หน้าจอ
  • ระบบเสียง dtsX 3D 7.1 channel และระบบ Hi-Fi V1 รองรับคุณภาพเสียงระดับ hi-fi บนหูฟัง
  • แบตเตอรีความจุ 4000 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว
  • รองรับการเชื่อมต่อ Dual 4G VoLTE, Wi-Fi 802.11 ac (2.4GHz / 5GHz) 2×2 MIMO, Bluetooth 5 LE, GPS + GLONASS และ USB Type-C
  • ระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo ครอบทับด้วย UI โฉมใหม่ Energy UI

 

สเปกเบื้องต้นของ Vivo NEX S (รุ่นท็อป)

  • หน้าจอแสดงผล Super AMOLED ขนาด 6.59 นิ้ว ดีไซน์ไร้ขอบแบบ Ultra FullView “Zero Screen” ความละเอียด 2316 x 1080 พิกเซล
  • เซ็นเซอร์ต่างๆ ถูกซ่อนไว้ใต้หน้าจอ
  • ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 845 octa-core
  • หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 630
  • RAM 8GB
  • ROM 256GB
  • ระบบเสียงภายนอกเทคโนโลยี Screen SoundCasting ใช้การสั่นสะเทือนของหน้าจอแทนลำโพง
  • กล้องคู่ด้านหลังความละเอียด 12+5 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/1.8+f/2.4 พร้อมระบบกันสั่น OIS 4 แกน
  • กล้องหน้าแบบ pop-up เก็บเข้าไปในตัวเครื่องได้ ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล
  • ระบบสแกนนิ้วใต้หน้าจอ
  • ระบบเสียง dtsX 3D 7.1 channel และระบบ Hi-Fi V1 รองรับคุณภาพเสียงระดับ hi-fi บนหูฟัง
  • แบตเตอรีความจุ 4000 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว
  • รองรับการเชื่อมต่อ Dual 4G VoLTE, Wi-Fi 802.11 ac (2.4GHz / 5GHz) 2×2 MIMO, Bluetooth 5 LE, GPS + GLONASS และ USB Type-C
  • ระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo ครอบทับด้วย UI โฉมใหม่ Energy UI

 

สเปกเบื้องต้นของ Vivo NEX A (รุ่นเล็ก)

  • หน้าจอแสดงผล Super AMOLED ขนาด 6.59 นิ้ว ดีไซน์ไร้ขอบแบบ Ultra FullView “Zero Screen” ความละเอียด 2316 x 1080 พิกเซล
  • เซ็นเซอร์ต่างๆ ถูกซ่อนไว้ใต้หน้าจอ
  • ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 710 octa-core
  • หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 616
  • RAM 6GB
  • ROM 128GB
  • ระบบเสียงภายนอกเทคโนโลยี Screen SoundCasting ใช้การสั่นสะเทือนของหน้าจอแทนลำโพง
  • กล้องคู่ด้านหลังความละเอียด 12+5 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/1.8+f/2.4 พร้อมระบบกันสั่น OIS 4 แกน
  • กล้องหน้าแบบ pop-up เก็บเข้าไปในตัวเครื่องได้ ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล
  • เซ็นเซอร์สแกนนิ้วด้านหลังตัวเครื่อง
  • ระบบเสียง dtsX 3D 7.1 channel และระบบ Hi-Fi V1 รองรับคุณภาพเสียงระดับ hi-fi บนหูฟัง
  • แบตเตอรีความจุ 4000 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว
  • รองรับการเชื่อมต่อ Dual 4G VoLTE, Wi-Fi 802.11 ac (2.4GHz / 5GHz) 2×2 MIMO, Bluetooth 5 LE, GPS + GLONASS และ USB Type-C
  • ระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo ครอบทับด้วย UI โฉมใหม่ Energy UI

 

ฟีเจอร์พิเศษ Vivo Game Engine

Vivo Game Engine เป็นเทคโนโลยีที่ Vivo ร่วมกันพัฒนากับผู้ให้บริการเกมออนไลน์ยักษ์ใหญ่ของจีน Tencent Games ฟีเจอร์นี้จะช่วยปรับแต่งค่าต่างๆ ของทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ให้รองรับการเล่นเกมได้อย่างเต็มที่ และสามารถรันเกมที่ใช้ Unreal Engine ได้เป็นอย่างดี

 

ผู้ช่วยอัจฉริยะคนใหม่ Jovi

นอกจากจะเปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธงตัวใหม่แล้ว Vivo ยังได้ถือโอกาสเปิดตัวผู้ช่วยอัจฉริยะ Jovi ที่มาพร้อมกับฟังก์ชันหลากหลาย เช่นการอ่านแผนที่ สารานุกรม ตัวช่วยในการช็อปปิ้ง แปลภาษา สแกนตัวหนังสือ และอื่นๆ Jovi ยังสามารถเรียนรู้พฤติกรรมของผู้ใช้เพื่อตอบสนองได้ตรงความต้องการมากยิ่งขึ้น ผู้ใช้สามารถเรียกใช้ Jovi และสั่งการด้วยเสียงได้ทันทีผ่านปุ่มด้านข้างตัวเครื่อง

ราคาและการวางจำหน่าย

Vivo NEX ทั้ง 3 รุ่น มีตัวเครื่องให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีดำประกายเพชร (Diamond Black) และสีแดงทับทิม (Ruby Red) โดยมีราคาเปิดตัวดังนี้ :

  • NEX S รุ่นท็อป ราคา 4,998 หยวน หรือประมาณ 25,000 บาท
  • NEX รุ่นมาตรฐาน ราคา 4,498 หยวน หรือประมาณ 22,500 บาท
  • NEX A รุ่นเล็ก ราคา 3,898 หยวน หรือประมาณ 19,500 บาท

เปิดให้พรีออร์เดอร์ในประเทศจีนตั้งแต่วันที่ 13 มิถุนายนเป็นต้นไป ส่วนการวางจำหน่ายในประเทศไทยจะประกาศให้ทราบกันอีกครั้งครับ

 

ที่มา : Gizmochina

 


วันที่ : 13/6/2561

Tags :