หน้าแรก >> รวมข่าวมือถือ >> News
   
Date : 8/3/2562

รวมมือถือกล้องหลัง 48 ล้านพิกเซลรุ่นใหม่ที่น่าสนใจ ณ ชั่วโมงนี้ มีรุ่นไหนจากแบรนด์ใดบ้าง มาดูกัน!

 

สำหรับเทรนด์สมาร์ทโฟนในปี 2019 นอกเหนือจากเรื่องหน้าจอแสดงผลที่ชิดกับขอบมากยิ่งขึ้นจนทำให้ต้องมีการฝังกล้องเอาไว้ใต้หน้าจอ หรือย้ายไปใส่ไว้ในกลไกกล้องสไลด์ รวมไปถึงการใส่กล้องเลนส์มุมกว้างพิเศษแบบ Ultra-Wide Angle มาให้แล้ว อีกหนึ่งเทรนด์ที่ถือว่าน่าสนใจ และกำลังเป็นที่น่าจับตามองก็คือสมาร์ทโฟนที่มาพร้อมกับกล้องหลังตัวหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล เพื่อช่วยให้สามารถถ่ายภาพได้ใหญ่มากยิ่งขึ้น ซึ่งเมื่อย่อลงมาโพสต์ตามโซเชียล ก็จะทำให้ภาพที่ได้มีความคมชัดมากขึ้นด้วย

สำหรับสมาร์ทโฟนกล้อง 48 ล้านพิกเซลในปัจจุบันก็ถือว่ามีให้เลือกอย่างหลากหลาย  ดังนั้นในวันนี้ทางทีมงาน Thaimobilecenter จึงได้รวบรวมมือถือรุ่นใหม่ที่มาพร้อมกับกล้องหลัง 48 ล้านพิกเซลเพื่อเป็นข้อมูลให้แก่ทุกท่าน โดยจะมีรุ่นไหนจากแบรนด์ใดให้เลือกใช้กันบ้างนั้น เราไปดูกันเลยครับ



 

Vivo V15 Pro

เริ่มต้นด้วยรุ่น Vivo V15 Pro ที่เพิ่งจะมีการวางจำหน่ายในประเทศไทยเมื่อไม่นานมานี้กันบ้าง โดยนอกเหนือจากการมาพร้อมกับกล้องหลังความละเอียดจัดเต็ม 48 ล้านพิกเซลแล้ว Vivo V15 Pro ยังมาพร้อมกับกล้องเลนส์มุมกว้างพิเศษแบบ AI Super Wide Angle ที่สามารถเก็บภาพได้กว้างถึง 120 องศา นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับกล้องหน้าเลื่อนได้แบบ Pop-up ความละเอียดจัดเต็ม 32 ล้านพิกเซล ซึ่งถือเป็นกล้องหน้า Pop-up ที่มีความละเอียดมากที่สุดในโลก ณ ชั่วโมงนี้ รวมทั้ง Vivo V15 Pro ยังเลือกใช้ชิปเซ็ตตัวใหม่ล่าสุดจากค่าย Qualcomm อย่าง Sapdragon 675 จับคู่กับหน่วยความจำ RAM ขนาด 6GB และแบตเตอรี่ความจุ 3700mAh ที่มีเทคโนโลยีชาร์จเร็ว Dual-Engine Fast Charging อีกทั้ง ยังมีระบบปลดล็อกด้วยลายนิ้วมือที่ฝังใต้หน้าจอให้ใช้งานด้วย โดยคุณสมบัติของ Vivo V15 Pro สามารถสรุปออกมาได้ดังนี้

 

- ตัวเครื่องมีขนาด 157.25x74.71x8.21 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 185 กรัม
- หน้าจอแสดงผล Super AMOLED Ultra FullView Display ขนาด 6.39 นิ้ว ในอัตราส่วน 19.5:9 ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2340 พิกเซล) ครอบทับด้วยกระจกขอบนูนแบบ 2.5D 
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Qualcomm Snapdragon 675 AIE ที่มีความเร็ว 2.0 GHz
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 612
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 6GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ขนาด 256GB
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าแบบ Pop-Up ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล รุ่นแรกของโลก โดยมี F/2.0 รองรับฟีเจอร์ AI Face Shaping, AI Portrait Lighting และ AR Sticker
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 3 ตัว (AI Triple Camera) โดยกล้องตัวแรกความละเอียด 48 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ขนาด 1/2.25 นิ้ว พร้อมเทคโนโลยี Quad Pixel Sensor โดยมีขนาด 1.6 ไมครอน และ F/1.8 สำหรับกล้องตัวที่สองเลนส์มุมกว้างพิเศษ AI Super Wide-Angle 120 องศาความละเอียด 8 ล้านพิกเซล โดยมี F/2.2 และกล้องตัวที่สามสำหรับทำ Bokeh ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล โดยมี F/2.4 ซึ่งรองรับฟีเจอร์ Live Photos, Bokeh, AI Portrait Lighting, AI Face Beauty, AI Body Shaping และ AI Scene Recognition รวมถึง Super Night Mode สำหรับถ่ายภาพเวลากลางคืน
- แบตเตอรี่ความจุ 3700 mAh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว Dual-Engine Fast Charging
- ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie ครอบทับด้วย Funtouch OS 9
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ (In-Display Fingerprint) เวอร์ชันที่ 5
- ระบบสแกนใบหน้า (Face Access) จดจำจุดบนใบหน้ากว่า 1,024 จุด
- ฟังก์ชัน Ultra-Smooth Gaming
- ผู้ช่วยอัจฉริยะ Jovi Smarter AI
- รองรับการใช้งานพร้อมกัน 2 ซิมการ์ด (Dual SIM) พร้อมถาดใส่ซิมการ์ดแบบ Triple Slot
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi แบบ Dual Band และ Bluetooth 5.0
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB 2.0

 

ข้อมูลเพิ่มเติม


 

Honor View 20

มาต่อกันในรุ่น Honor View 20 ที่เพิ่งวางขายในประเทศไทยไปสดๆ ร้อนๆ ในราคา 17,990 บาท โดยจุดเด่นของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้คือการมาพร้อมกับกล้องตัวหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล ที่ใช้เซ็นเซอร์รับภาพ Sony IMX586 พร้อมกล้อง TOF 3D Camera ที่สามารถตรวจจับระยะชัดตื้นได้แบบ Real-Time สามารถนำมาใช้เล่นเกมที่ต้องควบคุมด้วยท่าทางของผู้ใช้งานคล้ายกับเทคโนโลยี Kinect บนเครื่อง Xbox ส่วนสเปกด้านอื่นๆ ก็จัดเต็มรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็น หน้าจอไร้ขอบแบบ All-View Display ขนาด 6.4 นิ้ว ที่มีการฝังกล้องหน้าเซลฟี่เอาไว้ใต้หน้าจอ ชิปตัวท็อป Kirin 980 ประกบคู่กับหน่วยความจำ RAM ขนาด 6GB และแบตเตอรี่ความจุ 4000mAh ที่รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว โดยคุณสมบัติของ Honor View 20 มีดังต่อไปนี้

 

- ตัวเครื่องมีขนาด 156.9x75.4x8.1 มิลลิมเตร และมีน้ำหนัก 180 กรัม
- หน้าจอแสดงผลขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2310 พิกเซล)
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Kirin 980 ที่มีความเร็ว 2.6 GHz
- ระบบระบายความร้อนแบบ Nine Liquid Cooling System
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Mali-G76
- เทคโนโลยี GPU Turbo 2.0
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 6GB 
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB 
- กล้องดิจิทัลด้านหลังความละเอียด 48 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Sony IMX586 มีขนาดรูรับแสง F/1.8 และรองรับ AI HDR พร้อมเลนส์ TOF 3D Camera สำหรับตรวจจับระยะชัดตื้น และการสแกนวัตถุแบบ 3 มิติ 
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 25 ล้านพิกเซล มีขนาดรูรับแสง F/2.0 พร้อมเทคโนโลยี AI
- แบตเตอรี่ความจุ 4000 mAh พร้อมเทคโนโลยี Super-Fast Charge 4.5V/5A
- ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie พร้อมครอบทับด้วย Magic UI 2.0.1
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังตัวเครื่อง (Fingerprint Scanner)
- เทคโนโลยี Link Turbo ที่นำระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาวิเคราะห์พฤติกรรมการเชื่อมต่อต่างๆ และช่วยจัดการให้การเชื่อมต่อ Wi-Fi และเครือข่าย LTE เป็นไปได้อย่างดีที่สุด
- รองรับการใช้งานพร้อมกัน 2 ซิมการ์ด (Dual SIM)
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, Bluetooth 5.0 และ NFC
- รองรับระบบ Dual GPS L1+L5 ได้แก่ AGPS / Glonass / Beidou / Galileo / QZSS 
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C

 

ข้อมูลเพิ่มเติม

 

Xiaomi Mi 9

ทางด้านแบรนด์ Xiaomi ก็เลือกใส่กล้อง 48 ล้านพิกเซลมาให้กับรุ่นเรือธงตัวใหม่อย่าง Xiaomi Mi 9 ด้วยเช่นเดียวกัน รวมทั้งยังใส่กล้องเลนส์มุมกว้างพิเศษแบบ Ultra Wide Angle เพื่อช่วยเก็บภาพวิวทิวทัศน์ในมุมกว้างมาให้ด้วย และที่สำคัญกล้องถ่ายภาพของ Mi 9 ยังได้รับคะแนนจาก DxOMark ผู้เชี่ยวชาญด้านการทดสอบกล้องระดับโลกสูงถึง 107 คะแนน ซึ่งถือว่าเป็นมือถือที่มีกล้องยอดเยี่ยมที่สุดติดท็อป 5 ของโลก ณ ชั่วโมงนี้ ส่วนคุณสมบัติด้านอื่นๆ ของ Mi 9 ก็ถือว่าน่าสนใจเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น หน้าจอ AMOLED ที่ผลิตโดย Samsung ขนาด 6.39 นิ้ว, ชิปเซ็ตตัวท็อปรุ่นล่าสุด Snapdragon 855, หน่วยความจำ RAM สูงสุดขนาด 8GB รวมถึงตัวเครื่องที่ใช้กระบวนการเคลือบผิวสัมผัสสองชั้นแบบ Double-layer Coating เพื่อเสริมความเงางาม และยังมีการยิงเลเซอร์ในระดับนาโนแบบ Holographic ซึ่ง Mi 9 ก็กำลังจะมีการนำเข้ามาวางขายในประเทศไทยในเร็วๆ นี้ด้วย หลังทาง Xiaomi ในไทยเริ่มมีการโปรโมทแล้ว โดยคุณสมบัติของ Mi 9 มีดังต่อไปนี้

 

- ตัวเครื่องมีขนาด 157.5x74.67x7.61 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 173 กรัม
- หน้าจอแสดงผลแบบ AMOLED ที่ผลิตโดย Samsung ขนาด 6.39 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+, ความสว่างสูงสุด 600nit พร้อมครอบทับด้วยกระจก Gorilla Glass 6
- ชิปเซ็ตประมวลผล (CPU) แบบ Qualcomm Snapdragon 855 Octa-Core Processor
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) แบบ Adreno 640
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 6GB / 8GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 20 ล้านพิกเซล
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 3 ตัว (Triple Camera) โดยแบ่งออกเป็น 

  • กล้องตัวหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์รับภาพ Sony IMX586 ขนาด 1/ 2 นิ้ว, รูรับแสงกว้าง f/1.75, เม็ดพิกเซล 0.8 ไมครอน ระยะโฟกัส 26 มม.
  • กล้องดิจิทัลตัวที่สองเลนส์ Telephoto ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์รับภาพ Samsung S5K3M5 ขนาด 1/ 3.4 นิ้ว, รูรับแสงกว้าง f/2.2, เม็ดพิกเซล 1.0 ไมครอน, ระยะโฟกัส 50 มม.
  • กล้องดิจิทัลตัวที่สามเลนส์ Ultra Wide Angle ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์รับภาพ Sony IMX481 ขนาด 1/ 3 นิ้ว, รูรับแสงกว้าง f/2.2, ทางยาวโฟกัส 17 มม.

- ระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติแบบ PDAF, Laser Autofocus และ Contrast Autofocus
- รองรับการถ่ายวิดีโอแบบ Super Slow-Mo ที่ระดับ 960fps
- แบตเตอรี่ขนาด 3300 mAh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็วแบบ Charge Turbo (27W) พร้อมรองรับการชาร์จแบบไร้สาย 20W
- ระบบปฏิบัติการ MIUI 10
- รองรับการใช้งานบนเครือข่าย 4G LTE บนเทคโนโลยี Full Netcom 5.0
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, Bluetooth 5.0 และ NFC รวมถึงบริการ Mi Pay

 

ข้อมูลเพิ่มเติม

 

Redmi Note 7 / Note 7 Pro

มาต่อที่แบรนด์ลูกของ Xiaomi อย่าง Redmi กันบ้าง โดย Redmi ลุยตลาดสมาร์ทโฟนเป็นครั้งแรกด้วยการส่ง Redmi Note 7 มือถือกล้องคู่ 48 ล้านพิกเซล ในราคาเริ่มต้นเพียง 4,700 บาท โดยมาพร้อมกับคุณสมบัติแบบครบเครื่องทั้งชิป Snapdragon 660 AIE, RAM สูงสุดขนาด 6GB และแบตเตอรี่ความจุ 4000mAh ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้ ทาง Redmi ก็เพิ่งเปิดตัวมือถือรุ่นท็อปในซีรีส์ให้เห็นกันด้วยนั่นก็คือ Redmi Note 7 Pro ที่โดยรวมยังคงมีดีไซน์คล้ายกับรุ่นปกติ แต่ภายในปรับไปใช้ชิปเซ็ตตัวใหม่กว่าอย่าง Snapdragon 675 ที่ทำคะแนนทดสอบบน AnTuTu ได้สูงถึง 180,808 คะแนน นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับ RAM แบบ LPDDR4X ขนาด 6GB และระบบชาร์จเร็วแบบ Quick Charge 4 โดยคุณสมบัติของทั้งสองรุ่นสามารถสรุปออกมาได้ดังนี้


- หน้าจอแสดงผล Water Drop Full Screen ขนาด 6.3 นิ้ว ในอัตราส่วน 19.5:9 ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2340 พิกเซล) ครอบทับด้วยกระจก Gorilla Glass 5
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Qualcomm Snapdragon 660 AIE หรือ Octa-Core Qualcomm Snapdragon 675 (รุ่น Note 7 Pro)
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 512
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 3GB / 4GB / 6GB หรือ LPPDR4X ขนาด 4GB / 6GB (รุ่น Note 7 Pro)
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 32GB / 64GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ขนาด 256GB หรือหน่วยความจำภายในขนาด 64GB / 128GB (รุ่น Note 7 Pro)
- กล้องดิจิทัลด้านหลังแบบคู่ (AI Dual Camera) ความละเอียด 48 + 5 ล้านพิกเซล พร้อมพิกเซลขนาด 1.6 ไมครอนแบบ 4-in-1 มีขนาดรูรับแสงที่ F/1.8 รองรับระบบการโฟกัสภาพแบบ PDAF, โหมดหน้าชัดหลังเบลอ (Portrait Mode), ฟีเจอร์ AI Scene Recognition ในการตรวจจับซีนได้กว่า 238 ซีน จาก 27 หมวดหมู่ และเทคโนโลยี Super Night Scene ที่สามารถถ่ายภาพเวลากลางคืนได้เทียบเท่ากับ Mi Mix 3
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อม AI Smart Beauty, โหมดหน้าชัดหลังเบลอ (AI Portrait Mode) และฟีเจอร์ AI Scene Recognition ในการตรวจจับซีนได้ถึง 12 หมวดหมู่ 
- แบตเตอรี่ความจุ 4000 mAh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จไว Quick Charge 4
- ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie ซึ่งถูกครอบทับด้วย MIUI 10
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner)
- ระบบสแกนใบหน้า (Face Recognition)
- รองรับการใช้งานพร้อมกัน 2 ซิมการ์ด (Dual-SIM)
- รองรับการใช้งานบนเครือข่าย 4G LTE บนเทคโนโลยี Full Netcom 5.0
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac (Dual-Band) และ Bluetooth 5.0
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C

 

 

ข้อมูลเพิ่มเติม

 

Meizu Note 9

เมื่อไม่นานมานี้ Meizu เพิ่งจะเปิดตัวสมาร์ทโฟนระดับกลางรุ่นใหม่ในชื่อ Meizu Note 9 ซึ่งมาพร้อมกับจุดเด่นด้านหน้าจอแสดงผลทรงหยดน่ำขนาด 6.2 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ พร้อมสเปกแบบครบเครื่องทุกการใช้งานด้วยชิป Snapdragon 675 จับคู่กับ RAM สูงสุดขนาด 6GB และหน่วยความจำภายในความจุสูงสุด 128GB ส่วนทางด้านกล้องถ่ายภาพนั้น มาพร้อมกับระบบกล้องหลังคู่ โดยกล้องตัวหลักมีความละเอียด 48 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์รับภาพ Samsung GM1 พร้อมกล้องตัวรองความละเอียด 5 ล้านพิกเซล สำหรับเก็บข้อมูลระยะชัดตื้นเพื่อทำเอฟเฟ็กต์หน้าชัดหลังเบลอ โดยคุณสมบัติของ Meizu Note 9 มีดังต่อไปนี้


- หน้าจอแสดงผล ขนาด 6.2 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ (2244x1080 พิกเซล) ครอบทับด้วยกระจกขอบนูนแบบ 
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Qualcomm Snapdragon 675 AIE ที่มีความเร็ว 2.0 GHz
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 612
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4GB / 6GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 64GB / 128GB
- กล้องดิจิทัลด้านหน้า ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง F/2.0
- กล้องดิจิทัลด้านแบบคู่ (Dual Camera) โดยกล้องตัวแรกความละเอียด 48 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ขนาด รูรับแสงกว้าง f/1.7 และกล้องตัวที่สองความละเอียด 5 ล้านพิกเซล
- แบตเตอรี่ความจุ 4000 mAh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว mChage (18W)
- ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie ครอบทับด้วย Flyme OS 7.2
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังของตัวเครื่อง
- รองรับการใช้งานพร้อมกัน 2 ซิมการ์ด (Dual SIM)
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi แบบ Dual Band และ Bluetooth 5.0

 

ข้อมูลเพิ่มเติม

 

Huawei Nova 4

เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา Huawei ได้ทำการเปิดตัวสมาร์ทโฟนซีรีส์ Nova รุ่นล่าสุดภายใต้ชื่อ Huawei Nova 4 ให้เราได้เห็นกัน โดยมาพร้อมกับจุดเด่นด้านการหน้าจอแสดงผลแบบใหม่ในชื่อ Punch Display ซึ่งเป็นหน้าจอที่มีการเจาะรูเพื่อฝังกล้องหน้าความละเอียด 25 ล้านพิกเซลเอาไว้ด้านใต้ ส่วนกล้องหลังเลือกใช้ระบบกล้อง 3 ตัว (Triple Camera) ซึ่งกล้องตัวหลักมีความละเอียดสูงสุด 48 ล้านพิกเซล พร้อมกล้องเลนส์มุมกว้างพิเศษแบบ Ultra-Wide Angle ที่ถ่ายภาพได้กว้าง สามารถเก็บรายละเอียดต่างๆ ที่อยู่ด้านหน้าได้แบบครบถ้วนไม่หลุดเฟรม นอกจากนี้ สเปกภายในก็น่าสนใจไม่แพ้กัน ด้วยการเลือกใช้ชิปตัวท็อป Kirin 970 เหมือนกับที่ใช้บน Huawei P20 Series จับคู่กับ RAM ขนาด 8GB บนดีไซน์ฝาหลังไล่เฉดขอบโค้งจับถนัดมือ โดย Huawei Nova 4 สามารถสรุปคุณสมบัติเด่นออกมาได้ดังนี้

 

- ตัวเครื่องมีขนาด 157x75.1x7.77 มิลลิมเตร และมีน้ำหนัก 172 กรัม
- หน้าจอแสดงผล LTPS Punch Display ขนาด 6.4 นิ้ว ในอัตราส่วน 19.25:9 ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2310 พิกเซล : 398 ppi)
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Kirin 970 ที่มีความเร็ว 2.36 GHz
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Mali-G72
- เทคโนโลยี GPU Turbo 2.0
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 8GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB 
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 3 ตัว (Triple Camera) ความละเอียด 48 + 16 + 2 ล้านพิกเซล มีขนาดรูรับแสง F/1.8 + F/2.2 + F/2.4 หรือ ความละเอียด 20 + 16 + 2 ล้านพิกเซล มีขนาดรูรับแสง F/1.8 + F/2.2 + F/2.4 พร้อมเลนส์มุมกว้าง Ultra Wide 
- กล้องดิจิทัลด้านหน้า AI Selfie Superstar ความละเอียด 25 ล้านพิกเซล มีขนาดรูรับแสง F/2.0 พร้อม HDR Pro และฟังก์ชัน Master AI
- แบตเตอรี่ความจุ 3750 mAh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จไว 18W Fast Charging
- ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie พร้อมครอบทับด้วย EMUI 9.0 
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner)
- รองรับการใช้งานพร้อมกัน 2 ซิมการ์ด (Dual SIM)
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac และ Bluetooth 4.2  
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C

*รุ่นกล้องหลังความละเอียด 48 ล้านพิกเซล มีจำหน่ายเฉพาะในประเทศจีน

 

OPPO F11 Pro

ปิดท้ายด้วยสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ที่เตรียมเข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทยเร็วๆ นี้อย่าง OPPO F11 Pro ที่มาพร้อมกับจุดเด่นด้านกล้องหลังคู่ ความละเอียด 48 + 5 ล้านพิกเซล ที่มีฟีเจอร์ Ultra Night Mode สำหรับถ่ายภาพในที่แสงน้อยเหมือนกับ OPPO R17 Pro นอกจากนี้ OPPO F11 Pro ยังมาพร้อมกับการดีไซน์หน้าจอแบบไร้ขอบไร้รอยบากขนาดกว้างเต็มตาถึง 6.5 นิ้ว พร้อมกับย้ายกล้องหน้าไปติดตั้งไว้ในกลไกกล้องสไลด์แบบ Rising Camera ทำให้การรับชมคอนเทนต์ต่างๆ เป็นไปอย่างเต็มอารมณ์ ส่วนคุณสมบัติด้านอื่นๆ ก็ถือว่าครบเครื่องทุกการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็น ชิประดับกลางตัวท็อป Helio P70, RAM ขนาด 6GB, แบตเตอรี่ความจุ 400mAh ที่รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว VOOC 3.0 รวมถึงตัวเครื่องที่มีการไล่เฉดเงางามแบบใหม่ โดยคุณสมบัติของ OPPO F11 Pro มีดังต่อไปนี้

 

- ตัวเครื่องมีขนาด 161.3x76.1x8.8 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 190 กรัม
- หน้าจอแสดงผล LTPS IPS LCD Panoramic Screen ขนาด 6.5 นิ้ว ในอัตราส่วน 19.5:9 ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2340 พิกเซล : 397 ppi)
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core MediaTek Helio P70 ที่มีความเร็ว 2.1 GHz
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Mali-G72 MP3
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 6GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 64GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ขนาด 256GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลังแบบคู่ (Dual Camera) ความละเอียด 48 + 5 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED โดยมีโครงสร้าง 6 ชิ้นเลนส์ มีเซ็นเซอร์ขนาด 1/2.25 นิ้ว ขนาดรูรับแสงกว้างสุดที่ F/1.79 + F/2.4 รองรับโหมดถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ (Portrait), ฟีเจอร์ Ultra Night Mode และ AI Scene Recognition ทั้งหมด 23 หมวดหมู่
- กล้องดิจิทัลด้านหน้า Rising Camera แบบ Pop-Up ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล  โดยมีขนาดรูรับแสงกว้างสุดที่ F/2.0 พร้อมเทคโนโลยี AI Beauty
- แบตเตอรี่ความจุ 4000 mAh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว VOOC 3.0 
- ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie ครอบทับด้วย Color OS 6
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังตัวเครื่อง (Fingerprint Scanner)
- ระบบสแกนใบหน้า (AI Face Unlock)
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB 2.0
- ตัวเลือก 2 สี ได้แก่ Thunder Black และ Aurora Green

 

ข้อมูลเพิ่มเติม

 

อย่างไรก็ตาม กล้องหลังความละเอียดสูงก็เป็นเพียงแค่ปัจจัยหนึ่งเท่านั้น เพราะการเลือกซื้อสมาร์ทโฟนรุ่นหนึ่งยังมีปัจจัยอีกหลายอย่างให้เลือกตัดสินใจ ไม่ว่าจะเป็น งานประกอบ ราคา รวมไปถึงฟีเจอร์อื่นๆ ว่าตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันหรือไม่ ซึ่งหากรุ่นไหนลองเล่นแล้วถูกใจ ก็ถือว่ารุ่นนั้นน่าจับจองเป็นเจ้าของแล้วครับ สำหรับวันนี้ทีมงานต้องขอตัวลาไปก่อน แล้วพบกันใหม่ในโอกาสหน้า สวัสดีครับ

 

นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com

วันที่ : 8/3/2562

 แสดงความคิดเห็นที่นี่
อัพเดทข่าว เนื้อหาล่าสุด
แนะนำมือถือราคาไม่เกิน 5,000 บาท ที่คุ้มค่าน่าซื้อมากท
ช่วงนี้บรรดาผู้ผลิตสมาร์ทโฟนหลากหลายแบรนด์ต่างก็ทยอยเปิดตัวสมาร์ทโฟนระดับท็อปรุ่นใหม่ล่าสุดกันมาโดยต
เทียบสเปก Redmi Note 7 และ Redmi Note 6 Pro อัปเกรดขึ้
สำหรับ Redmi Note 7 ถือว่าเป็นการต่อยอดมาจาก Xiaomi Redmi Note 6 Pro ที่เปิดตัวไปในช่วงปลายปี 2018 ท
พรีวิว Vivo V15 มือถือกล้องเด้งได้ในราคาเพียง 10,999 บ
นอกจาก Vivo V15 Pro สมาร์ทโฟน V-Series รุ่นล่าสุดที่เริ่มวางจำหน่ายไปก่อนหน้านี้แล้ว ในช่วงปลายเดือน
รีวิว OPPO F11 Pro สมาร์ทโฟน Portrait สวยทุกสภาพแสง พร
มาแล้ว OPPO F11 Pro สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดในงบหมื่นนิดๆ ที่มีจุดขายในเรื่องของการถ่ายภาพ Portrait ท
พรีวิว Samsung Galaxy A30 และ A50 คู่หูเพื่อความบันเทิ
ตั้งแต่ปีใหม่เป็นต้นมามีข่าวเกี่ยวกับ Samsung Galaxy A Series โฉมใหม่ออกมาให้เห็นกันอยู่บ่อยๆ โดยมีก
News Update
ยืนยันแล้ว Huawei Mate X เตรียมขายในอินเดียภายในปีนี้
ย้อนกลับไปในงาน MWC 2019 เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ Huawei ได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนพับได้ Mate X และได้กลายเป็น
Huawei P30, P30 Pro สรุปสเปก ฟีเจอร์ กล้องถ่ายภาพ และร
เหลือเวลาอีกไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ก็จะเข้าสู่งานอีเวนท์เปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่จากค่าย Huawei นั่น
ได้ไง? Sony Xperia XZ3 ได้คะแนนกล้องจาก DxOMark 79 คะแ
Sony Xperia XZ3 เป็นสมาร์ทโฟนเรือธงปี 2018 ที่มีจุดเด่นน่าสนใจหลายอย่างและมีกระแสตอบรับตั้งแต่ช่วงเป
เทียบสเปก Redmi Note 7 และ realme 3 สองสมาร์ทโฟนราคาปร
เรียกได้ว่าในช่วงนี้มีการเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยสองรุ่นล่าสุดที่เพิ่งเ
Samsung Galaxy Fold มือถือจอพับได้รุ่นแรกของค่าย เผยคล
แม้ว่า Samsung Galaxy Fold มือถือจอพับได้รุ่นแรกของค่าย จะเปิดตัวพร้อมกับ Samsung Galaxy S10-Series