สรุปอีเวนต์สำคัญวงการมือถือตลอดปี 2020
ในที่สุดปี 2020 ก็กำลังจะผ่านพ้นไปแล้ว หนึ่งปีที่ผ่านมามีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย และนำความเปลี่ยนแปลงมาสู่ชีวิตของใครหลายๆ คน สำหรับวงการสมาร์ทโฟน ปี 2020 ถือว่าเป็นปีที่น่าจดจำปีหนึ่ง เพราะมีเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงหลายต่อหลายครั้ง หลายเหตุการณ์ก็ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เพราะฉะนั้นก่อนที่เราจะโบกมือลาปี 2020 ไปอย่างถาวร เรามาทบทวนสิ่งสำคัญที่เกิดขึ้นในวงการมือถือกันอีกสักครั้งดีกว่าครับ
เปิดตัวมือถือแบบ Online
การระบาดของไวรัส COVID-19 ทำเอาระส่ำระสายกันไปทั้งโลก การใช้ชีวิตของเราทุกคนต้องเจอกับความเปลี่ยนแปลงอย่างไม่เคยมีมาก่อน กลายเป็นชีวิต New Normal ที่เราต้องรักษาระยะห่าง และอยู่แต่ในบ้านเพื่อ work from home วงการสมาร์ทโฟนเองก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ ด้วยการเปิดตัวกันแบบ Online มีการ Live สดให้ดูไปพร้อมกันผ่านช่องทางบนโซเชียลมีเดียและ YouTube พร้อมเปิดให้ pre-order และสั่งซื้อผ่านช่องทาง Online แบบเสร็จสรรพ ก็นับว่าเป็นปรากฏการณ์ใหม่ๆ ของวงการที่ไม่ได้เห็นกันบ่อยๆ ครับ
สมาร์ทโฟน 5G ราคาต่ำกว่า 10,000 บาท

เมื่อ 2 ปีที่แล้วช่วงที่เทคโนโลยี 5G เข้ามาใหม่ๆ สมาร์ทโฟนที่ใช้ 5G ได้จะมีแต่สมาร์ทโฟนเรือธงพรีเมียมเท่านั้น ซึ่งมีราคาสูงมาก ทำให้ 5G ดูเป็นเรื่องที่ห่างไกลสำหรับผู้ใช้ทั่วไป เมื่อเวลาผ่านไป สมาร์ทโฟน 5G เริ่มเปิดตัวออกมามากขึ้น และมีราคาที่ถูกลงเรื่อยๆ จนกระทั่งช่วงปลายปี 2020 สมาร์ทโฟน 5G ในไทยก็มีราคาต่ำกว่า 10,000 บาทจนได้ โดยรุ่นแรกที่ทำลายเพดานราคาลงมาคือ moto g 5G Plus ที่เปิดตัวมาในราคา 9,990 บาท นอกจากนี้ยังมี realme 7 5G, OnePlus Nord N10 5G และ Huawei nova 7 SE ที่มีราคาใกล้เคียงกันด้วย นับว่าเป็นสัญญาณที่ดี สำหรับปีหน้าเชื่อว่าเราจะได้เห็นสมาร์ทโฟน 5G ราคาต่ำกว่า 5,000 บาทกันแน่นอน
เทคโนโลยีชาร์จไวทะลุ 100W

ในปีนี้เทคโนโลยีชาร์จแบตเตอรีความเร็วสูงมีการพัฒนาแบบก้าวกระโดด จนล่าสุดสามารถจ่ายกำลังไฟได้ทะลุ 100W แล้ว โดยเจ้าของสถิติชาร์จไวในตอนนี้ คือ OPPO Flash Charge ที่จ่ายกำลังไฟได้ถึง 125W พร้อมระบบควบคุมการจ่ายไฟและอุณหภูมิ เพื่อการชาร์จที่ปลอดภัยไร้กังวล นอกจากนี้ OPPO ยังได้เปิดตัวระบบชาร์จไวไร้สาย 65W AirVOOC และอแดปเตอร์ชาร์จไวไซส์มินิ 50W SuperVOOC กับ 110W Flash Charger อีกด้วย ดังนั้นถ้าในปีหน้าสมาร์ทโฟจะชาร์จแบตจนเต็มได้ในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ไม่ต้องแปลกใจครับ
จอ Refresh Rate สูงกลายเป็นมาตรฐานใหม่

ย้อนกลับไป 2-3 ปีที่แล้ว สมาร์ทโฟนที่มีหน้าจออัตรารีเฟรชสูงๆ (มากกว่า 60Hz ขึ้นไป) เป็นฟีเจอร์ไฮเอนด์ที่จะพบได้ในสมาร์ทโฟนเกมมิ่งแรงๆ อย่าง Razer Phone หรือสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียมแฟล็กชิปอย่าง OnePlus 7 Pro เท่านั้น แต่ปีนี้ จู่ๆ ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เพราะเริ่มมีสมาร์ทโฟนระดับกลางราคาหมื่นนิดๆ ที่มาพร้อมกับหน้าจอ 90-120Hz เปิดตัวออกมา ก่อนที่ฟีเจอร์นี้จะไปโผล่ในสมาร์ทโฟนที่มาราคาถูกลงเรื่อยๆ กระทั่งล่าสุดสมาร์ทโฟนระดับล่างอย่าง Realme C17 ก็มากับจอ 90Hz ลื่นๆ ในราคาแค่ 4,999 บาทเท่านั้น จนพูดได้เลยว่าเวลานี้ ไม่ว่าใครก็สามารถสัมผัสประสบการณ์จอลื่นดุจเส้นไหมได้ทั้งนั้นครับ
iPhone เปิดตัวทีเดียว 4 รุ่นครั้งแรก

ปีนี้เป็นปีแรกในประวัติศาสตร์ที่ iPhone เปิดตัวออกมาพร้อมกันมากถึง 4 รุ่น ได้แก่ iPhone 12, iPhone 12 mini, iPhone 12 Pro และ iPhone 12 Pro Max รุ่นที่น่าสนใจที่สุดคือ iPhone 12 mini ที่มีขนาดเล็กเท่าฝ่ามือ สวนกระแสมือถือจอใหญ่ที่เป็นเทรนด์ในวงการมานานหลายปี แต่ผลตอบรับในระยะยาวจะเป็นอย่างไรก็ต้องดูกันต่อไป
บ๊ายบายหัวชาร์จ

ปกติแล้วเวลาซื้อมือถือ ทุกคนก็จะคาดหวังว่าในกล่องจะมีอุปกรณ์ครบพร้อมใช้งาน อย่างน้อยๆ ก็ต้องมีสายชาร์จ และอแดปเตอร์ชาร์จ พร้อมให้ใช้งานในทันที สิ่งนี้คือธรรมเนียมปฏิบัติที่อยู่คู่กับวงการมือถือมาตั้งแต่ยุคแรก แต่แล้วเรื่องที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อ Apple ประกาศว่า ตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป iPhone ทุกรุ่นจะไม่แถมอแดปเตอร์ชาร์จมาให้ในกล่อง โดยจะมีมาให้แค่สายชาร์จเท่านั้น เพราะ Apple มองว่าผู้ใช้สมาร์ทโฟนทุกคนต่างก็มีอแดปเตอร์ชาร์จแบตเตอรี่กันอยู่แล้ว ถ้าให้ไปเพิ่มอีกก็จะเป็นการเพิ่มปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์เปล่าๆ แน่นอนว่าหลายคนไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ และมีเสียงวิจารณ์ในเชิงลบออกมามากมาย แต่จนแล้วจนรอด Apple ก็ยังยืนยันตามแผนเดิม
ที่สำคัญคือ ล่าสุดสมาร์ทโฟน Android บางแบรนด์ก็เริ่มที่จะทำตาม Apple แล้ว เช่น Samsung ที่คาดว่าจะไม่แถมอแดปเตอร์ชาร์จมาให้กับ Samsung Galaxy S21 และ Xiaomi ที่จะไม่แถมอแดปเตอร์ชาร์จมาให้กับ Xiaomi Mi 11 เช่นกัน ดูท่าทางแล้วจากนี้ไปแบรนด์อื่นๆ ก็คงจะเอาด้วยอย่างแน่นอน ส่วนผู้ใช้อย่างเราก็ต้องปรับตัวให้ได้ครับ
มือถือฝังกล้องหน้าใต้มาแล้ว!

หลังจากที่เราอยู่กับรอยบาก ติ่ง และรูบนหน้าจอมานาน ถึงเวลาแล้วที่เราจะก้าวข้ามขีดจำกัดเหล่านี้ไปสู่สิ่งที่ดีกว่า นั่นคือการฝังกล้องไว้ใต้หน้าจอ ซึ่งจะทำให้หน้าจอสมาร์ทโฟนแสดงผลได้อย่างเต็มที่ ไร้รูไร้ติ่ง 100% และสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่เปิดตัวออกมาพร้อมกับเทคโนโลยีนี้ ก็คือ ZTE Axon 20 5G อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีดังกล่าวกลับไม่ค่อยน่าประทับใจนัก เพราะคุณภาพของรูปถ่ายจากกล้องที่ถูกแผงหน้าจอทับเอาไว้ค่อนข้างแย่ ทั้งขาดความคมชัด, แสงฟุ้ง, สีสันเพี้ยน และอื่นๆ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะเทคโนโลยียังใหม่มาก และยังต้องพัฒนาต่อไปอีกไกล ซึ่งน่าจะดีขึ้นมากในปีหน้าครับ
นอกจาก ZTE แล้ว OPPO และ Xiaomi ก็ซุ่มพัฒนาเทคโนโลยีฝังกล้องใต้หน้าจออยู่เหมือนกัน โดย Xiaomi จะนำมาใช้ในเรือธงรุ่นใหม่ Mi 11 Pro ซึ่งก็ต้องมารอดูกันว่าจะทำได้ดีแค่ไหนครับ
เปิดตัวมือถือจอม้วนครั้งแรก
เมื่อปี 2019 เราเคยฮือฮากับสมาร์ทโฟนจอพับอย่าง FlexPai และ Galaxy Fold มาในปีนี้ เทคโนโลยีได้ก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้น เมื่อ OPPO ได้เปิดตัวคอนเซ็ปต์สมาร์ทโฟน OPPO X 2021 ที่มากับนวัตกรรมจอม้วนได้ (Rollable OLED Display) สามารถยืดหน้าจอขนาด 6.7 นิ้วให้กลายเป็นแท็บเล็ตขนาด 7.4 นิ้วได้ โดยใช้กลไกระบบส่งกำลัง Roll Motor Powertrain ในการม้วนจออย่างนุ่มนวล ผสานกับนวัตกรรม 2-in-1 Plate ที่ช่วยให้หน้าจอไม่มีช่องว่างระหว่างส่วนต่างๆ เพื่อรองรับหน้าจอไม่ให้ยุบเข้าไปด้านใน อีกนวัตกรรมที่นำมาใช้ก็คือหน้าจอลามิเนตที่เรียกว่า Warp Track ที่ช่วยให้จอสามารถม้วนได้อย่างอิสระโดยปราศจากรอยพับ (Zero Crease) โดยทาง OPPO เลือกใช้เหล็กความแข็งแรงสูงมาเป็นวัสดุหลัก กับลามิเนตที่บางเพียง 0.1 มิลลิเมตร ซึ่งเมื่อนำมาประกอบกันจะเกิดเป็นพื้นผิวลามิเนต Warp Track ที่มีความยืดหยุ่นอย่างมาก
อย่างไรก็ดี ยังไม่ทราบว่า OPPO X 2021 จะได้วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในปีหน้าหรือไม่ แต่การเปิดตัวของคอนเซ็ปต์โฟนรุ่นนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของความเปลี่ยนแปลงในวงการแน่นอน
และทั้งหมดนี้ก็คือเหตุการณ์สำคัญๆ ที่เกิดขึ้นในวงการมือถือตลอดปี 2020 ที่ผ่านมา ส่วนในปี 2021 จะมีอะไรรอเราอยู่ มารอดูไปด้วยกันครับ
นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com
วันที่ : 28/12/2563





