Samsung Galaxy Watch Ultra2 และ Galaxy Watch9 เปิดตัวสมาร์ทวอทช์ AI ดูแลสุขภาพ ราคาเริ่ม 12,900 บาท
ซัมซุง Galaxy Watch Ultra2 และ Galaxy Watch9 ปฏิวัติการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันด้วย AI อัจฉริยะบนข้อมือ
ยกระดับการติดตามข้อมูลสุขภาพอย่างแม่นยำและเจาะลึกยิ่งขึ้น พร้อมดีไซน์สวมใส่สบายตลอด 24 ชั่วโมง
บอกสัญญาณความเสี่ยง 4 โรคร้าย เบาหวาน สโตรก หัวใจ อัลไซเมอร์
วัดได้ครบทั้ง 4 เสาหลักสุขภาพดี กิน นอน ออกกำลังกายและความเครียด พร้อมคำแนะนำเฉพาะคุณ
กรุงลอนดอน – 22 กรกฎาคม 2569 – บริษัท ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด เปิดตัว Galaxy Watch Ultra2 และ Galaxy Watch9[i] สมาร์ทวอทช์เจเนอเรชันล่าสุดที่จะนำเข้าสู่ยุคใหม่ของการดูแลสุขภาพให้กลายเป็นเรื่องง่ายและมีประสิทธิภาพกว่าที่เคย ช่วยให้ผู้สวมใส่เข้าถึงข้อมูลสุขภาพเชิงลึกที่มีความหมายได้ทันทีเพียงแค่สวมใส่ ซัมซุงจึงนำเสนอนวัตกรรมอันทรงพลังที่ช่วยยกระดับทั้งความสบายในการสวมใส่และประสิทธิภาพการทำงานไปพร้อมกัน เพื่อให้สามารถสวมใส่ได้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง ที่มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุมากที่สุดและหน้าจอที่สว่างสุดเท่าที่เคยมีมาของ Galaxy Watch ซึ่งขับเคลื่อนด้วยขุมพลังใหม่ Snapdragon Wear® Elite Platform[ii] ซึ่งทำหน้าที่เป็นหัวใจหลักในการแปลงข้อมูลชีวมาตร (Biometric data) อันซับซ้อนให้กลายเป็นคำแนะนำด้านสุขภาพเฉพาะบุคคลที่นำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน

Galaxy Watch9 และ Galaxy Watch Ultra2 มาพร้อม Snapdragon Wear® Elite Platform และแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่สุดและหน้าจอที่สว่างที่สุดเท่าที่เคยมีมา
ทีเอ็ม โรห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ประธาน และหัวหน้าฝ่ายโมบายล์ เอ็กซ์พีเรียนซ์ (MX) บริษัท ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า "ซัมซุงมุ่งมั่นที่จะช่วยให้ผู้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยเราตั้งใจที่จะเปลี่ยนผ่านจากการรักษาเมื่อเกิดโรค ไปสู่การดูแลสุขภาพเชิงป้องกันในแบบไร้รอยต่อที่สุด การนำอุปกรณ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวันมาผสานรวมกับนวัตกรรมระดับโลกช่วยให้เราสร้างสรรค์ประสบการณ์สุขภาพที่เชื่อมต่อกันได้อย่างครบวงจร โดย Galaxy Watch Ultra2 และ Galaxy Watch9 ใหม่ ถือเป็นก้าวสำคัญในวิสัยทัศน์ด้านสุขภาพของซัมซุง ที่จะทำหน้าที่เป็นเพื่อนคู่ใจที่คอยติดตามเก็บข้อมูลสุขภาพในแต่ละวัน พร้อมเปลี่ยนข้อมูลเหล่านั้นให้เป็นคำแนะนำเชิงป้องกันและการแจ้งเตือนได้อย่างทันท่วงที"
Galaxy Watch Ultra2 เป็นสมาร์ทวอทช์ที่เหมาะสำหรับสายออกกำลังกายจริงจัง และสายออกกำลังกายกลางแจ้งแบบเอ็กซ์ตรีม

Galaxy Watch Ultra2 ใหม่ ขนาด 47 มม. สี Titanium Gray
Galaxy Watch Ultra2 นับเป็นสมาร์ทวอทช์ที่ทรงพลังและก้าวล้ำที่สุดของซัมซุง ออกแบบมาเพื่อการผจญภัยกลางแจ้งแบบสุดขั้วและสายแอ็กทีฟที่ต้องการอุปกรณ์ประสิทธิภาพสูงสุดพร้อมการใช้งานยาวนาน มีความทนทานที่เชื่อถือได้ ระบบติดตามข้อมูลที่แม่นยำ รวมทั้งวัดและติดตามสุขภาพอย่างต่อเนื่องแม้ในสภาวะแวดล้อมสุดท้าทาย
โดยมาพร้อมโหมดติดตามกีฬากลางแจ้งโดยเฉพาะเพื่อช่วยให้ผู้ใช้ก้าวข้ามขีดจำกัดได้อย่างปลอดภัย เช่น ฟีเจอร์วิ่งเทรล (Trail Run)[iii] ที่จะบันทึกข้อมูลระดับความสูง ความคืบหน้าในการปีน และผลกระทบจากสภาพภูมิประเทศโดยละเอียด ช่วยให้ผู้วิ่งทำความเร็วได้อย่างเหมาะสมและลดความเสี่ยงจากการบาดเจ็บ นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ใหม่ การแจ้งเตือนให้ดื่มน้ำ (ผ่าน Nutrition Alert)[iv] โดยให้คำแนะนำแบบเรียลไทม์ว่าควรดื่มน้ำเมื่อใดและปริมาณเท่าใด ซึ่งทำงานร่วมกับฟีเจอร์วัดการสูญเสียเหงื่อ (Sweat Loss) โดยจะคำนวณปริมาณเหงื่อที่เสียไปเทียบกับน้ำหนักตัว ทั้งนี้เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการวิ่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Galaxy Watch Ultra2 แสดงข้อมูลการวิ่งเทรลอย่างละเอียดบนหน้าจอที่มีความสว่างสูงสุดถึง 5,000 nit ช่วยให้มองเห็นหน้าจอได้อย่างชัดเจน
Galaxy Watch Ultra2 รองรับการดำน้ำแบบมืออาชีพด้วยมาตรฐาน IP69K, 10 ATM และการรับรอง EN13319[v] ทันทีที่ลงน้ำ นาฬิกาจะตรวจจับและบันทึกข้อมูลการดำน้ำแบบเรียลไทม์ ทั้งความลึก เวลา และอุณหภูมิของน้ำได้โดยอัตโนมัติจากข้อมือ[vi] ยิ่งไปกว่านั้น ซัมซุงยังเตรียมเปิดตัวเอ็กซ์คลูซีฟแอปพลิเคชัน Ultra2 Diving ในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งพัฒนาร่วมกับ Mares[vii] แบรนด์อุปกรณ์ดำน้ำชั้นนำของโลก เพื่อมอบฟีเจอร์ขั้นสูง เช่น การติดตามความเร็วในการดำขึ้นและลง และการคำนวณขีดจำกัดการดำน้ำที่ปลอดภัย

ทันทีที่ผู้ใช้ลงน้ำ Galaxy Watch Ultra2 จะเริ่มติดตามข้อมูลการดำน้ำแบบเรียลไทม์โดยอัตโนมัติ
เช่น ความลึก ระยะเวลา และอุณหภูมิของน้ำ
เพื่อรองรับการทำงานของฟีเจอร์ด้านกีฬาและสุขภาพระดับโปร Galaxy Watch Ultra2 มาพร้อมกับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 800 mAh (เพิ่มขึ้น 35% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า) ทำงานด้วยขุมพลัง Snapdragon Wear Elite สร้างมาตรฐานใหม่ ทั้งในด้านการประหยัดพลังงาน ความเร็ว และระบบติดตาม GPS ความแม่นยำสูง และครั้งนี้หน้าจอได้รับการอัปเกรดให้มีความสว่างสูงสุดถึง 5,000 nits เป็นรุ่นแรกของโลก[viii] ช่วยให้มองเห็นหน้าจอได้อย่างชัดเจนแม้อยู่ภายใต้แสงแดดจัด
Galaxy Watch Ultra2 ยังคงใช้ตัวเรือนไทเทเนียมที่ทนทานต่อแรงกระแทก เพื่อความมั่นใจในเรื่องความสมบุกสมบัน ทนทาน ควบคู่ไปกับการยกระดับความกระชับและสวมใส่สบายยิ่งขึ้นสำหรับผู้ใช้ทุกกลุ่ม และถึงจะอัปเกรดแบตเตอรี่ให้มีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ด้วยนวัตกรรมการออกแบบอย่างเหนือชั้นที่ทำให้ตัวเรือนบางลง[ix] ช่วยให้ผู้สวมใส่สามารถใช้งานได้ทั้งกิจกรรมกลางแจ้งและกีฬาเอ็กซ์ตรีม รวมทั้งใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว ซึ่งการปรับโครงสร้างวิศวกรรมภายในขั้นสูงนี้ ช่วยลดความหนาของตัวเครื่องลงได้ถึง 12% เมื่อเทียบกับเจเนอเรชันก่อนหน้า และเมื่อจับคู่กับสายนาฬิการุ่นใหม่ที่นุ่ม เบา และช่วยลดน้ำหนักของตัวเครื่องลงแล้ว Galaxy Watch Ultra2 จึงพร้อมมอบประสบการณ์ยอดเยี่ยมในการสวมใส่สบายตลอด 24 ชั่วโมง ควบคู่ไปกับการติดตามข้อมูลสุขภาพที่แม่นยำสูงสุด
Galaxy Watch9 ดูแลสุขภาพเชิงป้องกันครบ 4 เสาหลักสุขภาพดี (กิน นอน ออกกำลังกายและความเครียด) พร้อมให้คำแนะนำเฉพาะคุณ

Galaxy Watch9 มาพร้อมสายนาฬิกาให้เลือกหลากหลายวัสดุและสีสัน ทั้งสายซิลิโคนนุ่มสบาย และสายผ้าน้ำหนักเบา
Galaxy Watch9 คือเพื่อนคู่ใจด้านสุขภาพในชีวิตประจำวัน ที่ออกแบบมาเพื่อผู้ใช้ที่ใส่ใจสุขภาพและต้องการสร้างนิสัยที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น ด้วยการติดตามกิจกรรมและการนอนหลับอย่างต่อเนื่อง นาฬิกาเรือนนี้จะเปลี่ยนตัวชี้วัดทางชีวภาพส่วนบุคคลให้เป็นข้อมูลสุขภาพที่เข้าใจง่าย ช่วยให้ผู้สวมใส่จัดการกิจวัตรประจำวันของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Galaxy Watch9 ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยยกระดับการทำงานในฐานะเพื่อนคู่ใจด้านสุขภาพได้อย่างเต็มประสิทธิภาพสูงสุด มาพร้อมฮาร์ดแวร์อันทรงพลังและดีไซน์ที่เน้นความสบายในการสวมใส่ ตัวเรือนผลิตจากอะลูมิเนียมที่มีน้ำหนักเบาแต่ทนทาน โดยยังคงเอกลักษณ์ดีไซน์ทรง Cushion ของ Galaxy Watch เอาไว้อย่างครบถ้วน พร้อมปรับดีไซน์ใหม่ให้โค้งรับข้อมืออย่างเป็นธรรมชาติและกระชับยิ่งขึ้น และเมื่อจับคู่กับสายนาฬิกาเนื้อสัมผัสที่อ่อนโยนและมีให้เลือกเปลี่ยนได้หลากหลายรูปแบบ Galaxy Watch9 จึงมอบความสบายขณะสวมใส่ตลอดวัน รองรับการใช้งานต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยเก็บข้อมูลสุขภาพได้อย่างแม่นยำและสม่ำเสมอ
ความสบายในการสวมใส่ที่เหนือระดับนี้มาจากนวัตกรรมภายในเจเนอเรชันใหม่ล่าสุดอย่าง Snapdragon Wear Elite Platform ที่ช่วยเพิ่มความเร็วและการประหยัดพลังงาน เพื่อการวัดและติดตามสุขภาพอย่างลื่นไหลไม่สะดุด มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 390 mAh[x] ที่ช่วยติดตามข้อมูลได้อย่างน่าเชื่อถือยาวนานตลอดกลางวันตลอดคืน พร้อมหน้าจอแสดงผลที่สว่างถึง 3,000 nits ช่วยให้อ่านหน้าจอและตรวจสอบสถานะสุขภาพได้อย่างชัดเจนในทุกสภาพแสงเพียงแค่ชำเลืองมอง
ฟีเจอร์ด้านสุขภาพที่ขับเคลื่อนด้วย AI บน Galaxy Watch Ultra2 และ Watch9 มีอะไรบ้าง?
หัวใจสำคัญของ Galaxy Watch Ultra2 และ Galaxy Watch9 คือฟีเจอร์สุขภาพที่ขับเคลื่อนด้วย AI อัจฉริยะของซัมซุง โดยเซนเซอร์ BioActive จะทำหน้าที่บันทึกข้อมูลชีวมาตร (Biometric Data) จากพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้สวมใส่อย่างต่อเนื่อง เพื่อวิเคราะห์และประเมินสุขภาพรอบด้าน จากนั้นระบบจะแปลงข้อมูลที่ซับซ้อนเหล่านี้ให้เป็นคำแนะนำเชิงป้องกันที่เข้าใจง่าย เพื่อช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจสถานะร่างกายของตนเอง บอกสัญญาณความเสี่ยงโรค และรู้แนวทางในการดูแลตัวเองต่อไป
ฟังก์ชันใหม่เหล่านี้มีให้ใช้งานทั้ง Galaxy Watch Ultra2 และ Galaxy Watch9 ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อต่อยอดวิสัยทัศน์การดูแลสุขภาพเชิงป้องกันของซัมซุง ด้วยการผสานข้อมูลในชีวิตประจำวันเข้ากับผลการวิจัยทางคลินิกร่วมกับมหาวิทยาลัยและสถาบันทางการแพทย์ชั้นนำระดับโลก ทำให้ Galaxy Watch สามารถให้คำแนะนำด้านสุขภาพที่แม่นยำและมีประโยชน์ยิ่งขึ้น ครอบคลุมสี่เสาหลักสำคัญ ได้แก่ การนอนหลับ กิจกรรมในชีวิตประจำวัน ระบบหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงการฟื้นฟูร่างกาย ดังนี้
- ฟีเจอร์ตรวจจับการกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea)[xi]: ที่ได้รับการรับรองใหม่จาก FDA และอัลกอริทึม AI ฟีเจอร์นี้ช่วยตรวจจับและวิเคราะห์ความผิดปกติทางการหายใจระหว่างนอนหลับโดยละเอียด โดยภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ถือเป็น 1 ในปัจจัยความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์
- สัญญาณชีพ (Vitals)[xii]: ติดตามค่าสุขภาพพื้นฐานส่วนบุคคลในระหว่างนอนหลับแบบเชิงรุก พร้อมแจ้งเตือนทันทีเมื่อพบความผิดปกติ
- คะแนนสุขภาพหัวใจ (Heart Health Score)[xiii]: ประเมินความสมบูรณ์ของระบบหัวใจและหลอดเลือดออกมาเป็นคะแนนที่เข้าใจง่าย พร้อมคำแนะนำในการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ส่วนบุคคล
- ระดับการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอรายวัน (Daily Cardio Load)[xiv]: เพื่อออกแบบการฝึกซ้อมให้เหมาะสมด้วยคำแนะนำเฉพาะบุคคลเกี่ยวกับปริมาณการออกกำลังกายและระยะเวลาในการฟื้นฟูร่างกายที่จำเป็น
- ดัชนีความฟิต (Fitness Index)[xv]: ประเมินความฟิตของร่างกายในภาพรวม พร้อมกำหนดเป้าหมายส่วนบุคคลเพื่อพัฒนาสมรรถภาพในแต่ละวัน
- การได้ยิน (Hearing)[xvi]: ปกป้องสุขภาพการได้ยินในระยะยาวด้วยระบบแจ้งเตือนเมื่อระดับเสียงในสภาพแวดล้อมไม่ปลอดภัย พร้อมรายงานข้อมูลอย่างละเอียด
- วัดคุณภาพการกิน: วัดระดับสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ในร่างกาย ซึ่งทำหน้าที่ปกป้องเซลล์ในร่างกาย เพื่อป้องกันความเสื่อมของเซลส์ รวมทั้งวัดระดับ AGEs – Advanced Glycation End Product ซึ่งเป็นสารเร่งความชราที่เกิดจากน้ำตาลทำปฏิกริยากับไขมันและโปรตีนในร่างกาย ที่บ่งบอกถึงการสะสมของระดับน้ำตาลที่สูงในร่างกาย และเป็นสัญญาณเตือนความเสี่ยงภาวะดื้ออินซูลินและโรคเบาหวาน
ฟีเจอร์เหล่านี้จะช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึงข้อมูลเชิงลึกเฉพาะบุคคลต่าง ๆ เพื่อให้สามารถดูแลสุขภาพในระยะยาวและบรรลุเป้าหมายด้านสุขภาพของตนเองที่ตั้งไว้ได้ดียิ่งขึ้น
ฟีเจอร์ Vitals บน Galaxy Watch ช่วยแจ้งเตือนผู้ใช้เมื่อพบค่าด้านสุขภาพเปลี่ยนแปลงไปจากปกติอย่างมีนัยสำคัญ
ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ด้วยคอลเลกชันสายนาฬิกาที่ดีไซน์มาเฉพาะทาง
ทั้ง Galaxy Watch Ultra2 และ Galaxy Watch9 มาพร้อมสายนาฬิกาในหลากหลายตัวเลือกเพื่อให้เข้ากับทุกกิจกรรมและสะท้อนสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของผู้สวมใส่
เพราะผู้ใช้งานที่ต้องการผลงานและการฝึกซ้อมในระดับอีลิต ย่อมต้องการอุปกรณ์ที่คู่ควรและเหมาะสมที่สุดในแต่ละสถานการณ์ ซัมซุงจึงนำเสนอคอลเลกชันสายสำหรับรุ่น Ultra ที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานเฉพาะทาง เพื่อให้ผู้สวมใส่สามารถเลือกสายนาฬิกาที่ตอบโจทย์กิจกรรมและสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็นการลุยไปบนเส้นทางอันสมบุกสมบัน การดำน้ำลึก หรือการเข้าประชุมธุรกิจ เพื่อส่งมอบประสิทธิภาพการทำงานสูงสุดในทุกสถานการณ์โดยไม่ต้องลดทอนในเรื่องของสไตล์ โดยมีตัวเลือกดังต่อไปนี้
- Marine Band: สายซิลิโคนน้ำหนักเบา ระบายอากาศได้ดี ออกแบบมาสำหรับการผจญภัยตลอดวันและกิจกรรมสุดขั้ว
- PeakForm Band: สายวัสดุไฮบริดที่ให้ผิวสัมผัสระดับพรีเมียม ผสานความหรูหราสง่างามเข้ากับประสิทธิภาพการเล่นกีฬาอย่างลงตัว
- Trail Band: สายผ้าสุดคลาสสิกที่เด่นเรื่องการระบายอากาศและสวมใส่กระชับสบาย เหมาะสำหรับกิจกรรมกลางแจ้งที่ต้องเคลื่อนไหวต่อเนื่องเช่นการวิ่ง
คอลเลกชันสายสำหรับ Galaxy Watch9 ได้รับการออกแบบมาเพื่อการแสดงออกถึงตัวตนอย่างเต็มที่ ช่วยให้ผู้ใช้มิกซ์แอนด์แมตช์สไตล์ของตัวเองได้อย่างอิสระ ด้วยนวัตกรรมวัสดุแบบใหม่และเฉดสีที่หลากหลาย ช่วยเพิ่มความสบายในการสวมใส่ตั้งแต่การออกกำลังกายหนักไปจนถึงกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ดังนี้
- Sports Band: สายนาฬิกาอเนกประสงค์ที่บางและนุ่มสบายขึ้น สวมใส่สบาย และใช้งานระหว่างวันได้อย่างลงตัวทั้งออกกำลังกายและใส่ในชีวิตประจำวัน
- Misty Band: ผลิตจากซิลิโคนผิวด้านเกรดพรีเมียม โอบรับข้อมือได้อย่างกระชับและแนบสนิทไปกับผิวแม้ในยามที่ร่างกายเคลื่อนไหว มาในโทนสีทูโทน ที่ดูเรียบหรูและนุ่มนวล ช่วยเติมเต็มสไตล์การแต่งตัวในแต่ละวันของผู้ใช้ได้อย่างลงตัว
- Fabric Band: สายผ้าสำหรับใส่ในชีวิตประจำวัน มีน้ำหนักเบาและระบายอากาศได้ดี มอบความสบายสูงสุดแม้ในขณะนอนหลับ
รับสิทธิ์ทดลองใช้งานแอปพลิเคชันยอดนิยมฟรีเมื่อเป็นเจ้าของ Galaxy Watch Ultra2 และ Galaxy Watch9:
- สิทธิ์ทดลองใช้งาน Strava ฟรี 60 วัน[xvii] สามารถเริ่มต้นฝึกซ้อมร่วมกับคอมมิวนิตี้คนรักสุขภาพระดับโลกที่มีสมาชิกกว่า 195 ล้านคนใน 185 ประเทศเพื่อร่วมติดตามและส่งแรงใจให้แก่กัน โดยผู้ใช้สามารถติดตามการออกกำลังกายและค้นหาเส้นทางวิ่งใหม่ ๆ ได้โดยตรงจากนาฬิกา และเปิดแอปพลิเคชัน Strava บนสมาร์ทโฟนเพื่อเชื่อมต่อกับชุมชน โดยสามารถเปิดสิทธิ์ใช้งานได้ง่าย ๆ เพียงเปิดแอป Strava บนสมาร์ทโฟน ไปที่เมนูตั้งค่า แล้วแตะรับข้อเสนอจากซัมซุง
Galaxy Watch Ultra2 และ Watch9 จะเริ่มวางจำหน่ายและให้สั่งซื้อล่วงหน้าเมื่อใด
Galaxy Watch Ultra2 และ Galaxy Watch9 จะเข้ามาเติมเต็มระบบนิเวศ AI ของซัมซุงร่วมกับสมาร์ทโฟนจอพับ Galaxy Z8 Series เพื่อส่งมอบประสบการณ์เพื่อนคู่ใจอัจฉริยะในชีวิตประจำวันสู่อุปกรณ์ในทุกรูปแบบ ตั้งแต่บนข้อมือ ในกระเป๋า และภายในบ้านของคุณ
- Galaxy Watch Ultra2 (รุ่น LTE) มาพร้อมขนาดหน้าปัด 47 มม. ในสี Titanium Silver และ Titanium Gray
- Galaxy Watch9 (รุ่น Bluetooth) มาพร้อมหน้าปัดสองขนาด ได้แก่ ขนาด 40 มม. สี Cream และสี Graphite และขนาด 44 มม. สี Graphite และสี Silver
- Galaxy Watch9 (รุ่น LTE) มาพร้อมหน้าปัดสองขนาด ได้แก่ ขนาด 40 มม. สี Graphite และขนาด 44 มม.
สี Silver จำหน่ายเฉพาะช่องทางออนไลน์
Galaxy Watch Ultra2 และ Galaxy Watch9 ราคาเท่าไร
- Galaxy Watch Ultra2 รุ่น LTE ขนาดหน้าปัด 47 มม. ราคา 25,900 บาท
- Galaxy Watch9 ขนาดหน้าปัด 44 มม. รุ่น Bluetooth ราคา 14,900 บาท และรุ่น LTE (จำหน่ายเฉพาะออนไลน์) ราคา 15,900 บาท
- Galaxy Watch9 ขนาดหน้าปัด 40 มม. รุ่น Bluetooth ราคา 12,900 บาท และรุ่น LTE (จำหน่ายเฉพาะออนไลน์) ราคา 13,900 บาท
พร้อมรับสิทธิพิเศษในช่วง Pre-order ใส่โค้ด GADGET รับส่วนลด 30% เมื่อซื้อพร้อมสมาร์ทโฟนที่ร่วมรายการ หรือ
ซื้อเดี่ยวลด 10% พร้อมรับฟรีสายนาฬิกา ที่ www.samsung.com/th/watches/galaxy-watch9/buy/ ตั้งแต่วันที่ 22 กรกฎาคม - 13 สิงหาคม 2569 และจะวางจำหน่ายทั่วไปตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคม เป็นต้นไป[xviii]
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Galaxy Watch Ultra2 และ Galaxy Watch9 ได้ที่ www.samsung.com/th/watches/galaxy-watch/galaxy-watch9-40mm-cream-bluetooth-sm-l340nzeaasa/
หรือ Samsung Newsroom ประเทศไทย
[i] การวางจำหน่ายและฟีเจอร์อาจแตกต่างกันไปตามตลาด รุ่น และสมาร์ทโฟนที่จับคู่ ฟังก์ชัน ฟีเจอร์ ข้อมูลจำเพาะ และข้อมูลผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ทั้งหมดที่ระบุในเอกสารนี้ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง สิทธิประโยชน์ การออกแบบ ราคา ส่วนประกอบ ประสิทธิภาพ การวางจำหน่าย และความสามารถของผลิตภัณฑ์ อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบ
[ii] ผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ Snapdragon และ Snapdragon Wear Elite Platform เป็นผลิตภัณฑ์ของ Qualcomm Technologies, Inc. และ/หรือบริษัทย่อย Snapdragon เป็นเครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ Qualcomm Incorporated
[iii] วิ่งเทรล (Trail Run) ใช้งานได้บนโทรศัพท์ในระบบปฏิบัติการ Android (Android 13 ขึ้นไป) และต้องใช้แอป Samsung Health (เวอร์ชัน 7.0 ขึ้นไป) จำเป็นต้องเข้าสู่ระบบบัญชี Samsung บริการนี้มีให้ใช้งานเฉพาะใน Galaxy Watch Ultra2 เท่านั้น
[iv] ในการเปิดใช้งานการแจ้งเตือนโภชนาการ (Nutrition Alert) ให้ไปที่การตั้งค่าการออกกำลังกายและเปิดใช้งานฟีเจอร์โภชนาการ โปรดทราบว่าการแจ้งเตือนโภชนาการรองรับเฉพาะบางกิจกรรมที่กำหนดไว้เท่านั้น
[v] Galaxy Watch Ultra2 มีระดับการกันน้ำ 100 เมตรตามมาตรฐาน ISO22810 โดยการทดสอบดำเนินการในน้ำเกลือ 5% และน้ำที่มีคลอรีน 4 ppm นอกจากนี้ยังกันน้ำได้ในระดับ IPX8 ตามเงื่อนไขการทดสอบในห้องปฏิบัติการสำหรับการแช่ในน้ำจืดลึกไม่เกิน 1.5 เมตรเป็นเวลาสูงสุด 30 นาที และระดับ IPX9K ตามเงื่อนไขการทดสอบในห้องปฏิบัติการสำหรับการกันน้ำจากแรงดันพ่นน้ำสูง Galaxy Watch Ultra2 ได้รับการรับรองมาตรฐาน EN13319 ซึ่งเป็นมาตรฐานสำหรับเครื่องมือวัดความลึกของน้ำด้วยความดันสิ่งแวดล้อมที่ใช้โดยนักดำน้ำ และเวลานำทางในสภาวะที่กำหนด การกันน้ำไม่ใช่สภาวะถาวรและอาจลดลงเมื่อเวลาผ่านไป หากอุปกรณ์สัมผัสกับน้ำทะเล ควรล้างด้วยน้ำจืดและเช็ดให้แห้งหลังการใช้งาน โปรดดูคู่มือการใช้งานสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม รวมถึงคำแนะนำในการดูแลรักษาและการใช้งาน Galaxy Watch Ultra2 กันฝุ่นในระดับ IP6X ตามเงื่อนไขการทดสอบในห้องปฏิบัติการโดยบุคคลที่สาม: เป่าผงทัลคัม 2 กิโลกรัม (เส้นผ่านศูนย์กลางสูงสุด 0.05 มม.) ต่อลูกบาศก์เมตรเข้าไปในห้องทดสอบที่ติดตั้งอุปกรณ์ไว้ (ความดันอากาศภายในอุปกรณ์ต่ำกว่าอากาศโดยรอบ) เป็นเวลา 2 ชั่วโมง การกันฝุ่นอาจแตกต่างกันไปตามสภาพการใช้งานจริง นอกจากนี้ยังได้รับการรับรองมาตรฐาน MIL-STD-810H จากกองทัพสหรัฐฯ ครอบคลุมการทดสอบอุณหภูมิสูง/ต่ำ, ระดับความสูง, ความชื้น, การแช่น้ำ, ละอองเกลือ, ฝุ่น, การสั่นสะเทือน และการตกกระแทก การใช้งานจริงอาจแตกต่างกันไปตามเงื่อนไขทางสภาพแวดล้อมเฉพาะที่ใช้ในการทดสอบ ไม่รับประกันในสภาวะที่รุนแรงเกินกว่าการทดสอบ Galaxy Watch Ultra2 ทนต่ออุณหภูมิตั้งแต่ -20°C ถึง 55°C ขณะสวมใส่บนข้อมือ อ้างอิงจากผลการทดสอบในห้องปฏิบัติการภายในของซัมซุง ประสิทธิภาพจริงอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมที่ใช้งาน ในอุณหภูมิที่สูงหรือต่ำมาก การชาร์จอาจถูกบล็อก ฟังก์ชันบางอย่างอาจสิ้นสุดลงโดยอัตโนมัติหรือไม่สามารถใช้งานได้ หรือนาฬิกาอาจปิดเครื่องโดยอัตโนมัติเพื่อความปลอดภัย ประสิทธิภาพของแบตเตอรี่อาจลดลงในอุณหภูมิต่ำ
[vi] ในการใช้งานฟีเจอร์นี้ จำเป็นต้องเปิดใช้งานจากนาฬิกา (การตั้งค่า > คุณสมบัติขั้นสูง > เริ่มต้นอัตโนมัติเมื่อดำน้ำ > เลือก "เปิด" ความลึก)
[vii] ฟีเจอร์ดำน้ำที่พัฒนาร่วมกับ Mares จะเริ่มเปิดให้ใช้งานในช่วงปลายปีนี้ โดยจะเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะบน Galaxy Watch Ultra2 เท่านั้น
[viii] อ้างอิงจากการวิจัยตลาดของสมาร์ทวอทช์ที่เปิดตัวทั่วโลก ณ เดือนมิถุนายน 2026 ข้อมูลจำเพาะ 5,000 nits หมายถึงความสว่างสูงสุดเฉพาะจุดที่ทำได้ภายใต้แสงโดยรอบที่สูง และความสว่างเต็มหน้าจออาจแตกต่างกัน ความสว่างจริงอาจแตกต่างกันหรือถูกจำกัดขึ้นอยู่กับปัจจัยทางสภาพแวดล้อม อุณหภูมิของอุปกรณ์ และเงื่อนไขการใช้งาน
[ix] เมื่อเปรียบเทียบกับ Galaxy Watch Ultra รุ่นก่อนหน้า
[x] Galaxy Watch9 ขนาด 40 มม.
[xi] ต้องใช้สมาร์ทโฟน Galaxy ที่รันระบบปฏิบัติการ Android 12 ขึ้นไป ห้ามใช้ฟีเจอร์นี้หากคุณกำลังตั้งครรภ์หรือเคยได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะหลับมาก่อน เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปเท่านั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจหาการส่งสัญญาณของภาวะหยุดหายใจขณะหลับระดับปานกลางถึงรุนแรงในช่วงเวลา 2 คืน ไม่สามารถทดแทนการวินิจฉัยหรือการรักษาโดยบุคลากรทางการแพทย์ได้ ฟีเจอร์ภาวะหยุดหายใจขณะหลับมีให้บริการในบางประเทศในปัจจุบัน ฟีเจอร์นี้ต้องการข้อมูลการนอนหลับอย่างน้อย 2 วันภายในระยะเวลา 10 วัน (ไม่จำเป็นต้องเป็นวันที่ติดต่อกัน) ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการตรวจจับ วินิจฉัย หรือรักษาอาการทางการแพทย์ใด ๆ การตรวจหาความเสี่ยงมีไว้สำหรับการอ้างอิงส่วนบุคคลเท่านั้น โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำ ในการตรวจสอบสัญญาณของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ จำเป็นต้องใช้ Galaxy Watch (Galaxy Watch Ultra, Watch7 และสมาร์ทวอทช์ซีรีส์ Galaxy Watch ที่เปิดตัวหลังจากนั้นซึ่งมี Wear OS 7.0) และสมาร์ทโฟน Galaxy ที่มี Android OS 12 ขึ้นไป
[xii] ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการวินิจฉัยหรือรักษาอาการทางการแพทย์ใด ๆ หากคุณมีข้อกังวลด้านสุขภาพ โปรดพบแพทย์ ฟีเจอร์สัญญาณชีพ (Vitals) ต้องใช้ข้อมูลการนอนหลับอย่างน้อย 7 คืน มีให้ใช้งานบนโทรศัพท์ระบบปฏิบัติการ Android (Android 11 ขึ้นไป) และต้องใช้แอป Samsung Health (เวอร์ชัน 7.0 ขึ้นไป) จำเป็นต้องเข้าสู่ระบบบัญชี Samsung ในการใช้ฟีเจอร์นี้ จำเป็นต้องสวม Galaxy Watch หรือ Galaxy Ring ขณะนอนหลับ
[xiii] มีให้ใช้งานบน Galaxy Watch รุ่นใหม่ที่จะมาพร้อมกับ One UI 9 ต้องใช้โทรศัพท์ Samsung Galaxy ที่เข้ากันได้ แอป Samsung Health เวอร์ชัน 7.0 และบัญชี Samsung ต้องตั้งค่าเริ่มต้นโดยการสวมนาฬิกาเป็นเวลา 24 ชั่วโมง (รวมถึงในขณะตื่นและหลับ) ฟังก์ชันซอฟต์แวร์คะแนนสุขภาพหัวใจ (Heart Health Score) ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการวินิจฉัยโรคหรืออาการอื่น ๆ หรือในการบำบัด บรรเทา รักษา หรือป้องกันโรค
[xiv] ระดับการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอรายวัน (Daily Cardio Load) มีให้ใช้งานบนโทรศัพท์ระบบปฏิบัติการ Android (Android 10 ขึ้นไป) และต้องใช้แอป Samsung Health (เวอร์ชัน 7.0 ขึ้นไป) จำเป็นต้องเข้าสู่ระบบบัญชี Samsung บริการนี้มีให้ใช้งานเฉพาะใน Galaxy Watch7 ขึ้นไปที่มี One UI 9 Watch ขึ้นไปเท่านั้น ในการใช้ฟีเจอร์นี้ จำเป็นต้องบันทึกกิจกรรมอย่างน้อย 7 วัน ในขณะที่แนะนำให้สวมใส่อย่างต่อเนื่อง 28 วันเพื่อความแม่นยำสูงสุด โปรดทราบว่าค่าอาจเพิ่มขึ้นในสถานการณ์ประจำวันที่อัตราการเต้นของหัวใจสูงขึ้น เช่น ในช่วงที่มีความตึงเครียด ความวิตกกังวล หรือความเครียด
[xv] ดัชนีความฟิต (Fitness Index) มีให้ใช้งานบนโทรศัพท์ปฏิบัติการ Android (Android 10 ขึ้นไป) และต้องใช้แอป Samsung Health (เวอร์ชัน 7.0 ขึ้นไป) จำเป็นต้องเข้าสู่ระบบบัญชี Samsung บริการนี้มีให้ใช้งานเฉพาะใน Galaxy Watch7 ขึ้นไปที่มี One UI 9 Watch ขึ้นไปเท่านั้น ในการใช้ฟีเจอร์นี้ จำเป็นต้องมีการวัดค่า BIA และ VO2 Max อย่างน้อยอย่างละหนึ่งครั้ง พร้อมบันทึกกิจกรรมย้อนหลังสองวันและข้อมูลการนับก้าว
[xvi] ต้องเปิดใช้งานฟีเจอร์นี้จากนาฬิกาเพื่อใช้งาน (Samsung Health > การได้ยิน > ตั้งค่า > เลือก “เปิด” การตรวจวัดเสียง)
[xvii] โปรโมชันทดลองใช้งาน Strava ฟรี 60 วัน รับสิทธิได้ถึง ก.ค. 2570 เท่านั้น มีให้บริการทั่วโลก ยกเว้นเบลารุส จีน คิวบา อิหร่าน เกาหลีเหนือ รัสเซีย ซีเรีย พื้นที่ที่ถูกคว่ำบาตรของยูเครน และเกาหลีใต้
[xviii] บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ การเปลี่ยนแปลง เงื่อนไขการให้บริการ และโปรโมชัน โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
วันที่ : 23/7/2569






