หน้าแรกมือถือ > รวมข่าวมือถือ > หน้าบทความ ข่าวมือถือ
   
Date : 12/2/2563

เทียบสเปก Samsung Galaxy S20 Ultra 5G กับ iPhone 11 Pro Max เรือธงตัวท็อป 2 ค่าย มีจุดเด่นต่างกันอย่างไร รุ่นไหนเหมาะกับคุณ มาดูกัน

 

เปิดตัวกันไปเรียบร้อยแล้วเมื่อคืนนี้สำหรับ Samsung Galaxy S20, S20+ และ S20 Ultra สมาร์ทโฟนเรือธงแห่งอนาคตรุ่นล่าสุด แน่นอนว่าครั้งนี้ก็มากับสเปกระดับท็อปซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุดและการถ่ายรูปที่โดดเด่นเช่นเคย โดยเฉพาะ S20 Ultra ที่มากับกล้องหลัง 4 ตัว ความละเอียดสูงสุด 108 ล้านพิกเซล พร้อมฟีเจอร์ Space Zoom ซูมไกลถึง 100 เท่า ทำลายทุกสถิติที่เคยมีในวงการ

สำหรับคนที่เล็งสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ไว้ในตอนนี้ อาจจะเริ่มคิดเปรียบเทียบแล้วว่า Samsung Galaxy S20 Series ที่เพิ่งเปิดตัว มีความแตกต่างจากเรือธงแบรนด์อื่นๆ อย่างไร และรุ่นที่จะถูกนำมาเทียบด้วยแน่นอนคือคู่แข่งตลอดกาลอย่าง iPhone 11 ในวันนี้เราจึงได้สรุปข้อมูลเปรียบเทียบความแตกต่างของ Samsung Galaxy S20 Ultra 5G และ iPhone 11 Pro Max มาให้ทุกท่านได้พิจารณากันครับ

(คลิกเพื่อดูรูปใหญ่)

จริงๆ แล้ว Samsung Galaxy S20 Ultra 5G และ iPhone 11 Pro Max เป็นรุ่นที่นำมาเทียบกับได้ค่อนข้างยาก เพราะอยู่กันคนละระบบ (Android - iOS) และมีสไตล์การใช้งานที่ค่อนข้างจะแตกต่างกัน ด้วยเหตุนี้เราจึงไม่ตัดสินว่ารุ่นไหนดีกว่า แต่จะเน้นให้เห็นคุณสมบัติเฉพาะตัวที่แตกต่างกันครับ

ความแตกต่างอย่างแรกคือหน้าจอแสดงผล โดย Samsung Galaxy S20 Ultra 5G มีหน้าจอขนาด 6.9 นิ้ว และเป็นดีไซน์ไร้ขอบ ในขณะที่ iPhone 11 Pro Max มีหน้าจอขนาด 6.5 นิ้ว และมีรอยบากขนาดใหญ่ด้านบน ซึ่งเป็นดีไซน์ที่ให้ความรู้สึกในการใช้งานที่จต่างกันอย่างชัดเจน


วิดีโอแสดงความแตกต่างของหน้าจอ 60Hz และ 120Hz

อีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจคืออัตรารีเฟรชของหน้าจอ ซึ่ง Galaxy S20 Ultra 5G สามารถปรับเพิ่มให้สูงขึ้นเป็น 120Hz ได้ ในขณะที่ iPhone 11 Pro Max มีอัตรารีเฟรช 60Hz ซึ่งเป็นมาตรฐานของจอแสดงผลทั่วไป อัตรารีเฟรชที่สูงขึ้นนี้จะทำให้การเคลื่อนไหวบนหน้าจอมีความสมูทยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเลื่อนหน้าฟีด, ดูหนัง หรือเล่นเกม ทำให้เราได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น แต่ความแตกต่างของอัตรารีเฟรชเป็นเรื่องที่อธิบายยาก หากเป็นไปได้แนะนำว่าลองใช้งานหน้าจอ 120Hz ด้วยตัวเองจากเครื่องใน Shop จะเห็นความแตกต่างชัดเจนกว่าครับ

ในส่วนของประสิทธิภาพการใช้งาน Galaxy S20 Ultra 5G ดูจะมีภาษีดีกว่า เนื่องจากเป็นเจเนอเรชันล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวสดๆ ร้อนๆ ในขณะที่ iPhone 11 Pro Max เปิดตัวออกมาแล้วหลายเดือน โดยมี RAM มาให้ถึง 12GB และเป็นแบบ LPDDR5 ซึ่งเร็วกว่าเดิม 50% และรองรับหน่วยความจำเสริมได้อีกถึง 1TB เรียกได้ว่าเก็บไฟล์และรูปถ่ายได้อย่างจุใจจนไม่ต้องพึ่ง cloud storage ในขณะที่ iPhone 11 Pro Max ให้ RAM มาเพียง 4GB และไม่รองรับหน่วยความจำเสริมภายนอก อย่างไรก็ดี ชิปเซ็ต Apple A13 Bionic นั้นมีประสิทธิภาพสูงมาก และสูงกว่าชิปเซ็ตของฝั่ง Android เจเนอเรชันเดียวกันอย่างชัดเจน จึงน่าจะมีประสิทธิภาพทัดเทียมกับชิป Exynos 990 ของ Galaxy S10 Ultra ได้แม้จะตามหลังอยู่ 1 เจเนอเรชัน แต่ทั้งนี้ ในการใช้งานจริงอาจจะรู้สึกถึงความแตกต่างได้ค่อนข้างยาก เพราะทั้ง 2 รุ่นสามารถตอบสนองต่อการสั่งงานได้รวดเร็วทันใจอยู่แล้วครับ

อีกจุดหนึ่งที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนคือคุณสมบัติการถ่ายรูป ซึ่ง Samsung ได้นำเทคโนโลยีล่าสุดมาใช้ใน Galaxy S20 Ultra 5G ทั้งเซ็นเซอร์ความละเอียด 108 ล้านพิกเซล และฟีเจอร์ Space Zoom ที่ซูมได้ถึง 100 เท่า ทำให้ดูมีลูกเล่นเยอะกว่า iPhone 11 Pro Max อย่างไรก็ดี ในการถ่ายภาพปกติ Galaxy S20 Ultra จะถ่ายรูปได้ที่ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล เนื่องจากใช้เทคโนโลยี 9-in-1 pixel binning ที่รวมเม็ดพิกเซลบนเซ็นเซอร์ 9 จุดเป็นหนึ่งเดียวเพื่อให้ภาพมีรายละเอียดคมชัดขึ้น แต่ทั้งนี้จำเป็นต้องพิจารณาจากคุณภาพของภาพถ่ายจริงอีกครั้ง จึงจะสามารถบอกได้ว่าดีกว่า iPhone 11 Pro Max แค่ไหน และอย่างไร

จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของ Galaxy S29 Ultra 5G คือการเป็นสมาร์ทโฟนที่รับสัญญาณ 5G ได้ ซึ่งเร็วกว่า 4G LTE หลายเท่า แต่ทั้งนี้ในบ้านเราก็ยังไม่มี 5G ให้ใช้ คุณสมบัตินี้จึงดูเป็นของประดับเสียมากกว่าในตอนนี้

Samsung Galaxy S20 Ultra 5G และ iPhone 11 Pro Max มีราคาวางจำหน่ายในไทยเท่ากันที่ 39,900 บาท ทำให้เราตัดสินใจเลือกกันได้ไม่ยาก รุ่นไหนที่จับแล้วรู้สึกว้าว ก็คว้ามาเป็นเจ้าของกันตามอัธยาศัยเลยครับ

 

นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com

 


วันที่ : 12/2/2563

Tags :