พรีวิว Samsung Galaxy A7 (2018) มือถือ 3 กล้องรุ่นแรกของ Samsung พร้อมตัวอย่างภาพถ่ายกว่า 40 ภาพ จะสวยงามแค่ไหนไปดูกัน!
เปิดตัวกันไปเรียบร้อยแล้วสำหรับ Samsung Galaxy A7 (2018) และ Galaxy A9 (2018) สมาร์ทโฟน 3 กล้อง และ 4 กล้องรุ่นแรกในประวัติศาสตร์ของ Samsung ซึ่งงานนี้ทีมงาน Thaimobilcenter ก็ได้รับเกียรติจากทาง ซัมซุง ประเทศไทย ให้เข้าร่วมงานอีเวนท์เปิดตัวที่ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 11 ตุลาคมที่ผ่านมาด้วย ทำให้เรามีโอกาสเก็บภาพตัวเครื่อง Galaxy A9 ทั้ง 3 สี รวมไปถึงสเปกตัวเครื่องมาให้ทุกท่านได้ชมกัน แต่นอกจาก Galaxy A9 แล้ว ทาง ซัมซุง ประเทศไทย ยังได้มอบตัวเครื่อง Samsung Galaxy A7 (2018) มาให้สื่อมวลชนชาวไทย รวมไปถึงทีมงาน Thaimobilecenter ได้ทดลองใช้งานกันก่อนใครอีกด้วย เราจึงถือโอกาสนี้นำ Samsung Galaxy A7 (2018) มาทำการพรีวิวตัวเครื่องพร้อมตัวอย่างภาพถ่าย มาให้ทุกท่านได้ชมกัน สมาร์ทโฟน 3 กล้องรุ่นแรกของ Samsung จะทำออกมาได้น่าสนใจแค่ไหน เราไปดูกันเลยครับ
Samsung Galaxy A7 (2018) : ดีไซน์ภายนอก

Samsung Galaxy A7 (2018) มาในบอดี้โลหะอลูมีเนียมครอบทับด้วยกระจก Gorilla Glass 3 ทั้งด้านหน้า และด้านหลัง ตัวเครื่องด้านหน้าเป็นดีไซน์จอขอบบางแบบ Infinity Display ไม่มีรอยบากด้านบน และมีหน้าจอแสดงผลแบบ Super AMOLED ขนาด 6 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ (2220x1080 พิกเซล) โดยรวมแล้วคล้ายกับ Samsung Galaxy A8 Star ที่เปิดตัวออกมาก่อนหน้านี้

เมื่อพลิกดูตัวเครื่องด้านหลัง จะพบกับฝาหลังตัวเครื่องที่มีการครอบกระจกทับไว้ ซึ่งมีความเงาวาว และช่วยขับสีสันบนตัวเครื่องให้โดดเด่นยิ่งขึ้น (ในกรณีนี้เป็นสีน้ำเงิน) ทำให้รู้สึกว่าตัวเครื่องมีความหรูหรา ต่างจากสมาร์ทโฟนระดับกลางทั่วๆ ไป สำหรับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่มักจะติดตั้งอยู่บนฝาหลังนั้น ได้ถูกย้ายไปอยู่บนปุ่ม Power ด้านข้างตัวเครื่องแทน นับเป็นครั้งแรกของสมาร์ทโฟน Samsung อีกเช่นกันที่มีการสแกนนิ้วบนปุ่ม Power ด้า่นข้าง

จุดเด่นสำคัญของ Samsung Galaxy A7 (2018) คือกล้องดิจิทัลด้านหลัง 3 ตัวที่มีการจัดเรียงในแนวตั้ง และไฟแฟลช LED โดยกล้องทั้ง 3 ตัวจะมีสเปก และการทำงานที่ต่างกัน ดังนี้:
- กล้องหลัก ความละเอียด 24 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.7
- กล้องตัวที่สอง เป็นเลนส์มุมกว้าง Ultra Wide 120 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
- กล้องตัวที่สาม เป็นเลนส์จับระยะชัดลึก Telephoto ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 รองรับฟีเจอร์การถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ Live Focus

ขอบมุมหน้าจอของ Samsung Galaxy A7 (2018) จะมีความโค้งมน คล้ายกับตระกูลเรือธงอย่าง Galaxy S9 หรือ Note 9 ขอบจอด้านบนเป็นที่อยู่ของลำโพงสนทนา, กล้องหน้าความละเอียด 24 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.9 และเซ็นเซอร์ต่างๆ

ขอบจอด้านล่างไม่มีปุ่มกดแบบ Hard Keys ใดๆ เนื่องจากเป็นดีไซน์ Infinity Display ปุ่มโฮม, ปุ่มย้อนกลับ และปุ่ม Recent Apps เป็นแบบ On-Screen ทั้งหมด

ขอบจอด้านบนของ Samsung Galaxy A7 (2018) ไม่มีโมดูลใดๆ นอกจากไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน 1 ตัว

ขอบเครื่องด้านล่างมีช่องหูฟังขนาด 3.5 มม. และพอร์ตเชื่อมต่อแบบ Micro USB

ตัวเครื่องด้านซ้ายมีช่องสำหรับใส่ซิมการ์ด ซึ่งเป็นแบบ Triple-Slot ที่สามารถใส่ชิมการ์ดแบบ nano-SIM ได้ 2 ซิมการ์ด และใส่การ์ด microSD พร้อมกันได้โดยไม่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง

ตัวเครื่องด้านขวามีปุ่มปรับระดับเสียง และปุ่ม Power ที่มีลักษณะแปลกไปจากสมาร์ทโฟนตระกูล Galaxy อื่นๆ เนื่องจากปุ่ม Power ของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ ทำหน้าที่เป็นเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้วยนั่นเอง ซึ่งนิ้วที่สแกนง่ายที่สุดสำหรับตำแหน่งนี้คือนิ้วโป้งด้านขวาครับ
Samsung Galaxy A7 (2018) : สเปก และฟังก์ชันการใช้งานเบื้องต้น


Samsung Galaxy A7 (2018) ที่ทางทีมงานได้รับมาพรีวิวนี้ เป็นโมเดลรหัส SM-A750GN/DS มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 8.0 Oreo ครอบทับด้วยอินเทอร์เฟซ Samsung Experience 9.0 ทั้งนี้สมาร์ทโฟน Galaxy รุ่นใหม่ๆ มักจะมากับระบบปฏิบัติการ Android 8.1 และ Samsung Exoperience 9.5 จึงเป็นไปได้ว่า Samsung Galaxy A7 (2018) รุ่นที่วางจำหน่ายจริงอาจจะได้รับการอัปเดตเป็น Android 8.1 และ Samsung Exoperience 9.5 ก็ได้ ซึ่งต้องรอดูกันอีกทีครับ


Samsung Galaxy A7 (2018) ใช้ชิปเซ็ต Exynos 7885 octa-core ความเร็ว 1.6 GHz พร้อมหน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-G71 ตามมาด้วยหน่วยความจำ RAM 6GB และความจุภายใน 128GB อย่างไรก็ดี Galaxy A7 (2018) ที่กำลังจะเปิดจองในบ้านเราในเร็วๆ นี้ จะเป็นรุ่น RAM 4GB ส่วนรุ่น RAM 6GB อาจจะตามมาในภายหลังครับ


ในด้านระบบรักษาความปลอดภัย Samsung Galaxy A7 (2018) รองรับทั้งการสแกนใบหน้า และการสแกนลายนิ้วมือ


สำหรับการสแกนลายนิ้วมือ จะแตกต่างจากสมาร์ทโฟน Galaxy รุ่นอื่นๆ โดยตัวระบบจะแนะนำให้ใช้นิ้วโป้งด้านขวาในการสแกนแทน ใช้งานได้สะดวก และสแกนได้รวดเร็วไม่แพ้การสแกนจากด้านหลังตัวเครื่อง เพียงแต่บางคนอาจจะไม่ชิน ซึ่งอาจต้องใช้เวลาปรับตัวนิดหน่อยครับ


ในส่วนของค่า Benchmark นั้น Samsung Galaxy A7 (2018) ผ่านการทดสอบโดยแอปพลิเคชัน AnTuTu โดยทำคะแนนได้ 123508 คะแนน และผ่านการทดสอบของ Geekbench 4 โดยทำคะแนน Single-Core และ Multi-Core ได้ 1525 และ 4444 คะแนนตามลำดับ ซึ่งเป็นตัวเลขที่อยู่ในระดับกลางๆ และมีประสิทธิภาพพอที่จะรองรับเกมสมัยใหม่ได้ค่อนข้างดีครับ
Samsung Galaxy A7 (2018) : ฟังก์ชันการถ่ายภาพ

กล้องดิจิทัลด้านหลังของ Samsung Galaxy A7 (2018) มีโหมดการถ่ายภาพให้ใช้หลายอย่างด้วยกัน ได้แก่โหมดอัตโนมัติ, โหมดความงาม (บิวตี้), โหมดพาโนรามา, โหมดโปร และฟีเจอร์ที่ให้ใช้ในระดับเรือธงอย่างไลฟ์โฟกัส (ปรับความเบลอฉากหลัง) และโหมดใหม่ ตัวปรับสีภาพ ซึ่งเป็นการใช้ AI วิเคราะห์ภาพถ่าย และปรับสีสันให้เหมาะกับภาพนั้นๆ โดยอัตโนมัตินั่นเอง


ในโหมด ตัวปรับสีภาพ จะสามารถวิเคราะห์ฉากได้ 19 ประเภท ตั้งแต่ภาพวิวทิวทัศน์, ภาพอาคาร, สัตว์เลี้ยง, คน, อาหาร, ไปจนถึงต้นไม้ใบหญ้า

โหมด ไลฟ์โฟกัส ของ Samsung Galaxy A7 (2018) เป็นโหมดที่ให้ผู้ใช้ถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอแบบโบเก้ได้ โดยเลือกโฟกัสที่วัตถุ และปรับระดับความเบลอของฉากหลังได้ตามต้องการ ซึ่งสามารถปรับได้ถึง 7 ระดับด้วยกัน


และข้อดีอีกอย่างหนึ่งของโหมดไลฟ์โฟกัส คือการที่เราสามารถเปลี่ยนจุดโฟกัสของภาพ และปรับระดับความเบลอของฉากหลังได้หลังจากที่เราถ่ายไปแล้ว ถ้าถ่ายออกมาไม่สวยอย่างที่ตั้งไว้ ก็ปรับเอาได้เลย ไม่ต้องถ่ายใหม่ให้เสียเวลา


กล้องหลังของ Samsung Galaxy A7 (2018) สามารถปรับอัตราส่วนภาพ และความละเอียดของภาพนิ่งได้ 7 แบบ โดยมีความละเอียดสูงสุดอยู่ที่ 5664x4248 พิกเซล ในอัตราส่วน 4:3 ส่วนการถ่ายวิดีโอสามารถทำได้ที่ความละเอียดสูงสุด 2224x1080 พิกเซล (Full HD+) แต่ที่ความละเอียดระดับนี้ ระบบกันสั่น (EIS) จะไม่ทำงาน


มาดูในส่วนของกล้องหน้ากันบ้างครับ Samsung Galaxy A7 (2018) มาพร้อมกับกล้องหน้าความละเอียดสูงถึง 24 ล้านพิกเซล และมีโหมดการถ่ายภาพให้เลือกใช้หลายอย่าง ได้แก่ โหมดเซลฟี, โฟกัสสำหรับเซลฟี (เซลฟีหน้าชัดหลังเบลอ) และโหมดเซลฟีมุมกว้าง สำหรับการเซลฟีเป็นกลุ่ม

นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ AR Emoji มาให้เล่นกันอีกด้วย ซึ่งปกติแล้วฟีเจอร์นี้จะมีอยู่ในเรือธงตระกูล Galaxy S และ Galaxy Note


กล้องหน้าของ Samsung Galaxy A7 (2018) สามารถปรับอัตราส่วนและความละเอียดของภาพถ่าย รวมไปถึงความละเอียดของวิดีโอได้เทียบเท่ากับกล้องหลังทุกประการ
ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลัง
*ตัวอย่างภาพถ่ายทั้งหมด ทั้งจากกล้องหน้า และกล้องหลัง มาจากการถ่ายด้วย Samsung Galaxy A7 (2018) โดยใช้ซอฟท์แวร์มาตรฐานที่มีอยู่ในตัวเครื่อง ไม่มีการปรับแต่งใดๆ นอกเหนือไปจากการย่อขนาดภาพ และใส่โลโก้บริเวณขอบด้านล่างตัวภาพเท่านั้น*

ภาพถ่ายกลางแจ้ง โหมดอัตโนมัติ

ภาพถ่ายในอาคาร โหมดอัตโนมัติ

ภาพถ่ายในอาคาร โหมดอัตโนมัติ

ภาพถ่ายในอาคาร โหมดไลฟ์โฟกัส ความเบลอฉากหลังระดับ 3

ภาพถ่ายในอาคาร โหมดอัตโนมัติ

ภาพถ่ายในอาคาร โหมดอัตโนมัติ

ภาพถ่ายกลางแจ้ง โหมดอัตโนมัติ

ภาพถ่ายกลางแจ้ง โหมดอัตโนมัติ

ภาพถ่ายกลางแจ้ง โหมดอัตโนมัติ

ภาพถ่ายกลางแจ้ง โหมดอัตโนมัติ

ภาพถ่ายกลางแจ้งแบบมาโคร โหมดอัตโนมัติ

ภาพถ่ายกลางแจ้ง โหมดอัตโนมัติ

ภาพถ่ายกลางแจ้ง โหมดอัตโนมัติ

ภาพถ่ายทิวทัศน์ โหมดอัตโนมัติ เลนส์ปกติ

ภาพถ่ายทิวทัศน์ โหมดอัตโนมัติ เลนส์กว้าง Ultra Wide 120 องศา

ภาพถ่ายภายในอาคาร แบบมาโคร โหมดอัตโนมัติ

ภาพถ่ายกลางแจ้ง โหมดอัตโนมัติ

ภาพถ่ายกลางแจ้ง โหมดอัตโนมัติ ซูม 2 เท่า

ภาพถ่ายกลางแจ้ง โหมดอัตโนมัติ ซูม 4 เท่า (สูงสุด)

ภาพถ่ายกลางแจ้ง โหมดอัตโนมัติ

ภาพถ่ายกลางแจ้ง โหมดอัตโนมัติ เลนส์กว้าง Ultra Wide 120 องศา

ภาพถ่ายกลางแจ้ง โหมดอัตโนมัติ

ภาพถ่ายอาหารแบบมาโคร โหมดอัตโนมัติ

ภาพถ่ายกลางแจ้ง โหมดอัตโนมัติ

ภาพถ่ายกลางแจ้ง โหมดอัตโนมัติ

ภาพถ่ายกลางแจ้ง โหมดอัตโนมัติ

ภาพถ่ายกลางแจ้ง โหมดอัตโนมัติ เลือกโฟกัสที่วัตถุด้านหน้า

ภาพถ่ายกลางแจ้ง โหมดอัตโนมัติ เลือกโฟกัสที่ฉากด้านหลัง

ภาพถ่ายในที่ร่ม โหมดอัตโนมัติ

ภาพถ่ายภายในอาคาร ภายใต้สภาวะแสงน้อย โหมดอัตโนมัติ

ภาพถ่ายกลางแจ้ง โหมดอัตโนมัติ

ภาพถ่ายกลางแจ้ง โหมดอัตโนมัติ

ภาพถ่ายทิวทัศน์เวลากลางวัน โหมดอัตโนมัติ เลนส์ปกติ

ภาพถ่ายทิวทัศน์เวลากลางวัน โหมดอัตโนมัติ เลนส์กว้าง Ultra Wide 120 องศา

ภาพถ่ายทิวทัศน์เวลากลางวัน โหมดอัตโนมัติ

ภาพถ่ายกลางแจ้ง โหมดอัตโนมัติ เปิด Auto HDR

ภาพถ่ายกลางแจ้ง โหมดอัตโนมัติ เปิด Auto HDR

ภาพถ่ายกลางแจ้ง โหมดอัตโนมัติ

ภาพถ่ายกลางแจ้ง โหมดอัตโนมัติ
ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้า

ภาพถ่ายโหมดเซลฟีปกติ ปิดฟีเจอร์บิวตี้

ภาพถ่ายโหมดเซลฟีปกติ เปิดบิวตี้ระดับ 8

ภาพถ่ายโหมดโฟกัสเซลฟี (หน้าชัดหลังเบลอ) ปิดฟีเจอร์บิวตี้

ภาพถ่ายโหมดโฟกัสเซลฟี (หน้าชัดหลังเบลอ) เปิดบิวตี้ระดับ 4

ภาพถ่ายโหมดโฟกัสเซลฟี (หน้าชัดหลังเบลอ) เปิดบิวตี้ระดับ 8 (สูงสุด)

ภาพถ่ายโหมดโฟกัสเซลฟี (หน้าชัดหลังเบลอ) ภายใต้สภาวะแสงจ้า ปิดฟีเจอร์บิวตี้

ภาพถ่ายโหมดโฟกัสเซลฟี (หน้าชัดหลังเบลอ) ภายใต้สภาวะแสงจ้า เปิดบิวตี้ระดับ 4

ภาพถ่ายกลางแจ้ง โหมดเซลฟีปกติ เปิดบิวตี้ระดับ 4
เป็นอย่างไรกันบ้างครับ สำหรับพรีวิว Samsung Galaxy A7 (2018) พร้อมตัวอย่างภาพถ่ายภายใต้สภาวะต่างๆ โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าสมาร์ทโฟน 3 กล้องรุ่นแรกของ Samsung รุ่นนี้มีประสิทธิภาพค่อนข้างน่าประทับใจ และถ่ายภาพออกมาได้สวยงามไม่แพ้ตระกูลเรือธงอย่าง Galaxy S หรือ Galaxy Note โดยมีความละเอียดของกล้องตัวหลักที่สูงถึง 24 ล้านพิกเซล นอกจากนี้ โหมดการถ่ายภาพด้วยเลนส์ Ultra Wide 120 องศาที่ถือเป็นจุดเด่นของรุ่นนี้ ยังทำให้ผู้ใช้เก็บรายละเอียดของภาพแบบ Landscape ได้ครบถ้วนกว่าการถ่ายด้วยกล้องสมาร์ทโฟนทั่วไปอีกด้วย แต่การวัดแสง (White Balance) และการตัดขอบเบลอฉากหลัง ยังมีความผิดพลาดให้เห็นอยู่บ้าง โดยรวมแล้วถือว่าเป็นการเปิดตัวสมาร์ทโฟน 3 กล้องรุ่นแรกของค่ายที่ไม่น่าผิดหวังครับ
นอกจากพรีวิวแล้ว รีวิวเต็มๆ ของ Samsung Galaxy A7 (2018) จะตามมาให้ทุกท่านได้อ่านกันอย่างแน่นอนในเร็วๆ นี้ แล้วอย่าลืมติดตามกันนะครับ
อ่านบทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง :
>>เปิดราคา Samsung Galaxy A7 (2018) ในไทย
>>เปิดราคา Samsung Galaxy A9 ในไทย
>>เปิดตัว Samsung Galaxy A9 มือถือกล้องหลัง 4 ตัวรุ่นแรกของโลก
>>เทียบสเปก Samsung Galaxy A7 (2018) และ Galaxy A9
นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com
วันที่ : 14/10/2561





