ชกข้ามรุ่น! เทียบกล้องหน้า Samsung Galaxy A50s กับ iPhone 11 Pro Max ต่างกันอย่างไร ? สไตล์ไหนเหมาะกับคุณ มาดูกัน
คุณสมบัติด้านการถ่ายภาพถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้ใช้มักจะใช้เป็นปัจจัยที่ใช้ในการพิจารณาเลือกซื้อสมาร์ทโฟนมาใช้สักเครื่องนึง ซึ่งการถ่ายภาพในปัจจุบันเรามักจะแบ่งการถ่ายภาพออกเป็น 2 รูปแบบหลักๆนั่นคือ การถ่ายจาก กล้องหน้า (การเซลฟี่) หรือการถ่ายจากกล้องหลังวันนี้ทีมงานจึงถือโอกาสหยิบมือถือ 2 รุ่นออกมาเปรียบเทียบในส่วนของกล้องหน้ากันว่ารุ่นไหนจะถูกใจหรือเหมาะสมกับเรามากกว่ากันเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อของแต่ละท่าน
โดยมือถือที่เราเลือกมาทดสอบในวันนี้ได้แก่ Samsung Galaxy A50s ที่มีจุดเด่นนึงนั่นคือกล้องหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซลและสามารถถ่ายเซลฟี่มุมกว้างได้อีกด้วย โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 8,990 บาท โดยเราจะนำมาเทียบข้ามรุ่นกับมือถือเรือธง iPhone 11 Pro Max (ราคา 39,900 บาท) ซึ่งเป็นมือถือเรือธงตัวท็อปที่ได้ปรับปรุงฟีเจอร์การถ่ายภาพโดยเฉพาะกล้องหน้าได้ดีมากขึ้นกว่ารุ่นเดิมอย่างเห็นได้ชัด วันนี้เราจะลองมาเปรียบเทียบทั้งสองรุ่นดูในสถานการณ์ต่างๆ โดยจะมีทั้งการถ่ายกลางแจ้ง การถ่ายแบบเบลอพื้นหลังและไม่เบลอพื้นหลัง การถ่ายย้อนแสง และการทดสอบการถ่ายเซลฟีมุมกว้างว่า เมื่อนำมาถ่ายกล้องหน้าจะให้ผลลัพธ์ที่ต่างกันแค่ไหน และจะถ่ายทอดอารมณ์ของภาพออกมาอย่างไร เราไปดูกันเลยครับ
ซีนที่ 1 : ถ่ายกลางแจ้ง ไม่เบลอหลัง

ในซีนแรกก็เริ่มเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจน โดยภาพของ Samsung Galaxy A50s จะมีความสว่าง และมีโทนสีที่สดใสกว่า iPhone 11 Pro Max อย่างเห็นได้ชัด ทำให้ใบหน้าของตัวแบบโดดเด่นยิ่งขึ้น ในขณะที่ภาพของ iPhone 11 Pro Max จะให้โทนสีที่อาจจะดูหม่นกว่าแต่ก็ใกล้เคียงกับสีจริงมากกว่า จุดเด่นของ iPhone ที่สำคัญคือการเก็บรายละเอียดของฉากหลังได้ดี แต่ก็อาจจะทำให้เห็นริ้วรอยบนใบหน้าได้ค่อนข้างชัดกว่า
ซีนที่ 2 : ถ่ายกลางแจ้ง เบลอหลัง

ในซีนนี้ยังคงมีผลลัพธ์ที่คล้ายกับซีนแรก โดย Galaxy A50s ทำให้หน้าของตัวแบบสว่างขึ้น พร้อมทั้งลดความเข้มของเงาบนใบหน้าลง ทำให้ใบหน้าดูเรียบเนียนโดยรูปนี้เราไม่ได้เปิดเอฟเฟ็กต์บิวตี้เลย ส่วนภาพของ iPhone 11 Pro Max ยังคงมีโทนสีที่ใกล้เคียงกับสีจริง และเก็บรายละเอียดได้ดีทั้งตัวแบบ และฉากหลัง แต่ก็ทำให้เงาบนใบหน้าของตัวแบบชัดขึ้นเช่นกัน อย่างไรก็ดีจากภาพถ่ายจะเห็นว่าการวัดสีของ Samsung Galaxy A50s จะติดแดงไปนิดนึงเมื่อเทียบกับ iPhone 11 Max Pro ที่มีการวัดแสงได้ใกล้เคียงความจริงมากกว่า
ในส่วนการเบลอฉากหลัง ทั้ง Galaxy A50s และ iPhone 11 Pro Max ทำได้ดีใกล้เคียงกัน แต่ดูเหมือนว่า Galaxy A50s จะตัดขอบเบลอได้ดีกว่าเล็กน้อยบริเวณปอยผมด้านซ้าย ซึ่ง Galaxy A50s สามารถแแยกแยะเส้นผมได้บางส่วน ในขณะที่ iPhone 11 Max Pro เบลอปอยผมไปเกือบหมด
ซีนที่ 3 : ถ่ายในอาคาร ไม่เบลอหลัง

สำหรับการถ่ายภายในอาคารซึ่งมีแสงค่อนข้างน้อย ทั้ง Galaxy A50s และ iPhone 11 Max Pro ทำออกมาได้ดีพอๆ กัน โดยยังคงแตกต่างกันที่โทนสีของภาพเหมือนเดิม ส่วนการเก็บรายละเอียดของภาพในส่วนของตัวแบบถือว่าใกล้เคียงกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ สกินโทน หรือรายละเอียดของแสงเงาต่างๆ แต่ถ้าดูในส่วนของฉากหลัง iPhone 11 Max Pro ก็ถือว่ายังสามารถเก็บรายละเอียดได้ดีกว่าเช่นเดิม
ซีนที่ 4 : ถ่ายในอาคาร เบลอหลัง

ในซีนนี้จะแสดงให้เห็นถึงการเบลอฉากหลังในสภาวะแสงน้อย Galaxy A50sมีการปรับสีผิวและใบหน้าให้เรียบเนียนกำลังดีไม่มากจนเกินไป แต่ในส่วนของรายละเอียดหรือการตัดขอบตัวแบบจะเห็นว่า iPhone 11 Pro Max สามารถทำได้ดีกว่า โดยเฉพาะการตัดขอบซึ่งจะเห็นได้ว่า Galaxy A50s มีการตัดขอบผิดพลาดบริเวณแขนเสื้อด้านขวา ซึ่งอาจจะเกิดจากลายทางของเสื้อที่ส่งผลให้ให้ซอฟต์แวร์คำนวณผิดพลาด ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ของภาพเรียกได้ว่าใกล้เคียงสูสีกัน
ซีนที่ 5 : ถ่ายกลางแจ้งแบบกลุ่ม

ในซีนนี้ Samsung Galaxy A50s จะได้เปรียบตรงที่มีโหมดการถ่ายรูปมุมกว้างสำหรับกล้องหน้า ทำให้ถ่ายเซลฟีเป็นกลุ่มได้สะดวกมีระยะเลนส์ที่กว้างกว่า และไม่ทำให้ภาพดูอึดอัด ส่วน iPhone 11 Pro Max ยังคงทำได้ดีในส่วนของ HDR โดยยังคงมองเห็นท้องฟ้าได้ชัดเจน และยังสามารถเก็บรายละเอียดของศาลเจ้าด้านหลังได้แต่สกินโทนหรือการปรับความสว่างของใบหน้ายังทำได้ไม่ดีนักจะค่อนข้างคล้ำและซีด โดยเฉพาะบนตัวแบบชาย (ซึ่งก็คือผมเอง T-T)
ซีนที่ 6 : ถ่ายแบบย้อนแสง

สำหรับการถ่ายเซลฟี่แบบย้อนแสงนั้นถือว่าทำได้ดีใกล้เคียงกัน โดยกล้องหน้าของ iPhone 11 Pro Max สามารถเกลี่ยแสงบนภาพได้ดี และเก็บรายละเอียดได้ครบถ้วนทั้งตัวแบบและฉากหลัง ในขณะที่ Galaxy A50s ดูเหมือนจะเลือกให้ความสำคัญกับตัวแบบมากกว่า โดยเพิ่มแสงให้ใบหน้าสว่างโดดเด่นโดยเสียสละรายละเอียดของฉากหลังไป และทำให้ภาพมีความฟุ้งกว่าเล็กน้อยครับ
สรุปการเปรียบเทียบ
จากตัวอย่างภาพถ่ายในซีนต่างๆ ข้างต้นนั้นต้องถือว่าทั้ง 2 รุ่นทำออกมาได้ดีในส่วนของ iPhone 11 Max Pro จะเด่นในเรื่องของการเก็บรายละเอียดและความแม่นยำของ ซอฟแวร์ ในขณะที่ Samsung Galaxy A50s นั้นจะเน้นเรื่องการปรับแต่งภาพของตัวแบบมากกว่า ทำให้ถ่ายภาพออกมาดูดีมีการปรับผิวให้เรียบเนียน มีการเร่งแสงให้ใบหน้าดูเนียนใส โดดเด่น และให้โทนสีที่สดใสกว่า ส่วนกล้องหน้าของ iPhone 11 Pro Max จะเก็บรายละเอียดทั่วทั้งภาพโดยให้ความสำคัญกับตัวแบบ และฉากหลังเท่าๆ กัน พร้อมทั้งให้สีสันที่เป็นธรรมชาติ ทำให้ภาพออกมาในสไตล์ที่ดูเรียบร้อย ไม่ฉูดฉาด
โดยรวมแล้ว Samsung Galaxy A50s อาจจะเหมาะสาย "แชะแล้วแชร์" ที่ถ่ายรูปแล้วสามารถอัปโหลดขึ้นไปบน Facebook หรือ Instagram ได้ทันทีโดยแทบไม่ต้องแต่งอะไรเพิ่มเติม ในขณะที่ iPhone 11 Max Pro อาจจะต้องผ่านการแต่งรูปเพิ่มเติมสักเล็กน้อย แต่ก็ถือว่าทำได้ดีมากกว่า iPhone รุ่นก่อนๆเยอะมาก
อย่างไรก็ดี การที่เราทำบทความเปรียบเทียบ Samsung Galaxy A50s ที่มีราคา 8,990 บาท เทียบกับ iPhone 11 Pro Max ที่มีราคาเริ่มต้น 39,900 บาท บางท่านอาจจะคิดว่าเป็นมือถือคนละช่วงราคาไม่น่าจะเทียบกันได้ แต่เราต้องการที่จะเปรียบเทียบเพื่อที่จะแสดงให้เห็นว่าการเลือกมือถือมาใช้สักเครื่องนั้นสิ่งสำคัญคือ เราต้องสามารถตอบตัวเองได้ว่าเราต้องการซื้อมือถือมาเพื่อใช้งานอะไร? เพื่อให้เราได้มือถือที่คุ้มค่ากับราคาที่เราจ่ายไปมากที่สุด ดังนั้นเจตนาของการทำบทความทดสอบนี้เราต้องการที่จะให้ข้อมูลที่ช่วยในการตัดสินใจไม่ใช่การบอกว่ามือถือรุ่นไหนดีกว่ากันครับ
หวังว่าบทความนี้จะเป็นข้อมูลส่วนนึงที่ช่วยให้ทุกท่านเลือกมือถือที่เหมาะสมและตรงกับความต้องการของตัวเองได้มากที่สุด อย่าลืมว่าไม่มีมือถือรุ่นไหนที่ดีที่สุดมีแค่มือถือที่เหมาะกับเราเท่านั้น อย่าลืมกด bookmark หรือกดติดตามเว็บไซต์ thaimobilecenter.com เพื่อติดตามบทความอื่นๆจากเราเพิ่มเติมนะครับ สำหรับวันนี้ผมขอตัวไปทดสอบมือถือรุ่นอื่นต่อก่อนแล้วพบกันใหม่ในบทความหน้าครับ :)
นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com
วันที่ : 28/11/2562





