หน้าแรกมือถือ > รวมข่าวมือถือ > หน้าบทความ ข่าวมือถือ
   
Date : 21/2/2562

เปรียบเทียบ Samsung Galaxy S10, Galaxy S10+ และ Galaxy S10e ต่างกันตรงไหน แต่ละรุ่นมีจุดเด่นอย่างไร เทียบให้ดูกันชัดๆ ที่นี่!


ในที่สุดก็เปิดตัวกันไปเรียบร้อยแล้วสำหรับ Samsung Galaxy S10 ซึ่งคราวนี้มีถึง 3 รุ่นด้วยกันได้แก่ Samsung Galaxy S10e, Galaxy S10 และ Galaxy S10+ พร้อมทั้งปรับปรุงดีไซน์ใหม่เป็นจอไร้ขอบฝังกล้องใต้จอแบบ Infinity O Display และอัปเกรดคุณสมบัติโดยรวมกันยกใหญ่เลยทีเดียว แต่สำหรับคนที่ไม่ได้ดูงานเปิดตัวเมื่อคืนนี้อาจจะสงสัยว่าทั้ง 3 รุ่นมีความแตกต่างกันอย่างไร ทางทีมงาน Thaimobilecenter จึงได้นำ Samsung Galaxy S10 ทั้ง 3 รุ่นมาเปรียบเทียบทั้งสเปกและฟีเจอร์ให้ดูกันชัดๆ จะแตกต่างกันแค่ไหนไปดูกันเลยครับ

(คลิกที่รูปเพื่อขยาย)

 

ดีไซน์ภายนอก

Samsung Galaxy S10 ทั้ง 3 รุ่นจะใช้ดีไซน์หน้าจอ Infinity O Display ซึ่งมีการเจาะรูฝังกล้องหน้าเอาไว้ที่มุมขวาบนของหน้าจอ และไม่มีรอยบากใดๆ ส่วนตัวเครื่องด้านหลัง ครอบทับด้วยกระจก Gorilla Glass 5 ประกบกับตัวเฟรมที่เป็นวัสดุอลูมีเนียมซีรีส์ 7000 จึงได้ทั้งความแข็งแรงทนทานและความเงาวาวสวยงาม สำหรับความแตกต่างของดีไซน์ในแต่ละรุ่นสามารถสรุปเป็นข้อๆ ได้ดังนี้ครับ

  • Galaxy S10e ขอบจอไม่โค้ง กล้องหน้าเดี่ยว กล้องหลังคู่
  • Galaxy S10 ขอบจอโค้ง 2 ด้าน กล้องหน้าเดี่ยว กล้องหลัง 3 ตัว
  • Galaxy S10+ ขอบจอโค้ง 2 ด้าน รูกล้องหน้าจะเป็นวงรี ต่างจากรุ่นอื่นที่เป็นวงกลม เนื่องจากรุ่นนี้มีกล้องหน้า 2 ตัว (Dual Camera)

นอกจากนี้ Galaxy S10+ จะพิเศษกว่ารุ่นอื่นตรงที่มี Ceramic Version ให้เลือกด้วย ซึ่งตัวเครื่องจะมีฝาหลังเป็นเซรามิก มีให้เลือก 2 สีได้แก่สีขาว และสีดำ โดยโทนสีจะแตกต่างจากเวอร์ชันปกติเล็กน้อย และที่สำคัญรุ่น Ceramic Version ยังเป็นรุ่นเดียวที่มีหน่วยความจำ RAM 12GB และความจุ 1TB ครับ

 

พลังการประมวลผล

Samsung Galaxy S10 ทั้ง 3 รุ่นใช้ชิปเซ็ตประมวลผลเหมือนกันได้แก่ Exynos 9820 octa-core ดังนั้นประสิทธิภาพการประมวลผลโดยรวมจึงไม่ต่างกันมากนัก โดยชิปเซ็ตรุ่นนี้ผลิตบนสถาปัตยากรรม 8 นาโนเมตรซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ใหม่กว่า และมีความเร็วในการประมวลผลสูงขึ้นจากรุ่นก่อน (Exynos 9810) ประมาณ 20% เมื่อจับคู่กับ RAM 6GB/8GB ในตัวเครื่องแล้ว สามารถรับมือกับการใช้งานทุกประเภทได้อย่างลื่นไหลแน่นอน

สำหรับการเล่นเกม ชิปเซ็ต Exynos 9820 มาพร้อมกับหน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-G76 MP12 ซึ่งแรงกว่ารุ่นก่อนประมาณ 40% และประหยัดพลังงานมากกว่าราวๆ 35% ซึ่งความแรงระดับนี้สามารถรับมือกับเกมบน Play Store ได้ทุกเกมแน่นอน นอกจากนี้ในรุ่น Galaxy S10+ ยังมีระบบระบายความร้อนแบบ Vapor Chamber ซึ่งระบายความร้อนได้เร็วกว่าสมาร์ทโฟนทั่วไป จึงไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องความร้อนขณะเล่น โดยรวมแล้วจัดว่าประสิทธิภาพในการเล่นเกมอยู่ในระดับ Top Class (สำหรับต้นปี 2019) อย่างไรก็ดีทางทีมงานจะทดสอบการเล่นเกมจริงบน Samsung Galaxy S10 ทั้ง 3 รุ่นอีกครั้งในเร็วๆ นี้ เพื่อให้เห็นสมรรถนะของตัวชิปเซ็ตชัดเจนยิ่งขึ้นครับ

สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่เพิ่มเข้ามาใน Exynos 9820 คือหน่วยประมวลผล Neural Processing Unit หรือ NPU สำหรับประมวลผลการทำงานของ AI โดยเฉพาะ ทำให้ฟีเจอร์หลายอย่างที่ใช้ระบบ AI เช่น Scene Optimizer ทำงานเร็วยิ่งขึ้นพร้อมกับช่วยลดภาระของ CPU อีกด้วย

 

การถ่ายภาพ

ในส่วนของการถ่ายภาพในแต่ละรุ่นนั้นจะมีความแตกต่างกันอย่างเห็นในด้านฮาร์ดแวร์ โดย Galaxy S10e ซึ่งเป็นรุ่นเล็กจะมีกล้องหลังคู่ความละเอียด 12+16 ล้านพิกเซล ในขณะที่ Galaxy S10 และ Galaxy S10+ จะเป็นกล้องหลัง 3 ตัว (Triple Camera) โดยเพิ่มกล้องความละเอียด 12 ล้านพิกเซล เลนส์ Telephoto เข้ามา ทำให้สามารถถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอด้วยโหมด Live Focus ได้

สำหรับกล้องหน้า Galaxy S10e และ Galaxy S10 จะเป็นกล้องความละเอียด 10 ล้านพิกเซลทั้งคู่ แต่ Galaxy S10+ จะพิเศษกว่าตรงที่เป็นกล้องหน้าคู่โดยเพิ่มกล้องความละเอียด 8 ล้านพิกเซลที่มีเซ็นเซอร์วัดระยะชัดลึกเข้ามา ทำให้ใช้โหมด Live Focus ในการถ่ายภาพเซลฟีแบบหน้าชัดหลังเบลอได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ที่น่าสนใจคือ กล้องหน้าของทั้ง 3 รุ่นรองรับการถ่ายวิดีโอความละเอียด 4K ด้วย นับเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกที่ถ่ายวิดีโอ 4K ด้วยกล้องหน้าได้

สำหรับฟีเจอร์และโหมดถ่ายภาพนั้นจะมีเหมือนๆ กันทั้ง 3 รุ่น เรียกได้ว่าอะไรที่รุ่นท็อปทำได้ รุ่นอื่นก็ทำได้เช่นกัน ยกเว้นโหมด Live Focus ที่ Galaxy S10e ไม่มี (Galaxy S10 มีเฉพาะกล้องหลัง, Galaxy S10+ มีทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง) โดยฟีเจอร์เด่นๆ ได้แก่ :

  • ระบบ Scene Optimizer ที่ใช้ AI วิเคราะห์ฉากและปรับแต่งภาพให้โดยอัตโนมัติ ที่สามารถแยกแยะวัตถุได้ถึง 30 ประเภท
  • ระบบ Smart Composition ที่ใช้ AI ช่วยแนะนำการจัดวางองค์ประกอบในการถ่ายภาพให้โดยอัตโนมัติ ทำให้ภาพถ่ายดูมีความเป็นมืออาชีพยิ่งขึ้น
  • ถ่ายวิดีโอ Super Slowmotion @960fps ที่ถ่ายได้นานกว่ารุ่นที่แล้ว 2 เท่า
  • ถ่ายวิดีโอความละเอียด 4K UHD @60fps
  • AR Emoji เวอร์ชันใหม่ ให้ผู้ใช้สร้างตัวละคร 3D ในแบบของตัวเอง เพื่อนำไปใส่ในภาพถ่าย คลิปวิดีโอ หรือส่งให้เพื่อนผ่าน Messenger ได้ โดยในเวอร์ชันนี้จะสามารถ Track การเคลื่อนไหวของใบหน้าได้ละเอียดยิ่งขึ้น และซิงค์การขยับท่าทางได้ทั้งร่างกายอีกด้วย
  • ฟีเจอร์ Super Steady ช่วยให้การถ่ายวิดีโอนิ่งขึ้น เหมาะสำหรับการถ่ายแนว Action แบบกล้อง GoPro

โดยสรุปแล้ว ประสิทธิภาพด้านการถ่ายภาพของ Galaxy S10e, Galaxy S10 และ Galaxy S10+ ไม่น่าจะต่างกันมากนัก เพราะฟีเจอร์และโหมดการถ่ายภาพส่วนใหญ่จะมีเหมือนกันหมด หลักๆ จะต่างกันที่เลนส์ Telephoto และโหมด Live Focus แต่ทั้งนี้การใช้งานจริงจะเป็นอย่างไรทางทีมงานจำเป็นต้องทดสอบอย่างจริงจังกันอีกครั้ง ในเร็วๆ นี้ครับ

 

ฟีเจอร์อื่นๆ

Samsung Galaxy S10 ทั้ง 3 รุ่นยังมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจอีกหลายอย่าง เช่นระบบ Wireless Power Share ที่ทำให้ตัวเครื่องสามารถชาร์จแบตให้กับอุปกรณ์อื่นได้ด้วยการนำมาวางซ้อนกัน สามารถใช้ชาร์จแบตให้เพื่อนยามฉุกเฉิน หรือใช้ชาร์จหูฟังไร้สายรุ่นใหม่ของ Samsung ไปพร้อมกัน ด้วยการชาร์จ Galaxy S10 กับสาย USB-C แล้ววางหูฟังไว้บนตัวเครื่องด้วย เป็นต้น, ผู้ช่วยอัจฉริยะ Bixby ที่เพิ่มความสามารถในการตั้งคำสั่งล่วงหน้า ตัวอย่างเช่น สั่งให้ต่อ WiFi ของที่ทำงานเมื่อถึงเวลา 9 โมงเช้า หรือเข้าโหมดเงียบหลัง 4 ทุ่ม, การชาร์จไร้สายที่เร็วกว่าเดิมด้วยระบบ Fast Wireless Charging 2.0, ระบบเสียง Dolby Atmos, ลำโพงสเตอริโอที่ปรับจูนโดย AKG ไปจนถึงคุณสมบัติกันน้ำ-กันฝุ่นมาตรฐาน IP68

อย่างไรก็ดี Galaxy S10e ซึ่งเป็นรุ่นเล็กจะถูกลดทอนฟีเจอร์บางอย่างไป ได้แก่ระบบสแกนลายนิ้วมือที่เป็นเซ็นเซอร์ Optical ด้านข้างตัวเครื่อง ต่างจาก Galaxy S10 และ Galaxy S10+ ที่ใช้เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือฝังใต้หน้าจอแบบอัลตร้าโซนิค ซึ่งมีความแม่นยำกว่า และสแกนขณะนิ้วเปียกได้

ทั้งนี้ Samsung Galaxy S10 ทั้ง 3 รุ่น จะไม่มีระบบสแกนม่านตา (Iris Scanning) เหมือนรุ่นก่อนแล้ว แต่ยังรองรับการสแกนใบหน้าแบบ 2D ได้ตามปกติครับ

 

สรุปการเปรียบเทียบ

  • เปลี่ยนดีไซน์ใหม่เป็น Infinity O Display ไร้ขอบ-ไร้รอยบาก มีรูบนหน้าจอสำหรับฝังกล้องหน้า
  • ทุกรุ่นใช้หน้าจอแบบ AMOLED อัตราส่วน 19:9 ครอบทับด้วย Gorilla Glass 6 ยกเว้น Galaxy S10e ที่ใช้ Gorilla Glass 5
  • Galaxy S10 และ Galaxy S10+ หน้าจอความละเอียด QHD+ แต่ Galaxy S10e จะมีความละเอียดน้อยกว่าเป็น FHD+
  • ทุกรุ่นใช้ชิปเซ็ต Exynos 9820
  • กล้องของ Galaxy S10e ทั้งด้านหน้าและด้านหลังไม่มีโหมด Live Focus สำหรับถ่ายหน้าชัดหลังเบลอ
  • ฟีเจอร์และโหมดการถ่ายภาพของทั้ง 3 รุ่นไม่แตกต่างกันมากนัก
  • ทุกรุ่นมีลำโพงสเตอริโอ และระบบเสียง Dolby ATMOS
  • Galaxy S10+ เป็นรุ่นเดียวที่มีกล้องหน้าเป็นกล้องคู่ และใช้โหมด Live Focus ได้
  • Galaxy S10+ เป็นรุ่นเดียวที่มีระบบระบายความร้อนแบบ Vapor Chamber
  • มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือฝังใต้หน้าจอ ยกเว้น Galaxy S10e จะมีเซ็นเซอร์อยู่ด้านข้างตัวเครื่อง
  • กันน้ำ IP68 ทั้ง 3 รุ่น
  • รุ่นพิเศษ Ceramic Edition มีเฉพาะ Galaxy S10+ รุ่น RAM 8GB+ROM 512GB และรุ่น RAM 12GB+ROM 1TB มีให้เลือก 2 สีคือสีขาว และสีดำ
  • Galaxy S10e สีเหลือง Canary Yellow ยังไม่เข้ามาจำหน่ายในไทย

และทั้งหมดนี้คือความแตกต่างของ Samsung Galaxy S10e, Galaxy S10 และ Galaxy S10+ ที่ทางทีมงานได้สรุปมาให้ทุกท่านได้เห็นกันแบบชัดๆ ส่วนข้อมูลราคาทาง Samsung ประเทศไทยจะประกาศให้ทราบกันในเร็วๆ นี้ อย่างไรก็ดีหากมีโอกาสทางทีมงานจะนำตัวเครื่องทั้ง 3 รุ่นมาทดสอบการใช้งานในทุกๆ ด้านอย่างละเอียดเพื่อให้เห็นประสิทธิภาพที่แท้จริงของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้กันชัดเจนยิ่งขึ้นครับ

 

นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com


วันที่ : 21/2/2562

 




Cookie Consent

Our website uses cookies to provide your browsing experience and relavent informations.Before continuing to use our website, you agree & accept of our Cookie Policy & Privacy