หน้าแรกมือถือ > รวมข่าวมือถือ > หน้าบทความ ข่าวมือถือ
   
Date : 11/6/2564

พรีวิว ROG Phone 5 มือถือเกมมิ่งที่สเปกดีที่สุด ณ ชั่วโมงนี้ มาพร้อมชิป Snapdragon 888 และ RAM 16GB แบตอึดขึ้น ชาร์จไว 65W บนดีไซน์ใหม่แบบ Dotted Matrix

 

ถ้าหากพูดถึงมือถือเกมมิ่งสเปกแรง ชื่อของ ROG Phone จากแบรนด์ ROG (Republic of Gamers)  ในเครือของ ASUS จะเป็นตัวเลือกในลำดับต้น ๆ อย่างแน่นอน ซึ่ง ROG Phone ไม่ใช่แค่มือถือที่มาพร้อมกับสเปกระดับเทพเท่านั้น แต่ยังมาพร้อมกับอุปกรณ์เสริมแบบจัดหนักจัดเต็มสำหรับชาวเกมเมอร์โดยเฉพาะ และล่าสุด ROG Phone เดินทางมาถึงเจเนอเรชันที่ 4 แล้ว แต่รุ่นนี้มีชื่อว่า ROG Phone 5 โดยในปีนี้เปิดตัวมาทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่ ROG Phone 5, ROG Phone 5 Pro และ ROG Phone 5 Ultimate ซึ่งรุ่นที่จะนำมาพรีวิวแกะกล่องให้ชมกันในวันนี้ก็คือ ROG Phone 5 ที่มาพร้อมกับ RAM ขนาด 16GB และ ROM ขนาด 256GB มาชมกันเลยดีกว่าว่า มือถือเกมมิ่งตัวแรงรุ่นนี้ จะพัฒนาไปจากรุ่นก่อนอย่างไรบ้าง

 

แกะกล่อง ROG Phone 5

ROG Phone 5 มาพร้อมกล่องผลิตภัณฑ์สีดำ ลวดลาย Dotted Matrix สีเทาเข้ม ซึ่งเป็นลวดลายเดียวกับด้านหลังของตัวสมาร์ทโฟน โดยข้างกล่องระบุคำว่า ROG Phone 5 อย่างชัดเจน

 

ภายในกล่องเป็นลายเส้นของการ์ตูนอะนิเมะเรื่อง AKIRA ซึ่งอาจจะดูเป็นลวดลายธรรมดา ๆ แต่จริง ๆ แล้วได้ซ่อนลูกเล่นเอาไว้ นั่นก็คือ AR โดยเมื่อเปิดเครื่องใช้งานครั้งแรกจะให้สแกนที่ตัวกล่อง และเมื่อนำ ROG Phone 5 ไปสแกนในแต่ละช่อง ก็จะได้มีภาพเคลื่อนไหวของการ์ตูนปรากฏขึ้นมา ซึ่งถือว่า เป็นลูกเล่นที่แปลกตาและไม่เหมือนใคร

 

อุปกรณ์ที่ให้มาในกล่องผลิตภัณฑ์ ก็ได้แก่ ตัวเครื่อง ROG Phone 5, เคส Aero Case, Adapter สำหรับชาร์จแบตเตอรี่แบบ USB-C ขนาด 65W, เข็มจิ้มถาดใส่ซิมการ์ด, คู่มือการใช้งาน, สติกเกอร์ ROG, ใบรับประกัน และสายชาร์จแบบ USB-C ซึ่งเป็นสายแบบถัก หมดปัญหาเรื่องสายพันกันขณะใช้งาน

 

สำหรับเคส Aero Case จะเป็นเคสพลาสติก สีดำ ผิวสัมผัสด้าน น้ำหนักเบา ช่วยทำให้จับได้ถนัดมือมากขึ้น เนื่องจากตัวเครื่อง ROG Phone 5 มีผิวสัมผัสด้านหลังมันเงา ลื่นหลุดมือได้ค่อนข้างง่าย แนะนำว่าให้ใส่เคสไว้จะดีกว่า ซึ่งตัวเคสจะไม่บดบังลวดลายด้านหลังอีกด้วย

 

AeroActive Cooler 5

AeroActive Cooler 5 อุปกรณ์เสริมสำหรับ ROG Phone 5 ซึ่งทำหน้าที่เป็นพัดลมช่วยระบายความร้อน โดยทาง ASUS เคลมไว้ว่า สามารถลดอุณหภูมิของซีพียูได้ถึง 10 องศาเซลเซียส และลดอุณหภูมิของตัวเครื่องได้ถึง 15 องศาเซลเซียส โดยด้านหลังจะมีปุ่มพิเศษสำหรับการเล่นเกมมาให้ 2 ปุ่ม และมีขาตั้งมาให้อีกด้วย

 

ดีไซน์ตัวเครื่อง

ROG Phone 5 รุ่นนี้ มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลแบบ AMOLED จาก Samsung ขนาด 6.78 นิ้ว ความละเอียด 1080p พร้อม Refresh Rate สูงถึง 144Hz และ Touch Sampling Rate ที่ 300Hz ที่ช่วยทำให้การแสดงผลมีความลื่นไหลมากกว่าปกติ และตอบสนองต่อการควบคุมได้อย่างรวดเร็วทันใจ ส่วนกระจกหน้าจอเป็น Gorilla Glass Victus ป้องกันได้ทั้งรอยขีดข่วนและการกระแทก และยังรองรับการแสดงผลแบบ HDR10+ อีกด้วย

นอกจากนี้ ยังได้ติดตั้งลำโพงสเตอริโอคู่ไว้ที่ขอบด้านบนและขอบด้านล่าง ไม่โดนมือบังในขณะเล่นเกม พร้อมระบบเสียง DIRAC ที่ได้รับการทดสอบประสิทธิภาพจาก DxOMark เป็นที่เรียบร้อยแล้วว่า ให้เสียงดัง กระหึ่ม และมีความสมจริง

 

ด้านบนของหน้าจอแสดงผล จะมีการเว้นพื้นที่ส่วนบนไว้สำหรับกล้องด้านหน้า ความละเอียด 24 ล้านพิกเซล (F/2.45) ซึ่งจะเห็นว่า ROG Phone 5 จะไม่ใช้ดีไซน์กล้องหน้าแบบเจาะรู หรือจอบาก เนื่องจากต้องการให้การแสดงผลเต็มหน้าจอโดยไม่มีส่วนอื่นมาบดบังนั่นเอง

 

ด้านล่างของหน้าจอแสดงผล เป็นปุ่มควบคุมการทำงานแบบสัมผัส (On-Screen) ซึ่งประกอบด้วย ปุ่มย้อนกลับ, ปุ่ม Home และปุ่ม Recent Apps

 

ด้านขวาตัวเครื่อง ประกอบด้วย ปุ่มปรับระดับเสียง, ปุ่ม Power ที่มีการออกแบบให้เป็นวงแหวนสีแดง และไมโครโฟน ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เหมาะสำหรับการเล่นเกมในแนวนอน แต่ทั้งนี้ การเชื่อมต่อกับ AeroActive Cooler 5 จะปิดตำแหน่งของไมโครโฟนไป ก็จะมีข้อแนะนำแจ้งว่า ให้เชื่อมต่อกับหูฟังแทน

ส่วนขอบด้านซ้ายและด้านขวา จะเป็นปุ่มที่เรียกว่า AirTrigger 5 ซึ่งเป็นปุ่มแบบเสมือน (ปุ่ม L/R) สำหรับใช้แทนการทัชหน้าจอ เรียกได้ว่า ออกแบบมาเอาใจคอเกมโดยเฉพาะ

 

ด้านขวาตัวเครื่อง ประกอบด้วย ถาดสีแดงสำหรับใส่ซิมการ์ด, Side-mounted Port พร้อมจุกยางปิด ภายในจะเป็นพอร์ตแบบ Pin สำหรับเชื่อมต่อกับ AeroActive Cooler 5 และพอร์ต USB-C ที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่ผ่านพอร์ตนี้ได้ สะดวกอย่างมากเมื่อใช้งานในแนวนอน

 

ด้านบนตัวเครื่อง เป็นไมโครโฟน

 

ด้านล่างตัวเครื่อง เป็นช่องหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร, พอร์ต USB-C สำหรับชาร์จแบตเตอรี่ และไมโครโฟน

 

ด้านหลังตัวเครื่อง จะมาพร้อมกับดีไซน์ที่เรียกว่า Dotted Matrix Design คล้าย ๆ กับแผงไฟ LED ซึ่งโลโก้ ROG สามารถปรับแต่งแสงไฟ Aura RGB ได้ผ่านทางแอปพลิเคชัน Armoury Crate

สำหรับกล้องด้านหลังของ ROG Phone 5 จะมีทั้งหมด 3 ตัว ประกอบด้วย กล้องหลัก ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล (F/1.7) เซ็นเซอร์ Sony IMX686, กล้อง Ultra Wide ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล (F/2.4) และเลนส์ Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล (F/2.0) พร้อมไฟแฟลช และไมโครโฟน ซึ่ง ROG Phone 5 รุ่นนี้ จะมีไมโครโฟนทั้งหมด 4 ตัวด้วยกัน

 

การประมวลผลและการระบายความร้อน

ด้านการประมวลผล มาพร้อมกับชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 888 ความเร็ว 2.84 GHz ซึ่งจะแรงกว่าสมาร์ทโฟนรุ่นที่ใช้ชิปเซ็ตเดียวกัน เนื่องจากถูก overlocked ให้แรงขึ้น ทำให้ซีพียูประมวลผลได้ดีขึ้นกว่าเดิมถึง 25% และเพิ่มความสามารถในการเรนเดอร์อีก 25% ผสานด้วยชิปประมวลผลภาพกราฟิก Adreno 660, หน่วยความจำ RAM สูงถึง 16GB และหน่วยความจำ ROM ขนาด 256GB

นอกจากนี้ ROG Phone 5 ยังมาพร้อมกับระบบระบายความร้อน 3D Vapor Chamber ซึ่งจะเป็นตัวระบายความร้อนบริเวณซีพียูโดยตรง และเมื่อใช้งานคู่กับ AeroActive Cooler 5 ก็จะช่วยสามารถลดอุณหภูมิของซีพียูได้ถึง 10 องศาเซลเซียส และลดอุณหภูมิของตัวเครื่องได้ถึง 15 องศาเซลเซียส

 

Armoury Crate

Armoury Crate เป็นแอปพลิเคชันสำหรับปรับแต่งการใช้งาน และตั้งค่าระบบต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับการเล่นเกม โดยมีเมนูหลักทั้งหมด 5 เมนูด้วยกัน อันแรกก็คือ คลังเกม (Game Library) ซึ่งสามารถตั้งค่าโหมดประสิทธิภาพของการเล่นเกมและการใช้พลังงานได้

 

คอนโซล จะเป็นส่วนควบคุมประสิทธิภาพสำหรับการเล่นเกมและการใช้งานทั่วไป แบ่งออกเป็น

  • โหมด X เป็นโหมดที่มีประสิทธิภาพที่ดีสุดสำหรับการเล่นเกม ซึ่งจะมีการเปิดใช้งาน HyperFusion โดยอัตโนมัติ และเปิดใช้งาน Wi-Fi สองคลื่น
  • โหมดไดนามิก เป็นโหมดที่ถูกปรับให้เหมาะสมกับการใช้งานประจำวัน
  • โหมดคงทนเป็นพิเศษ เป็นโหมดประหยัดพลังงาน ซึ่งจะมีการควบคุมการใช้งานเครือข่าย 5G, บังคับการจำกัดการซิงค์แบบเบื้องหลัง, บังคับปิดใช้งาน HyperFusion และบังคับปิดใช้งาน Wi-Fi สองคลื่นความถี่
  • โหมดขั้นสูง เป็นโหมดที่มีการตั้งค่าประสิทธิภาพแบบยืดหยุ่น

 

สามารถตั้งค่าเอฟเฟกต์แสงไฟ Aura RGB ได้ ซึ่งสามารถเลือกได้ทั้งรูปแบบของแสงไฟ, ความสว่าง และอัตราความเร็ว

 

Game Genie แถบการตั้งค่าต่าง ๆ ในขณะเล่นเกม ซึ่งได้แก่ ปิดการแจ้งเตือน, ล็อกความสว่าง, ปิดสายโทรเข้า, เร่งความเร็ว, AirTriggers และอื่น ๆ

 

Connect เป็นโซเชียลมีเดียแชร์ข้อมูลต่าง ๆ สำหรับการเล่นเกมของผู้ใช้ ROG Phone ซึ่งมีอินเทอร์เฟสคล้ายกับ Facebook

 

แนะนำ จะเป็นการแนะนำเกมที่เหมาะสมกับตัวเครื่อง ROG Phone 5 ซึ่งมีการแยกหมวดหมู่ให้ ได้แก่ 144 Hz, 120Hz, GamePad, AirTriggers และ ROG Select โดยเมื่อคลิกเข้าไป จะเป็นการให้ดาวน์โหลดผ่านทาง Play Store

 

โปรไฟล์ของฉัน จะเป็นการรวบรวมข้อมูลการใช้งานทั้งหมด

 

แบตเตอรี่

ROG Phone 5 มาพร้อมกับแบตเตอรี่ขนาดความจุ 6,000 mAh ซึ่งมีขนาดความจุเท่ากับ ROG Phone 3 รุ่นก่อนหน้า แต่ชิปประมวลผลตัวใหม่อย่าง Qualcomm Snapdragon 888 ที่จัดการพลังงานได้ดีขึ้น ทำให้ใช้งานได้ยาวนานขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งยังรองรับระบบชาร์จเร็วแบบ HyperCharge ขนาด 65W ซึ่งทาง ASUS เคลมว่า สามารถชาร์จจาก 0% จนเต็ม 100% ได้ในเวลาเพียง 51 นาทีเท่านั้น

นอกจากนี้ ROG Phone 5 ยังมีโหมดประหยัดพลังงาน ซึ่งจะเป็นการจำกัดการใช้งานต่าง ๆ เพื่อให้แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวขึ้น และสลับเป็นโหมดคงทนเป็นพิเศษ (Ultra Durable) เมื่อระดับแบตเตอรี่ต่ำกว่า 3% (สามารถปรับได้)

 

ทดสอบ Benchmark

ทดสอบ Benchmark บน ROG Phone 5 ด้วยโปรแกรม Geekbench 5 ทำได้ 1,121 คะแนน (Single-Core) และ 3,678 คะแนน (Multi-Core) ส่วนการทดสอบด้วยโปรแกรม 3DMark แบบ Wild Life Extreme ทำได้ 1,430 คะแนน

 

สเปก ROG Phone 5

  • หน้าจอแสดงผลขนาด 6.78 นิ้ว แบบ Samsung AMOLED Display ความละเอียด 2448 x 1080 พิกเซล, อัตรารีเฟรช 144Hz
  • ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 888 แบบ Octa-Core Processor (5nm) ความเร็ว 2.84 GHz
  • ชิปประมวลผลภาพกราฟิก Adreno 660 GPU
  • หน่วยความจำ RAM ขนาด 16GB แบบ LPDDR5
  • หน่วยความจำ ROM ขนาด 256GB แบบ UFS 3.1
  • แบตเตอรี่ขนาด 6,000 mAh รองรับระบบชาร์จเร็วแบบ HyperCharge ขนาด 65W
  • กล้องด้านหน้า ความละเอียด 24 ล้านพิกเซล
  • กล้องด้านหลัง 3 ตัว (Triple Camera) ประกอบด้วย เลนส์หลัก เซ็นเซอร์ Sony IMX686 ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล + เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล + เลนส์ Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล
  • ลำโพงเสียงแบบสเตอริโอคู่ที่ด้านหน้า พร้อมเทคโนโลยี Cirrus Logic Amplifiers
  • รองรับช่องหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร พร้อมระบบ ESS DAC
  • ไมโครโฟน 4 ตัว
  • รองรับ Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac/ax (6E), Wi-Fi Direct
  • รองรับ Bluetooth เวอร์ชัน 5.2 และ NFC
  • ขนาดตัวเครื่อง 173 x 77 x 10 มิลลิเมตร, น้ำหนัก 237 กรัม

 

ราคาและวันวางจำหน่าย

สำหรับ ROG Phone 5 series รุ่นที่จะวางจำหน่ายในไทย ก็คือ ROG Phone 5 รุ่นมาตรฐาน ซึ่งมีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ดังนี้

  • ROG Phone 5 รุ่น RAM 8GB + ROM 128GB ราคา 22,990 บาท ฟรี Aero Active Cooler 5 มูลค่า 1,490 บาท
  • ROG Phone 5 รุ่น RAM 16GB + ROM 256GB ราคา 29,990 บาท ฟรี Aero Active Cooler 5 มูลค่า 1,490 บาท

 

โปรโมชันพิเศษสำหรับการซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ ภายในวันที่ 10 มิถุนายน 2564 เวลา 21.00 น. ถึงวันที่ 11 มิถุนายน 2564 เวลา 21.00 น. จะได้รับของสมนาคุณเพิ่ม รายละเอียดดังนี้

  • เมื่อซื้อ ROG Phone 5 รุ่น RAM 16GB + ROM 256GB รับฟรี ROG Kunai 3 GamePad มูลค่า 3,990 บาท (จำนวนจำกัด)
  • เมื่อซื้อ ROG Phone 5 รุ่น RAM 8GB + ROM 128GB รับฟรี ROG Cap มูลค่า 990 บาท (จำนวนจำกัด)

 

ช่องทางการวางจำหน่าย

Shopee : https://bit.ly/3g1AIQs
Lazada : https://bit.ly/3w6Jgv0
JD : https://bit.ly/2R8QX4C
Dealer ทั่วประเทศ : https://bit.ly/3iwYrcC

 

นอกจากนี้ ยังมีโปรโมชันจาก AIS ด้วยเช่นกัน กับตัวเครื่องราคาพิเศษเมื่อซื้อพร้อมแพ็กเกจที่กำหนด ดังนี้

  • ROG Phone 5 รุ่น RAM 8GB + ROM 128GB เริ่มต้นที่ 15,990 บาท (จากราคาปกติ 22,990 บาท)
  • ROG Phone 5 รุ่น RAM 16GB + ROM 256GB เริ่มต้นที่ 22,990 บาท (จากราคาปกติ 29,990 บาท)

 

พิเศษ! สำหรับผู้ที่ซื้อ ROG Phone 5 ช่วงวันที่ 10 มิถุนายน 2564 เวลา 21.00 น. ถึงวันที่ 11 มิถุนายน 2564 เวลา 21.00 น. รับของสมนาคุณเพิ่ม ดังนี้

  • ROG Phone 5 รุ่น RAM 8GB + ROM 128GB รับฟรี ROG Cap (20 คนแรก)
  • ROG Phone 5 รุ่น RAM 16GB + ROM 256GB รับฟรี ROG Kunai 3 GamePad (20 คนแรก)

รายละเอียดเพิ่มเติม : AIS (1) , (2)

 

 

นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com


วันที่ : 11/6/2564

 



Tags :
  


Cookie Consent

Our website uses cookies to provide your browsing experience and relavent informations.Before continuing to use our website, you agree & accept of our Cookie Policy & Privacy