หน้าแรกมือถือ > รวมข่าวมือถือ > หน้าบทความ ข่าวมือถือ
   
Date : 30/10/2563

สื่อต่างชาติเผย iPhone 12 ดีพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องซื้อรุ่น iPhone 12 Pro

 

หลังจากการเปิดตัวของ iPhone 12 Series ไปเมื่อช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา ล่าสุดก็เริ่มมีการวางจำหน่ายในบางประเทศเรียบร้อยแล้ว และไม่นานเกินรอก็มีการรีวิวจากสื่อต่างประเทศออกมาให้ได้ชมกันแล้ว โดยทางเว็บไซต์ cultofmac ได้ทำการสรุปว่า iPhone 12 เป็นรุ่นที่ดีพออยู่แล้ว ด้วยขนาดมาตรฐาน พร้อมรองรับ 5G และมีกล้องที่ดีเยี่ยม โดยไม่จำเป็นต้องซื้อรุ่น Pro ที่มีราคาสูงกว่า โดยให้เหตุผลในแต่ละด้านไว้ดังนี้

 

 

การดีไซน์

iPhone 12 มีการดีไซน์ผสมผสานระหว่าง iPhone 11และ iPhone 4 พร้อมขนาดหน้าจอ 6.1 นิ้วที่ไม่เล็ก ไม่ใหญ่ พอดีกับการถือใช้งาน ซึ่งมีขนาดที่เท่ากับรุ่น Pro แต่มีราคาถูกกว่า

 

หน้าจอแสดงผล

iPhone 12 มาพร้อมความละเอียดหน้าจอมากกว่า iPhone 11 ที่ 1170x2532 พิกเซล (460 ppi) ซึ่งรองรับการใช้งานด้านความบันเทิงได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเล่นเกม, ท่องโซเชียล หรือการดูรูปภาพต่างๆ และด้วยค่าความสว่างสูงสุดที่ 625 nits จึงสามารถใช้งานในที่กลางแจ้งได้เป็นอย่างดี 

หากกล่าวถึงรุ่น Pro Max กับหน้าจอใหญ่สุดของไอโฟนที่ 6.7 นิ้ว ก็คล้ายกับการพกพาแท็บเล็ตขนาดย่อมๆ ติดตัวไปตลอดเวลา ส่วนรุ่น mini ที่ขนาด 5.4 นิ้ว ก็อาจใช้งานได้ไม่ดีเท่า ดังนั้น iPhone 12 น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด

 

กล้องถ่ายภาพ

iPhone 12 มาพร้อมกับระบบกล้องคู่เวอร์ชันอัปเกรด ด้วยกล้องหลักเลนส์ Wide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด F/1.6 พร้อมกล้อง Ultra-Wide ถ่ายภาพมุมกว้างสุด 120 องศา มีรูรับแสงขนาด F/2.4 โดยมาพร้อมกับระบบการถ่ายภาพที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Deep Fusion ที่สามารถจับภาพในสภาวะแสงปานกลางได้ดีขึ้น สามารถเก็บภาพแบบ short-exposure และ long-exposure ได้ภายใน 1 ชัตเตอร์ พร้อมเทคโนโลยีการรวมภาพที่ดีกว่าเดิม 

สำหรับ Night mode เป็นโหมดที่เรียบง่าย ในการถ่ายแบบ long-exposure เพื่อเก็บแสงในสภาวะที่มีแสงน้อย โดยจำเป็นต้องให้แบบที่ถ่ายอยู่นิ่ง และหากมีการขยับเพียงนิดเดียว ภาพที่ได้จะเบลอ ซึ่งในรุ่น Pro Max ที่แพงกว่าจะมีการเพิ่ม trick บางอย่างที่ช่วยให้ถ่ายได้ง่ายขึ้น แต่มักจะเป็นช่างกล้องมากกว่าคนทั่วไป และหากว่าเราไม่ได้ต้องการซื้อสมาร์ทโฟนไปถ่ายทำภาพยนตร์ iPhone 12 ก็ถือว่าตอบโจทย์การใช้งานของคนทั่วไปแล้ว

 

ประสิทธิภาพ

iPhone 12 Series ทุกรุ่นมาพร้อมกับชิปเซ็ตรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Apple A14 Bionic นั่นหมายถึงเราไม่ต้องเสียเงินเพิ่มไปซื้อรุ่น Pro ในเมื่อรุ่นธรรมดาก็ใช้ชิปตัวเดียวกัน และจากผลทดสอบของทาง Geekbench 5 จะเห็นได้ว่า ในด้านการประมวลผลแบบหลายแกน (Multi-Core) รุ่น iPhone 12 ทำคะแนนได้ 3,891 คะแนน ส่วนรุ่น iPhone 12 Pro มีผลที่ 3,822 คะแนน ขณะเดียวกันทางเว็บ cultofmac ทดสอบ iPhone 12 ได้ผลที่ 3,964 คะแนน 

อ้างอิง : Geekbench

 

นอกจากนี้ในด้านของ RAM แน่นอนว่ารุ่น Pro จะมีขนาดของ RAM มากกว่าที่ 6GB ในขณะที่รุ่นธรรมดาจะอยู่ที่ 4GB แต่ RAM ขนาด 4GB บน iPhone 12 ที่รันบน iOS ก็สามารถจัดการการทำงานได้ดี ซึ่งหากว่าต้องการ RAM ที่มากกว่า เราก็ต้องจ่ายมากกว่านั่นเอง

 

5G

iPhone 12 Series ทุกรุ่นรองรับ 5G และจากการทดสอบพบว่า iPhone 12 ทำความเร็วสูงสุดบนเครือข่าย 5G ได้ประมาณ 179 Mbps เนื่องจากทางผู้ให้บริการยังอยู่ในช่วงพัฒนา และขยายพื้นที่ให้บริการ ซึ่งการซื้อรุ่น Pro เพื่อมาใช้งาน 5G อาจจะยังไม่จำเป็นในตอนนี้

 

การชาร์จ และ MagSafe

iPhone 12 Series มีการเพิ่มฟีเจอร์ MagSafe แถบแม่เหล็กที่ช่วยให้ตัวเครื่องไอโฟนยึดติดกับแท่นชาร์จได้พอดี พร้อมรองรับการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์อื่น ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ทุกรุ่นมีเหมือนกัน จึงไม่จำเป็นต้องจ่ายเพิ่มสำหรับรุ่น Pro

 

สรุป

และจากการทดสอบในแต่ละด้านทาง cultofmac ได้สรุปว่า การเพิ่มเงินจากรุ่นธรรมดาไปเป็นรุ่น Pro อาจไม่คุ้มค่าเท่าที่ควร เนื่องจากมีฟีเจอร์ที่อัปเกรดมาจากรุ่นธรรมดาเพียงไม่กี่ฟีเจอร์ และด้านการประมวลผล หรือการรองรับ 5G ก็ทำได้ในระดับเดียวกัน อีกทั้ง iPhone 12 มีขนาดที่พอดีมือ เหมาะกับการถือใช้งานในปัจจุบันมากที่สุดในบรรดา 4 รุ่น  

ด้านการถ่ายภาพแน่นอนว่าในรุ่น Pro ทำได้ดีกว่า แต่ก็ตะเหมาะกับผู้ที่ชอบเล่นกล้อง หรือช่างกล้องที่เชี่ยวชาญการใช้ฟังก์ชันระดับโปร ซึ่งหากว่าเราใช้งานด้านทั่วๆ ไป ในรุ่นธรรมดาก็ถือว่าตอบโจทย์ได้ครบทุกด้าน

และสำหรับราคาก็มีความต่างกันพอสมควร โดย iPhone 12 มีราคา $799 (ประมาณ 25,000 บาท) กับ iPhone 12 Pro ที่ราคา $999 (ประมาณ 31,200 บาท) ที่ต่างกันถึง $200 หรือประมาณ 6 พันบาท ดังนั้นหากพิจารณาจากเหตุผลทั้งหมดก็สรุปได้ว่า iPhone 12 เป็นรุ่นที่ดีที่สุด

 

ข้อมูลข้างต้นเป็นเพียงความเห็นจากสื่อในต่างประเทศเท่านั้น ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับตัวผู้ใช้เองว่ามีความต้องการใช้งานแบบใดบ้าง และมีความชอบรุ่นใดมากกว่ากัน รวมถึงมีงบประมาณเท่าใด ซึ่งทางทีมงานขอแนะนำให้ทดลองจับถือตัวเครื่อง พร้อมใช้งานในเบื้องต้นก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ เพื่อให้คุ้มค่ากับเงินที่เสียไปค่ะ

 

ที่มา : cultofmac

 

บทความที่เกี่ยวข้อง


วันที่ : 30/10/2563