มาแรง Redmi Note 7 มือถือกล้อง 48 ล้าน ขายหมด 1 แสนเครื่องในเวลาไม่ถึง 10 นาที
Xiaomi เพิ่งจะเปิดตัวแบรนด์ลูกน้องใหม่ในชื่อ Redmi ไปเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของค่ายนี้ก็คือ Redmi Note 7 มือถือกล้อง 48 ล้านพิกเซล ที่เปิดราคาวางจำหน่ายเริ่มต้นที่ราว 4,700 บาทเท่านั้น ซึ่งหลังจากที่วางขายวันแรกแบบ Flash Sale ในจีนก็พบว่า สินค้าถูกขายออกหมดเกลี้ยงในเวลาไม่ถึง 10 นาทีเท่านั้น

ข้อมูลดังกล่าวมาจาก Lei Jun ซีอีโอของ Xiaomi ที่ได้เปิดเผยผ่านบัญชีส่วนตัวในเว็บไซต์ Weibo ว่า สมาร์ทโฟน Redmi Note 7 จำนวน 100,000 เครื่อง ถูกขายหมดสต็อกโดยใช้เวลาเพียง 8.36 นาที โดยการวางจำหน่าย Redni Note 7 ครั้งนี้ สมาร์ทโฟนจำนวน 50,000 เครื่องจะวางขายผ่านร้านค้าออนไลน์ของ Xiaomi อย่าง Mi Store ส่วนจำนวนที่เหลือจะถูกแบ่งให้กับร้านค้าตัวแทนรายอื่นๆ ได้แก่ TMall และ JD.com เป็นผู้วางจำหน่าย

สำหรับจุดเด่นของ Redmi Note 7 อยู่ตรงที่คุณสมบัติจัดเต็มเมื่อเทียบกับราคาวางจำหน่าย โดยมาพร้อมกับหน้าจอแบบไร้ขอบทรงหยดน้ำตามสมัยนิยม ภายในขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง Snapdragon 660 ซึ่งเป็นชิปเซ็ตประมวลผลระดับกลางที่มีความเร็วแรง พร้อมระบบกล้องหลังคู่ความละเอียด 48 + 5 ล้านพิกเซล ผสานกล้องหน้าความละเอียด 13 ล้านพิกเซล และแบตเตอรี่ความจุ 4000mAh ที่รองรับระบบชาร์จเร็ว รวมทั้งยังมาพร้อมกับดีไซน์ฝาหลังไล่เฉดเงางาม โดยคุณสมบัติของ Redmi Note 7 มีดังต่อไปนี้
- ตัวเครื่องมีขนาด 159.21x75.21x8.1 มิลลิมเมตร และมีน้ำหนัก 186 กรัม
- หน้าจอแสดงผล Water Drop Full Screen ขนาด 6.3 นิ้ว ในอัตราส่วน 19.5:9 ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2340 พิกเซล) ครอบทับด้วยกระจก Gorilla Glass 5
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Qualcomm Snapdragon 660 AIE
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 512
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 3GB / 4GB / 6GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 32GB / 64GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ขนาด 256GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลังแบบคู่ (AI Dual Camera) ความละเอียด 48 + 5 ล้านพิกเซล พร้อมพิกเซลขนาด 1.6 ไมครอนแบบ 4-in-1 มีขนาดรูรับแสงที่ F/1.8 รองรับระบบการโฟกัสภาพแบบ PDAF, โหมดหน้าชัดหลังเบลอ (Portrait Mode), ฟีเจอร์ AI Scene Recognition ในการตรวจจับซีนได้กว่า 238 ซีน จาก 27 หมวดหมู่ และเทคโนโลยี Super Night Scene ที่สามารถถ่ายภาพเวลากลางคืนได้เทียบเท่ากับ Mi Mix 3
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อม AI Smart Beauty, โหมดหน้าชัดหลังเบลอ (AI Portrait Mode) และฟีเจอร์ AI Scene Recognition ในการตรวจจับซีนได้ถึง 12 หมวดหมู่
- แบตเตอรี่ความจุ 4000 mAh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จไว Quick Charge 4.0
- ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie ซึ่งถูกครอบทับด้วย MIUI 10
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner)
- ระบบสแกนใบหน้า (Face Recognition)
- รองรับการใช้งานพร้อมกัน 2 ซิมการ์ด (Dual-SIM)
- รองรับการใช้งานบนเครือข่าย 4G LTE บนเทคโนโลยี Full Netcom 5.0
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac (Dual-Band) และ Bluetooth 5.0
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
- รุ่น 3GB+32GB ราคา 999 หยวน หรือประมาณ 4,700 บาท
- รุ่น 4GB+64GB ราคา 1,199 หยวน หรือประมาณ 5,700 บาท
- รุ่น 6GB+64GB ราคา 1,399 หยวน หรือประมาณ 6,600 บาท
เป้าหมายต่อไปของ Xiaomi คือการขายสมาร์ทโฟนรุ่นดังกล่าวให้ได้จำนวน 1 ล้านเครื่องก่อนหมดเดือนมกราคม โดยจะมีการวางขายแบบ Flash Sale ในประเทศจีนครั้งต่อไปในวันที่ 18 มกราคมนี้ ซึ่งก็ต้องมาติดตามกันต่อไปว่า Xiaomi แห่งประเทศไทย จะมีการนำแบรนด์ลูกน้องใหม่อย่าง Redmi เข้ามาทำตลาดในบ้านเราเหมือนกับ POCOPHONE หรือไม่
วันที่ : 16/1/2562





