แนะนำแอปแต่งรูปสุดชิคบน Android/iOS ใช้งานง่าย แต่งได้ทุกแนว อัปเดต 2020
การถ่ายรูปด้วยสมาร์ทโฟนกลายเป็นงานอดิเรกของคนรุ่นใหม่ เปรียบดังเครื่องมือในการถ่ายทอดเรื่องราวและความคิดสร้างสรรค์เฉพาะตัว แล้วแชร์มันกับเพื่อนๆ บนโซเชียลมีเดีย จนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไปแล้ว แต่หากจะแชะแล้วแชร์เฉยๆ ก็อาจจะดูจืดชืดไปหน่อย ในวันนี้เราจึงขอแนะนำแอปพลิเคชันแต่งรูปที่น่าสนใจให้ทุกท่านได้ไปลองใช้กัน ทั้ง Android และ iOS ครับ
PicsArt

PicsArt เป็นหนึ่งในแอปแต่งรูปยอดฮิตเพราะใช้งานง่าย และครอบคลุมทุกความต้องการหลักๆ ของเหล่าช่างภาพมือถือ โดยมีเครื่องมือปรับแต่งภาพ และฟิลเตอร์ให้ใช้งานหลากหลาย รวมไปถึงฟังก์ชั่นการรวมภาพแบบคอลลาจ, เพิ่มข้อความติสต์ๆ ในรูป และฟังก์ชั่นกล้องที่ใช้ถ่ายรูปพร้อมกับเพิ่มเอฟเฟกต์ต่างๆ ลงไปได้ทันที และอื่นๆ อีกมากมาย ข้อเสียเพียงอย่างเดียวของแอปนี้คือต้องจ่ายเงินซื้อ Premium จึงจะสามารถใช้งานฟีเจอร์ดีๆ ได้หมดครับ
Snapseed

SnapSeed ก็เป็นอีกแอปพลิเคชันหนึ่งที่ได้รับความนิยมในกลุ่มช่างภาพ แต่จะเหมาะกับผู้ใช้ที่จริงจังขึ้นมาหน่อย เพราะตัวแอปมีฟีเจอร์การปรับแต่งที่ละเอียด และหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นความอิ่มสี, ความสว่าง, ความเข้มของเงา, ไฮไลท์, คอนทราสต์, เพอร์สเปคทีฟ ไปจนถึงหัวแปรงเลือกปรับเฉพาะส่วน (selective brush), ฟิลเตอร์แต่งรูปแบบกล้องฟิล์ม เป็นต้น โดยเอฟเฟ็กต์ต่างๆ จะซ้อนทับกันเป็นเลเยอร์ ซึ่งสามารถลบออกได้โดยไม่กระทบภาพดั้งเดิม หรือจะเซฟไว้เป็น preset เอาไว้ใช้กับภาพอื่นๆ ก็ได้ ที่วำคัญคือแอปนี้ฟรีครับ
Adobe Photoshop Camera

Adobe Photoshop Camera เป็นหนึ่งในแอปแต่งรูปที่มีความโดดเด่นอยู่ที่ AI ซึ่งจะเพิ่มเอฟเฟ็กต์และแต่งรูปให้เราทันทีที่กดชัตเตอร์ ซึ่งเราสามารถเลือกรูปแบบของเอฟเฟ็กต์ที่จะใช้ได้หลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นแนว Portrait, ทิวทัศน์, pop art, spectrum และอื่นๆ ซึ่งแต่ละแนวก็มีให้เลือกใช้หลายแบบ และใช้งานง่ายมากๆ อย่างไรก็ดี แอปพลิเคชันนี้ยังไม่มีให้ดาวน์โหลดบน PlayStore ของไทย จำเป็นต้องติดตั้งด้วยไฟล์ APK เท่านั้นครับ
Pixlr

Pixlr เป็นแอปแต่งรูปที่เหมาะกับช่างภาพสไตล์ casual ที่ต้องการเพียงแต่งภาพนิดๆ หน่อยๆ ก่อนแชร์ ตัวแอปมีฟีเจอร์ให้เลือกใช้มากมาย เช่นตัวเลือกปรับแต่งเฉพาะส่วน, ฟิลเตอร์, overlay และกรอบรูปต่างๆ นอกจากนี้ยังรวมภาพแบบคอลลาจ หรือเลือกใช้ templates ที่แอปจัดมาให้แล้วก็ได้
Pixlr เป็นแอปพลิเคชันฟรี แต่ถ้าต้องการใช้แบบไม่มีโฆษณาก็มี Premium รายเดือน/รายปีให้ซื้อเช่นกันครับ
Adobe Lightroom

Adobe Lightroom เป็นแอปแต่งรูปที่ช่างภาพหลายคนเลือกใช้ เพราะมีฟีเจอร์ให้ใช้งานครบครัน หลากหลาย และละเอียด แม้ฟีเจอร์บางอย่างจะถูกล็อคไว้ในเวอร์ชั่นฟรี แต่ก็ถือว่าเพียงพอแล้วสำหรับผู้ใช้ทั่วไปอย่างเราๆ ที่น่าสนใจคือ ในแอปยังมีคอมมูนิตี้ที่ผู้ใช้จากทุกมุมโลกเข้ามาแชร์รูปสวยๆ พร้อมขั้นตอนการแต่งภาพ และสอนเทคนิคแต่งภาพต่างๆ ทำให้เราเรียนรู้เทคนิคใหม่ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง และถ้าเรายอมเสียเงินซื้อ Premium ก็จะสามารถซิงค์กับ Adobe Cloud เพื่อทำงานข้ามแพลตฟอร์มระหว่างคอมพิวเตอร์ PC และสมาร์ทโฟนได้ด้วย เหมาะกับช่างภาพมืออาชีพที่ใช้โปรแกรมของ Adobe อยู่แล้วครับ

แม้ Instagram จะไม่ใช่แอปแต่งรูปโดยตรง แต่ฟีเจอร์การแต่งรูปภายในแอปนั้นก็นับว่าน่าสนใจ เพราะใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน เพียงแค่เลือกรูปที่เราต้องการแชร์, คร็อปภาพ, ปรับความสว่าง-คอนทราสต์, เลือกฟิลเตอร์ที่ต้องการ เพียงเท่านี้รูปถ่ายของเราก็สวยขึ้นทันตา นอกจากนี้ยังมีฟิลเตอร์แปลกๆ มาให้เล่นกันขำๆ อยู่ตลอดอีกด้วย
Google Photos

บางคนอาจจะยังไม่ทราบว่า นอกจากการสำรองรูปภาพไว้บน Cloud แล้ว Google Photos ยังสามารถแต่งรูปได้ด้วย โดยมีตัวเลือกการปรับแต่งพื้นฐานต่างๆ เช่น ความสว่าง, คอนทราสต์, ฟิลเตอร์, เพิ่ม overlay และมีการปรับแต่งอัตโนมัติให้เลือกใช้ แม้จะมีตัวเลือกไม่ละเอียดมาก แต่ก็ใช้งานง่ายไม่ซับซ้อนครับ
Facetune 2

Facetune 2 คือแอปพลิเคชันที่โฟกัสไปที่การปรับแต่งภาพแนว Portrait โดยเฉพาะ โดยเน้นไปที่การปรับแต่งใบหน้าล้วนๆ และปรับได้แบบละเอียดยิบ ไม่ว่าจะเป็นทรงปาก, เพิ่มมุมยิ้ม, ทรงคิ้ว, ลบรอยด่างดำ, ลบถุงใต้ตา และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่ง AI ของแอปก็สามารถแยกแยะอวัยวะต่างๆ บนใบหน้าได้อย่างแม่นยำ ทำให้ผลลัพธ์ที่ออกมาดูแนบเนียนไม่หลอกตาเกินไป
หากต้องการใช้ทุกฟีเจอร์ในแอปแบบไม่จำกัด จำเป็นต้องเสียเงินซื้อ Premium ซึ่งจะเลือกจ่ายแบบรายเดือน รายปี หรือซื้อครั้งเดียวจบเลยก็ได้ (แต่ราคาก็สูงอยู่) แต่แค่เวอร์ชั่นฟรีก็เพียงพอต่อการใช้งานสำหรับผู้ใช้ทั่วไปแล้วครับ
Afterlight

Afterlight เป็นอีกแอปหนึ่งที่น่าจะถูกใจนักแต่งรูป เพราะนอกจากจะมีตัวเลือกการปรับแต่งที่เยอะไม่แพ้แอปดังอื่นๆ แล้ว ยังมีอินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่ายอีกด้วย ตัวแอปมีเครื่องมือให้ใช้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นการปรับสี, ค่าการรับแสง, โครงสร้าง, ความโปร่งแสง และอื่นๆ ที่ผู้ใช้ต้องการ โดยการปรับแต่งจะอยู่ในรูปแบบของเลเยอร์ที่ซ้อนทับกันบนรูปต้นฉบับอีกที ทำให้ย้อนกลับไปแก้ไขได้อย่างสะดวก แต่ทั้งนี้ฟีเจอร์หลายอย่างจะถูกล็อคเอาไว้ในเวอร์ชั่นฟรี หากต้องการใช้ก็ต้องซื้อ Premium ซึ่งสามารถเลือกจ่ายเป็นรายเดือน รายปี หรือตลอดชีพก็ได้ครับ
VSCO

VSCO เป็นแอปแต่งรูปที่ฮิตพอสมควรในบ้านเรา มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ฟิลเตอร์ (ในแอปเรียก preset) จะออกโทนคล้ายกล้องฟิล์มซึ่งเป็นเทรนด์ที่กำลังนิยมกันอยู่ในตอนนี้ โดยมีฟิลเตอร์ให้เลือกใช้เยอะมาก ทำให้แต่งภาพได้หลากหลายอารมณ์ และฟิลเตอร์เหล่านี้ยังเอาไปใช้กับวิดีโอเพื่อทำภาพเคลื่อนไหวในสไตล์กล้องฟิล์มอีกด้วย นับว่าเท่ไม่เบา แต่ทั้งนี้ ฟิลเตอร์ส่วนใหญ่และการปรับแต่งวิดีโอจะถูกล็อคไว้สำหรับผู้ใช้ระดับ Premium เท่านั้น แต่ราคาก็ไม่ได้แรงอะไรมากมาย หากชอบฟิลเตอร์สไตล์กล้องฟิล์มและใช้งานบ่อยก็ถือว่าคุ้มครับ
นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com
วันที่ : 7/8/2563


