หน้าแรกมือถือ > รวมข่าวมือถือ > หน้าบทความ ข่าวมือถือ
   
Date : 17/10/2560

พรีวิวแกะกล่อง Huawei Mate 10 Pro ครั้งแรกในไทย! สมาร์ทโฟนที่เป็นได้มากกว่าสมาร์ทโฟน ด้วยยอด AI อัจฉริยะ พร้อมกล้องคู่ Leica และประสิทธิภาพขั้นสุด บนบอดี้ 3D Curved Metal-Glass แบบ Symmetric !

 


 

หลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วภายในงาน Huawei Event เมื่อช่วงหัวค่ำวานนี้ตามเวลาในประเทศไทย นั่นก็คือ Huawei Mate 10 Series สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมกับคุณสมบัติตัวเครื่องระดับท็อป พร้อมนวัตกรรมล่าสุดอย่าง หน่วยประมวลผล NPU (Neural Processing Unit) หรือระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ถูกฝังอยู่ในชิปเซ็ตประมวลผล Kirin 970 และเป็นชิปเซ็ตรุ่นแรกของโลกที่มาพร้อมระบบ AI ด้วย นอกจากนี้ Huawei Mate 10 ยังสามารถใช้งานเป็นคอมพิวเตอร์พกพาที่สามารถเชื่อมต่อใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้ฐานเชื่อมต่อเพิ่มเติมอีกด้วย และจากฟีเจอร์ทั้งหมดนี้รวมไปถึงคุณสมบัติตัวเครื่องในด้านต่างๆ ที่มีให้ใช้งานอย่างครบทุกระดับก็ทำให้ Huawei Mate 10 Series น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

และภายในงานเปิดตัว Huawei Mate 10 Series เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา ณ กรุงมิวนิค ประเทศเยอรมนี ทางทีมงานก็ได้รับเกียรติจาก Huawei ให้เข้าร่วมงานเปิดตัวในครั้งนี้ด้วย เราจึงไม่พลาดที่จะเก็บภาพบรรยากาศ พร้อมทั้งภาพตัวเครื่อง Huawei Mate 10 Series มาให้ทุกท่านได้รับชมกันในเบื้องต้นว่าจะมีความสวยงามเพียงใด การใช้งานเป็นอย่างไรบ้าง และจุดเด่นสำคัญอย่าง AI จะมีความพิเศษขนาดไหน เชิญรับชมไปพร้อมกันใน พรีวิวสัมผัสแรกกับ Huawei Mate 10 Series ได้เลยครับ


สรุปข้อมูลข่าวสารทั้งหมดของ Huawei Mate 10 Series

 

สรุปคุณสมบัติตัวเครื่องในเบื้องต้นของ Huawei Mate 10 

- ตัวเครื่องมีขนาด 150.5x77.8x8.2 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 186 กรัม
- หน้าจอแสดงผลแบบ FullView Display ขนาด 5.9 นิ้ว อัตราส่วน 16 : 9 ความละเอียดระดับ 2K QHD (1440x2560 พิกเซล) พร้อมเทคโนโลยี RGBW Display ที่ช่วยประหยัดพลังงานกว่าเดิมถึง 14%
- ชิปเซ็ตประมวลผล Kirin 970 + Mobile AI
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Mali-G72 (12-Core)
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 64GB พร้อมรองรับการ์ดความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ขนาด 256GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลังแบบคู่ (Dual-Camera) จาก Leica ความละเอียด 12+20 ล้านพิกเซล (RGB+Monochrome) พร้อมระบบการโฟกัสภาพแบบ 4 in 1 Hybrid Focus, ระบบ Huawei Hybrid Zoom และระบบการโฟกัสภาพแบบ OIS โดยที่มีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.6 ทั้งสองเลนส์
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อม AI Selfie และมีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.0
- แบตเตอรี่ความจุ 4000 mAh พร้อมเทคโนโลยี Huawei Super Charge
- ระบบปฏิบัติการ Android 8.0 Oreo ซึ่งถูกครอบทับด้วย EMUI 8.0
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner)
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C และ Bluetooth 4.2
- คุณสมบัติการป้องกันน้ำ และป้องกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP53
- รองรับการใช้งานพร้อมกัน 2 ซิมการ์ด (Dual-SIM) แบบ Dual 4G Dual VoLTE เป็นรุ่นแรกของโลก

สรุปคุณสมบัติโดยละเอียดของ Huawei Mate 10

 

สรุปคุณสมบัติตัวเครื่องในเบื้องต้นของ Huawei Mate 10 Pro

- ตัวเครื่องมีขนาด 154.2x74.5x7.9 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 178 กรัม
- หน้าจอแสดงผลแบบ FullView Display  ขนาด 6 นิ้ว อัตราส่วน 18 : 9 ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2160 พิกเซล)
- ชิปเซ็ตประมวลผล Kirin 970 + Mobile AI
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Mali-G72 (12-Core)
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 6GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลังแบบคู่ (Dual-Camera) จาก Leica ความละเอียด 12+20 ล้านพิกเซล (RGB+Monochrome) พร้อมระบบการโฟกัสภาพแบบ 4 in 1 Hybrid Focus, ระบบ Huawei Hybrid Zoom และระบบการโฟกัสภาพแบบ OIS โดยที่มีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.6 ทั้งสองเลนส์
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อม AI Selfie และมีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.0
- แบตเตอรี่ความจุ 4000 mAh พร้อมเทคโนโลยี Huawei Super Charge
- ระบบปฏิบัติการ Android 8.0 Oreo ซึ่งถูกครอบทับด้วย EMUI 8.0
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner)
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C และ Bluetooth 4.2
- คุณสมบัติการป้องกันน้ำ และป้องกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP67
- รองรับการใช้งานพร้อมกัน 2 ซิมการ์ด (Dual-SIM) แบบ Dual 4G Dual VoLTE เป็นรุ่นแรกของโลก

สรุปคุณสมบัติโดยละเอียดของ Huawei Mate 10 Pro

 

สรุปคุณสมบัติตัวเครื่องในเบื้องต้นของ Huawei Mate 10 Porsche Design

Huawei Mate 10 Porsche Design เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นพิเศษ จากความร่วมมือระหว่าง Huawei และ Porsche Design ในการการออกแบบจากทางไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียมชื่อดังของโลก เพื่อให้ผู้ใช้ได้สัมผัสประสบการณ์การใช้งานในระดับไฮเอนด์อย่างครบครัน บนดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจดังนี้

- ตัวเครื่องมีขนาด 154.2x74.5x7.9 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 178 กรัม
- หน้าจอแสดงผลแบบ FullView Display OLED ขนาด 6 นิ้ว อัตราส่วน 18 : 9 ความละเอียดระดับ Full HD+ (080x2160 พิกเซล)
- ชิปเซ็ตประมวลผล Kirin 970 + Mobile AI
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Mali-G72 (12-Core)
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 6GB 
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 256GB 
- กล้องดิจิทัลด้านหลังแบบคู่ (Dual-Camera) จาก Leica ความละเอียด 12+20 ล้านพิกเซล (RGB+Monochrome) พร้อมระบบการโฟกัสภาพแบบ 4 in 1 Hybrid Focus, ระบบ Huawei Hybrid Zoom และระบบการโฟกัสภาพแบบ OIS โดยที่มีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.6 ทั้งสองเลนส์
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อม AI Selfie และมีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.0
- แบตเตอรี่ความจุ 4000 mAh พร้อมเทคโนโลยี Huawei Super Charge
- ระบบปฏิบัติการ Android 8.0 Oreo ซึ่งถูกครอบทับด้วย EMUI 8.0
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner)
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C และ Bluetooth 4.2
- คุณสมบัติการป้องกันน้ำ และป้องกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP67
- รองรับการใช้งานพร้อมกัน 2 ซิมการ์ด (Dual-SIM) แบบ Dual 4G Dual VoLTE เป็นรุ่นแรกของโลก

สรุปคุณสมบัติโดยละเอียดของ Huawei Mate 10 Porsche Design

 

รูปลักษณ์ภายนอก และการออกแบบดีไซน์

 



สมาร์ทโฟนที่ทีมงานนำมาพรีวิวให้ทุกท่านได้รับชมกันในครั้งนี้ คือ Huawei Mate 10 Pro โดยกล่องบรรจุภัณฑ์ของ Mate 10 Pro ก็มาพร้อมความพรีเมียมอย่างเห็นได้ชัด แต่ตัวกล่องค่อนข้างมีขนาดใหญ่สักเล็กน้อย
 


เมื่อเปิดกล่องออกมาก็จะพบกับ Huawei Mate 10 Pro วางอยู่อย่างเด่นชัด และเมื่อยกแท่นวาง Huawei Mate 10 Pro ออกก็จะพบกับส่วนบรรจุภัณฑ์ของอุปกรณ์ โดยมีรูประบุให้เห็นอย่างชัดเจนว่าอุปกรณ์ไหนอยู่ตรงส่วนใดบ้าง ซึ่งภายในประกอบไปด้วย เคสใส, Sim Door Key, หูฟัง, สายแปลงสัญญาณหูฟังแบบ USB-C to 3.5, สาย USB-C, และอะแดปเตอร์
 


Huawei Mate 10 Pro มีขนาดตัวเครื่อง 154.2x74.5x7.9 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 178 กรัม มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลแบบ FullView Display  ขนาด 6 นิ้ว อัตราส่วน 18 : 9 ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2160 พิกเซล) และฟีเจอร์ Always-On Display
 


ด้านหน้าส่วนบนประกอบด้วย  Accelerometer Sensor, Proximity Sensor,  Ambient Light Sensor, ลำโพงสำหรับการสนทนา และกล้องด้านหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อม AI Selfie และมีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.0
 


ด้านหน้าส่วนล่างเป็นแถบเรียบๆ ไร้ซึ่งปุ่มโฮม ซึ่งต่างจาก Mate 10 รุ่นปกติ โดยการควบคุมจะใช้งานปุ่มแบบ On-Screen บนหน้าจอแทน คือ ปุ่มย้อนกลับ, ปุ่มโฮม และปุ่ม Recent Apps

 


ด้านซ้ายประกอบด้วย ถาดใส่ซิมการ์ดแบบ 2 ซิม (Dual-SIM) ที่รองรับการใช้งาน Dual 4G Dual VoLTE เป็นรุ่นแรกของโลกด้วย โดย Huawei Mate 10 Pro สามารถแสตนบายอินเทอร์เน็ต 4G ได้ทั้ง 2 ซิม ในเวลาเดียวกัน พร้อมเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกที่รองรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตแบบ 4.5G Cat.18 ซึ่งเป็นการรวมเอาเทคโนโลยี 4X4 MIMO+256QAM+3CC CA มาเพิ่มความเร็วให้สูงขึ้นถึงระดับ 1.2Gbps เลยทีเดียว
 


ด้านขวาประกอบด้วย ปุ่ม เปิด-ปิด เสียง หรือล็อกหน้าจอ และปุ่ม เพิ่ม-ลด เสียง
 

ด้านบนประกอบด้วย ไมโครโฟนตัวที่สาม และเซ็นเซอร์อินฟราเรด
 

ด้านล่างประกอบด้วย ไมโครโฟน 2 ตัว, ช่องเชื่อมต่อ USB Type-C และลำโพงหลักของตัวเครื่อง ซึ่งจะเห็นได้ว่า Mate 10 Pro นั้นเป็นรุ่นแรกที่ถูกนำเอาช่องเชื่อมต่อหูฟังมาตรฐานขนาด 3.5 มิลลิเมตรออกไป ซึ่งทางหัวเว่ยให้เหตุผลว่าเพื่อทำให้ตัวเครื่องมีความบางเฉียบลง และไม่ต้องการให้คุณภาพเสียงถูกจำกัดด้วยสัญญาณแบบ Analog ด้วยช่อง 3.5 มิลลิเมตร แบบเดิมๆ
 


ด้านหลังประกอบด้วย กล้องดิจิทัลด้านหลังแบบคู่ (Dual-Camera) จาก Leica ความละเอียด 12+20 ล้านพิกเซล (RGB+Monochrome) พร้อมระบบการโฟกัสภาพแบบ 4 in 1 Hybrid Focus, ชุดเลนส์ SUMMILUX-H สำหรับการถ่ายภาพระดับโปร, ระบบ Huawei Hybrid Zoom และระบบการโฟกัสภาพแบบ OIS โดยที่มีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.6 ทั้งสองเลนส์ และเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ

นอกจากนี้ Huawei Mate 10 Pro ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยี Dual ISP และ 4-Hybrid Autofocus ที่ตอบสนองได้รวดเร็ว, โฟกัสฉับไว, ถ่ายภาพเคลื่อนไหวดีขึ้น และถ่ายภาพแสงน้อยได้ดียิ่งขึ้น

 


ตัวเครื่องของ Huawei Mate 10 Pro ใช้ดีไซน์แบบ Metal-Glass โดยขอบตัวเครื่องผลิตจากวัสดุโลหะ พร้อมกระจกที่ครอบทับด้านหน้า-ด้านหลังด้วยกระจกพิเศษที่เสริมความคงแข็งแรงด้วยแผ่นฟิล์มป้องกันถึง 5 ชั้น ช่วยเพิ่มความหรูหราพรีเมียม แต่มีความแข็งแกร่งในชิ้นเดียวกัน นอกจากนี้ Huawei Mate 10 Pro ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ป้องกันน้ำ-ป้องกันฝุ่นในมาตรฐาน IP67 อีกด้วย

 

เปิดเครื่องทดสอบ พร้อมใช้งานแอปพลิเคชันเบื้องต้น

 



Huawei Mate 10 Pro ขับเคลื่อนการทำงานด้วย Android 8.0 Oreo ซึ่งถูกครอบทับด้วย EMUI 8.0 เวอร์ชันใหม่ล่าสุด
 


เมื่อปัดนิ้วจากด้านบนลงมาจะเข้าสู่แถบการแจ้งเตือน หากปัดนิ้วลงมาอีกครั้งจะพบกับเมนู Quick Settings ต่างๆ
 


หน้าจอแสดงผลของ Huawei Mate 10 Pro รองรับระบบภาพแบบ HDR 10 ที่แสดงผลได้คมชัดทุกรายละเอียด พร้อมสีสัน และมิติของภาพที่ดีกว่าเดิม และถ้าหากผู้ใช้อยากรับชมวิดีโอไปด้วย พร้อมใช้งานแอปพลิเคชันอื่นๆ ด้วย ก็สามารถย่อหน้าจอวิดีโอให้มีขนาดเล็กลงได้ทันที
 


Huawei Mate 10 Pro สามารถบันทึกภาพหน้าจอ (Screen Recording) ได้ทันที เหมาะสำหรับเหล่าเกมเมอร์ที่ต้องการบันทึกคลิปวิดีโอการเล่นเกม หรือสาธิตวิธีใช้งานในรูปแบบต่างๆ
 


แอปพลิเคชัน Phone Manager จะดูแลจัดการสมาร์ทโฟนให้พร้อมใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพที่สุดอยู่ตลอดเวลา รวมไปถึงการรักษาความปลอดภัย และการ Optimise แบตเตอรี่ให้ใช้งานได้ยาวนานขึ้นด้วย
 


หากใครที่ต้องการเปลี่ยน Theme หรือ Wallpaper ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของตนเอง หรือตามความชื่นชอบ ในแอปพลิเคชัน Theme ก็มีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ
กำแพงด้านภาษาจะไม่มีผลในการติดต่อสื่อสารกันอีกต่อไป เพราะแอปพลิเคชัน Translator by Microsoft สามารถแปลภาษาได้แบบ Real-Time มากกว่า 50 ภาษาเลยทีเดียว
 


สำหรับแอปพลิเคชันพื้นฐานของ Google และของ Huawei เองก็ติดตั้งมาให้ใช้งานอย่างครบครันทุกฟังก์ชัน
 


หากใครที่ต้องการเปลี่ยนไปใช้งาน Huawei Mate 10 Pro เป็นสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ แต่ข้อมูลในเครื่องเก่าเยอะมากๆ ทาง Huawei ก็มีแอปพลิเคชัน Phone Clone ที่จะคัดลอกข้อมูลสำคัญต่างๆ บนสมาร์ทโฟนเครื่องเก่ามาใส่ใน Mate 10 Pro ได้แบบอัตโนมัติ
 


ความพิเศษประการหนึ่งของ Huawei Mate 10 Pro ก็คือ การรองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด (Dual-SIM) และสามารถแสตนบายการใช้งาน Cellular Data แบบ 4G ได้ทั้ง 2 ซิม ในเวลาเดียวกันด้วย
 


Huawei Mate 10 Pro มาพร้อมกับแบตเตอรี่ความจุ 4000 mAh และโหมดประหยัดพลังงาน นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังสามารถปรับลดความละเอียดหน้าจอ หรือปรับ Interface ให้เป็นสีดำเพื่อลดการใช้พลังงานได้ด้วย ซึ่งแบตเตอรี่ของ Huawei Mate 10 Pro ได้รับการการันตีความปลอดภัยจากบริษัทระดับโลกอย่าง TUV ซึ่งมีการทดสอบความปลอดภัยของแบตเตอรี่อย่างเข้มข้นถึง 5 สถานการณ์ด้วยกัน คือ การใช้งาน 1,000 ครั้ง, การใช้พลังงานจนหมด Cycle 600 ครั้ง, วางไว้ในตู้อุณหภูมิ -33 องศาเซลเซียสเป็นเวลา 3 วัน, วางไว้ในตู้อุณหภูมิ 55 องศาเซลเซียสเป็นเวลา 1 สัปดาห์ และชาร์จแบตแบบดึง-เข้าออกติดกันจำนวน 10,000 ครั้ง
 


ถ้าหากผู้ใช้รู้สึกว่าหน้าจอแสดงผลมีสีสันไม่ตรงตามความต้องการก็สามารถปรับแต่งได้ในเมนู Display โดยสามารถปรับใน Colour Mode หรือจะปรับค่าเองใน Colour Temperature ก็ได้ รวมถึงสามารถเปิดใช้งานโหมด Eye Comport สำหรับถนอมสายก็ได้เช่นเดียวกัน
 


สำหรับการแสดงผลแบบ Full Screen Display ในสัดส่วน 18:9 นั้น ยังมีแอปพลิเคชันที่รองรับเพียงบางโปรแกรมเท่านั้น ซึ่งก่อนจะเปิดใช้งานมักมีคำเตือนขึ้นมาก่อนว่า ถ้าหากเปิดใช้งานโหมด Full Screen 18:9 แล้วอาจทำให้สัดส่วนภาพผิดเพี้ยนไปได้บ้าง
 


Huawei Mate 10 Pro มาพร้อมกับการรองรับไฟล์เสียงแบบ Lossless Audio ในระดับ 384k/32bit ซึ่งนับว่าเป็นไฟล์เสียงที่ละเอียดมากที่สุดไฟล์หนึ่ง โดยในแอปพลิเคชัน Music ก็สามารถปรับค่าเสียง หรือหูฟังให้เหมาะสมกับการใช้งานของเราได้มากที่สุด
 


ระบบรักษาความปลอดภัยของ Huawei Mate 10 Pro นั้นใช้งานเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner) เป็นหลัก ซึ่งนอกจากเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือจะใช้เป็นส่วนรักษาความปลอดภัยแล้ว ยังสามารถใช้งานในด้านอื่นๆ ได้อีกด้วย เช่น การถ่ายภาพ, การรับโทรศัพท์ หรือการหยุดนาฬิกาปลุก เป็นต้น
 


นอกจากนี้ ฟีเจอร์รักษาความปลอดภัยของข้อมูลภายในตัวเครื่องก็มีให้ใช้งานเช่นเดียวกัน เช่น Safe ที่เป็นเข้ารหัสไฟล์ข้อมูลต่างๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้อื่นเข้าถึงข้อมูลในส่วนนี้ได้ หรือ Private Space ที่เป็นการสร้างพื้นที่จำลองขึ้นมา โดยใช้ลายนิ้วมือที่บันทึกไว้สำหรับการยืนยันตัวตน และเจ้าของลายนิ้วมือนี้เท่านั้นที่จะเข้าใช้งาน Private Space ได้
 


แถบ Navigation Bar ก็สามารถปรับเปลี่ยนตำแหน่งปุ่มได้ตามความถนัดในการใช้งาน หรือถ้าหากคิดว่าหน้าจอใหญ่เกินไปจนใช้งานมือเดียวไม่ถนัดก็สามารถย่อหน้าจอลงมาได้ด้วยการปัดนิ้วที่แถบ Navigation Bar ไปด้านซ้าย หรือด้านขวา
 


ฟีเจอร์ App Twin ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเล่น Facebook ได้พร้อมกันถึง 2 แอคเคานท์ในเครื่องเดียว โดยแอปพลิเคชันทั้งสองโปรแกรมนี้จะทำงานแยกจากกันโดยสิ้นเชิงด้วย
 


สำหรับพื้นที่ของหน้าจอแสดงที่เพิ่มขึ้นมาเป็นสัดส่วน 18:9 นั้นก็ช่วยเพิ่มพื้นที่ในการใช้งานให้กับผู้ใช้มากขึ้น โดยเฉพาะการใช้งานฟีเจอร์ Split Screen ที่มีเนื้อที่ในการรับชมคอนเทนท์กว้างกว่าเดิมด้วย
 


สำหรับ Huawei Mate 10 Pro มาพร้อมกับความเร็วแรงเหนือระดับด้วยการใช้งาน ชิปเซ็ตประมวลผล Hisilicon Kirin 970 พร้อมหน่วยประมวลผล NPU (Neural Processing Unit) เป็นรุ่นแรกของโลก, ชิปเซ็ตประมวลผลภาพกราฟิก 12-Core Mali-G72 รุ่นแรกของโลก, หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาดใหญ่ถึง 6GB และหน่วยความจำภายในขนาด 128GB
 


ทดสอบประสิทธิภาพการประมวลผลของ Huawei Mate 10 Pro ด้วยแอปพลิเคชัน AnTuTu BenchMark ได้คะแนนทดสอบ 141,336 คะแนน
 


ผลการทดสอบความเร็วของหน่วยความจำด้วยแอปพลิเคชัน AndroBench ได้ความเร็ว Sequential Read ที่ 638.88 MB/s ส่วน Sequential Write อยู่ที่ 229.31 MB/s ซึ่งอาจบอกได้ว่าหน่วยความจำที่ใช้งานบน Huawei Mate 10 Pro น่าจะเป็นแบบ UFS 2.0

 

กล้องดิจิทัล การถ่ายภาพนิ่ง และภาพวีดีโอ

 



Huawei Mate 10 Pro มาพร้อมกับกล้องถ่ายภาพแบบคู่ (Dual-Camera) จาก Leica ความละเอียด 12+20 ล้านพิกเซล (RGB+Monochrome) พร้อมระบบการโฟกัสภาพแบบ 4 in 1 Hybrid Focus, ระบบ Huawei Hybrid Zoom และระบบการโฟกัสภาพแบบ OIS โดยที่มีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.6 ทั้งสองเลนส์ โดยแอปพลิเคชันกล้องก็ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของ Huawei อย่างครบครัน พร้อมเมนูใช้งานที่มีให้เลือกอย่างหลากหลาย
 


สำหรับแถบด้านบนจะเป็นฟังก์ชันต่างๆ สำหรับการถ่ายภาพ คือ ไฟแฟลช, โหมดรูรับแสง (Aperture), โหมดถ่ายภาพบุคคล (Portrait), โหมด Moving Picture, โทนสีของภาพ และปุ่มสลับเป็นกล้องด้านหน้า
 


สำหรับโหมดถ่ายภาพก็มีมาให้เลือกใช้งานอย่างครบครันในแทบทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็น โหมดปกติ, ภาพขาวดำ, ถ่ายวิดีโอ, โหมด HDR, โหมด 3D Panorama, โหมด Panorama, โหมดถ่ายภาพกลางคืน, โหมด Light Painting, โหมด Time-lapse, โหมด Slow-Mo, ฟิลเตอร์ถ่ายภาพแบบต่างๆ, โหมดถ่ายภาพแบบใส่ลายน้ำ, โหมดสแกนเอกสาร, โหมดถ่ายภาพอาหาร และสามารถเลือกดาวน์โหลดโหมดถ่ายภาพอื่นๆ ได้อีก
 


หากปัดนิ้วขึ้นจากแถบด้านล่างก็จะเป็นการเข้าสู่โหมด Pro ที่ผู้ใช้สามารถตั้งค่าการถ่ายภาพต่างๆ ได้แบบเดียวกับกล้องโปร
 


ความละเอียดของภาพสูงสุดที่ 20 ล้านพิกเซล โดยผู้ใช้สามารถปรับความละเอียดของกล้องได้ที่ Settings
 


ผู้ใช้ท่านใดที่ชื่นชอบการถ่ายวิดีโอน่าจะชื่นชอบการใช้งานกล้องบน Huawei Mate 10 Pro มากยิ่งขึ้นเพราะการถ่ายวิดีโอสามารถใช้งานโหมดรูรับแสง (Aperture) ที่ปรับหน้าชัด-หลังเบลอได้ หรือถ่ายพร้อมโหมด Beauty ที่ปรับค่าผิวเนียนได้ด้วย นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังสามารถถ่ายวิดีโอด้วยโหมด Pro ได้ด้วยเช่นกัน โดยความละเอียดสูงสุดของการบันทึกวิดีโอ คือ ระดับ 4K Ultra HD

 

สำหรับความพิเศษของกล้องคู่บน Huawei Mate 10 Pro ก็คือ ตัวชิปเซ็ต Kirin 970 + AI นั้นมีการทดสอบให้ AI ได้เรียนรู้ภาพถ่ายกว่า 100 ล้านภาพ เพื่อศึกษาว่าภาพถ่ายแต่ละแบบนั้นควรใช้การจัดแสง หรือการตั้งค่าอย่างไร เช่น ภาพข้างต้นจะเห็น เมื่อถ่ายบุคคล จะมีไอคอนรูปคนปรากฏขึ้นมา, หากถ่ายภาพสุนัขก็จะเป็นไอคอนสุนัข หรือเมื่อยกกล้องส่องอาหาร AI ก็จะประมวลผลทันทีว่าควรตั้งค่าการถ่ายภาพอาหาร เป็นต้น โดยโหมดการถ่ายภาพที่ใช้ AI ในการประมวลผลนี้มีมากถึง 13 สถานการณ์เลยทีเดียว

 


ขยับมาดูที่กล้องหน้ากันบ้าง สำหรับกล้องด้านหน้าก็ยังคงเมนูการใช้งานที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดี โดยการถ่ายภาพแบบหน้าชัด-หลังเบลอ จะอยู่ในโหมด Portrait ซึ่งสามารถปรับค่าผิวเนียนได้ด้วย แต่ไม่สามารถปรับความเบลอในภายหลังได้เหมือนกับโหมด Aperture ของกล้องด้านหลัง ส่วนเมนูอื่นๆ ใช้งานคล้ายกับกล้องด้านหลัง
 


สำหรับการถ่ายวิดีโอด้วยกล้องด้านหน้าก็สามารถใช้งานโหมด Beauty และปรับค่าผิวเนียนได้เช่นกัน โดยความละเอียดของการบันทึกวิดีโอสูงสุดอยู่ที่ระดับ Full HD 1080p
 


นอกจากนี้ ภาพถ่ายใน Gallery ก็สามารถปรับแต่งในภายหลังได้ โดยมีโหมดปรับแต่งแบบต่างๆ ให้เลือกใช้พอสมควรเช่นกัน

 

ตัวอย่างภาพถ่ายในเบื้องต้นจากกล้องคู่ Dual Leica Camera ของ Huawei Mate 10 Pro

 

สรุปราคา และวันวางจำหน่ายของ Huawei Mate 10 Series

(Huawei Mate 10)

(Huawei Mate 10 Pro)


Huawei Mate 10 และ Huawei Mate 10 Pro เปิดตัวออกมาพร้อมกับสีสันตัวเครื่องที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งแต่ละรุ่นมีสีให้เลือกรุ่นละ 4 สี ดังนี้

- Huawei Mate 10 มีให้เลือก 4 สี คือ สีชมพู (Pink Gold), สีทอง (Champagne Gold), สีน้ำตาล (Mocha Brown) และสีดำ (Black)
- Huawei Mate 10 Pro มีให้เลือก 4 สี คือ สีเทา (Titanium Grey), สีน้ำเงิน (Midnight Blue), สีน้ำตาล (Mocha Brown) และสีชมพู (Pink Gold)

สำหรับราคาเปิดตัวของ Huawei Mate 10 Series ก็ได้ประกาศออกมาอย่างเป็นทางการแล้ว โดยเป็นราคาทางฝั่งยุโรป ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ครับ

- Huawei Mate 10 ราคา 699 ยูโร (ประมาณ 27,300 บาท)
- Huawei Mate 10 Pro (6GB+128GB) ราคา 799 ยูโร (ประมาณ 31,200 บาท)
- Huawei Mate 10 Porsche Design ราคา 1,395 ยูโร (ประมาณ 54,400 บาท)


โดยสมาร์ทโฟน 2 รุ่นแรกที่จะเข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทยในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้ ก็คือ Huawei Mate 10 Pro และ Huawei Mate 10 Porsche Design ขณะที่ Huawei Mate 10 ทางหัวเว่ยจะแจ้งข่าวอีกครั้งมาจะนำเข้ามาวางจำหน่ายในไทยด้วยหรือไม่อย่างไร ส่วนราคาวางจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการอาจต้องรอทาง Huawei (ประเทศไทย) ประกาศให้ทราบกันอีกครั้งครับ และในขณะนี้ทีมงานกำลังทดลองใช้งานกล้องถ่ายภาพของ Huawei Mate 10 Pro อยู่ด้วย โดยเราจะรวบรวมเป็นบทความภาพถ่ายเบื้องต้นมาให้ทุกท่านได้รับชมกันว่ากล้องรุ่นใหม่พร้อมกับระบบ AI นี้จะถ่ายภาพได้อย่างชาญฉลาด และสวยงามมากน้อยเพียงใด อย่าลืมติดตามชมกันด้วยนะครับ

 

นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com


วันที่ : 17/10/2560