หน้าแรก >> รวมข่าวมือถือ >> News
   
Date : 11/4/2562

รีวิวความประทับใจ OPPO F11 Pro หลังใช้งานมา 1 สัปดาห์ กับสมาร์ทโฟนกล้อง 48 ล้านรุ่นแรกของ F-Series

 

OPPO F11 Pro ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟน F-Series รุ่นใหม่ที่มีความน่าสนใจรุ่นหนึ่งเลยทีเดียว เนื่องจากทาง OPPO มีการอัปเกรดครั้งยิ่งใหญ่ ทั้งในเรื่องของดีไซน์ตัวเครื่อง, กล้องถ่ายภาพ รวมไปถึงประสิทธิภาพการทำงาน ให้ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันมากกว่าเดิม ซึ่งจากกระแสที่ผ่านมาก็พบว่า OPPO F11 Pro ได้รับความสนใจจากผู้ใช้งานไม่ใช่น้อย ด้วยการทำสถิติยอด

และเนื่องในโอกาสที่ผู้เขียนได้มีโอกาสได้ทดลองใช้งาน OPPO F11 Pro มาเป็นระยะเวลาราว 1 สัปดาห์เต็ม จึงอยากที่จะมาแชร์ประสบการณ์การใช้งานให้แก่ทุกท่านเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ โดยจะเป็นอย่างไรบ้างนั้น ไปติดตามพร้อมกันเลยครับ

 

ดีไซน์

เริ่มต้นด้วยเรื่องของดีไซน์สมาร์ทโฟนรุ่นนี้กันก่อน OPPO F11 Pro ถือว่ามีการดีไซน์ที่โดดเด่นจาก F-Series รุ่นก่อนๆ อย่าง F7 หรือ F9 เพราะครั้งนี้เปลี่ยนรูปแบบการดีไซน์ใหม่หมดจดทั้งตัวเครื่อง ด้วยจอไร้ขอบไร้ติ่งแบบ Panoramic Screen ขนาด 6.5 นิ้ว ที่ถอดแบบมาจากรุ่นเรือธงอย่าง OPPO Find X ซึ่งทำให้การรับชมคอนเทนต์, เล่นเกม หรือเล่นแอปพลิเคชันต่างๆ เป็นไปอย่างเต็มตาเต็มอารมณ์

 

ด้านหลังของตัวเครื่องก็เรียกได้ว่าปรับโฉมใหม่เช่นกัน โดย OPPO มีการจัดเรียงกล้องถ่ายภาพ, ไฟแฟลช ปุ่มสแกนลายนิ้วมือ และโลโกให้เรียงกันเป็นเส้นตรงแบบสมมาตร ต่างจาก OPPO รุ่นก่อนๆ ที่กล้อง และโลโกจะจัดเรียงอยู่คนละตำแหน่ง นอกจากนี้ OPPO F11 Pro ยังมาพร้อมกับตัวเครื่องไล่เฉดสีแบบใหม่ ซึ่งเป็นการใช้สีจำนวน 3 สีมาผสมรวมกันอยู่ในเครื่องเดียว โดยจะค่อยๆ ไล่โทนจากขอบที่ด้านข้าง คั่นด้วยเฉดสีเข้มตรงกลาง ไปหาสีคู่ตรงข้ามที่อยู๋อีกฝั่ง ช่วยเสริมให้ตัวเครื่องมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ใช่น้อย อีกทั้งฝาหลังของตัวเครื่องยังมีความโค้งมน ช่วยให้จับถือได้อย่างถนัดมือมากยิ่งขึ้น แต่เนื่องจากฝาหลังมรีความมันเงาสูง จึงทำให้บางครั้งอาจเกิดคราบรอยนิ้วมือได้ง่าย แต่ทาง OPPO ก็มีการแถมเคสใสช่วยป้องกันรอยมาในกล่องผลิตภัณฑ์ด้วย

 

กล้องถ่ายภาพ

ด้านกล้องถ่ายภาพของ OPPO F11 Pro ถือว่าค่อนข้างน่าประทับใจเลยทีเดียว เนื่องจากในครั้งนี้ทาง OPPO ได้อัปเกรดชุดกล้องใหม่โดยปรับไปใช้กล้องตัวหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล ที่มีค่ารูรับแสงกว้าง f/1.79 ทำให้กล้องสามารถเปิดรับแสงได้มากขึ้น ตอบโจทย์การถ่ายภาพในที่แสงน้อยที่ดีกว่าเดิม ส่วนกล้องตัวที่สองที่เป็นแบบ Depth Sensor ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ก็สามารถเก็บข้อมูลระยะชัดตื้นเพื่อนำมาทำเอฟเฟ็กต์โบเก้ได้ค่อนข้างแม่นยำ โดยจากที่ได้ทดลองใช้งานมาก็พบว่า กล้อง OPPO F11 Pro จะมีจุดเด่นด้านการโฟกัสภาพที่ฉับไว และการเก็บสีสันที่ครบถ้วน รวมทั้งเมื่อเปิดใช้งานฟังก์ชัน Dazzle Mode ก็ยิ่งช่วยขับสีสันของภาพให้มีความสดใสมากขึ้นโดยที่ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องนำไปปรับต่อในแอปพลิเคชันอื่นๆ และที่สำคัญใน OPPO F11 Pro ยังมีเทคโนโลยี AI Scene Recognition ที่สามารถตรวจจับซีนต่างๆ เพื่อนำไปปรับแต่งการตั้งต่ากล้องให้แบบอัตโนมัติ ก็ยังช่วยให้สามารถถ่ายภาพได้ง่ายขึ้นโดยที่ไม่จำเป็นต้องปรับแต่ง

 

ส่วนโหมดถ่ายภาพ Portrait และโหมดถ่ายภาพกลางคืนแบบ Ultra Night Mode ที่เป็นฟังก์ชันการถ่ายภาพชูโรงของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ก็ทำได้ค่อนข้างดีเช่นเดียวกัน โดยในส่วนของโหมด Portrait นั้นพบว่า จะสามารถจับภาพใบหน้าตัวแบบได้ค่อนข้างรวดเร็ว และละลายฉากหลังได้เป็นธรรมชาติ รวมทั้งยังสามารถมองเห็นเอฟเฟ็กต์โบเก้เป็นดวงกลมสวยเมื่อวางตัวแบบไว้ด้านหน้าแหล่งกำเนิดแสง

 

ส่วนทางด้านฟังก์ชัน Ultra Night Mode ก็สามารถถ่ายภาพกลางคืนออกมาได้สวยงามคมชัดแม้จะถือสมาร์ทโฟนด้วยมือเปล่า ซึ่งจากที่ได้ใช้งานมาพบว่า การถ่ายภาพด้วยฟังก์ชัน Ultra Night Mode จะใช้เวลาการถ่ายภาพราว 4-8 วินาที ขึ้นอยู่กับสภาวะแสงโดยรอบ ทำให้การถ่ายภาพบุคคล หรือสถานที่ในยามค่ำคืนทำได้อย่างง่ายดาย แต่หากเรายึดสมาร์ทโฟนติดไว้กับขาตั้งกล้อง โทรศัพท์จะทำการถ่ายภาพนานขึ้นถึงหลัก 20 วินาที เพื่อช่วยให้ภาพมีความคมชัดยิ่งกว่าเดิม เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการภาพความละเอียดสูง หรือภาพที่มีรายละเอียดครบถ้วนเป็นอย่างมาก

 

แบตเตอรี่ และระบบชาร์จ

OPPO ถือเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ขึ้นชื่อด้านระบบการชาร์จด่วนที่เติมแบตเตอรี่กลับเข้าสู่ตัวเครื่องได้อย่างฉับไว ซึ่งระบบชาร์จเร็วอย่าง VOOC Flash Charge ที่เคยใช้มาตั้งแต่รุ่น OPPO F9 ก็อัปเกรดใหม่เป็นระบบ VOOC Flash Charge 3.0 โดยทาง OPPO ระบุว่า จะช่วยให้สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้เร็วขึ้นกว่าเดิมประมาณ 20 นาที โดยจากที่ได้ใช้งานมาโดยตลอดก็พบว่า VOOC Flash Charge 3.0 บน OPPO F11 Pro จะใช้เวลาในการชาร์จแบตจาก 0-100% ได้ในเวลาประมาณ 80 นาทีเท่านั้น ซึ่งถือว่าเร็วขึ้นกว่า VOOC Flash Charge ใน OPPO รุ่นเก่าพอสมควรเลยทีเดียว นอกจากนี้ ยังสามารถใช้งานตัวเครื่องขณะชาร์จเร็วได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็น การเล่นเกม หรือการรับชมคอนเทนต์ ต่างจากสมาร์ทโฟนบางรุ่นที่จะมีการจ่ายกระแสไฟน้อยลงเมื่อมีการใช้งานหนักขณะชาร์จ

ส่วนทางด้านแบตเตอรี่ความจุ 4000mAh ก็ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานตลอดวัน โดยจากที่ใช้งานมาพบว่า ไม่ค่อยได้ชาร์จระหว่างวันเท่าไหร่นัก เนื่องจากปริมาณแบตเตอรี่มีขนาดที่ใหญ่ รวมทั้งชิปเซ็ต MediaTek Helio P70 ก็เป็นอีกหนึ่งในชิปเซ็ตที่มีจุดเด่นด้านการประหยัดพลังงาน และเมื่อประกอบกับระบบปฏิบัติการ ColorOS 6 ที่มีเทคโนโลยี System Smart Management ที่ช่วยปิดการทำงานของแอปพลิเคชันที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว ก็ยิ่งช่วยยืดประสิทธิภาพการใช้งานแบตเตอรี่เพิ่มมากขึ้นกว่าที่เคย


 

ประสิทธิภาพการทำงาน

OPPO F11 Pro ถือเป็นอีกรุ่นที่ใช้งานได้อย่างลื่นไหล ทั้งการใช้งานทั่วไป, การเล่นโซเชียลมีเดีย หรือการเล่นเกมที่เน่นกราฟิก ด้วยเทคโนโลยี Hyper Boost ที่ช่วยเร่งประสิทธิภาพการทำงานของแอปพลิเคชัน, ระบบ และเกม ให้ดีขึ้นราว 30% โดยอัตราเฉลี่ยความเร็วของเฟรมที่ 59.7 เลยทีเดียว และเมื่อใช้งานไปซักระยะ จะมีการสะสมความร้อนให้เห็นบ้าง แต่ก็ไม่ร้อนมากเกินไป จากสารระบายความร้อนที่ติดตั้งไว้ใกล้กับตัว CPU นั่นเอง

 

เรียกได้ว่า OPPO F11 Pro เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจ และเหมาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ที่มีดีไซน์สวยเทียบชั้นระดับพรีเมียม และเน้นการใช้งานด้านความบันเทิง ด้วยหน้าจอไร้ขอบ ไร้รอยบาก ที่ให้มุมมองกว้างมากกว่าเดิม พร้อมฟีเจอร์ครบครันรอบด้าน รวมถึงการถ่ายภาพด้วยฟีเจอร์ลูกเล่นที่น่าสนใจมากมาย ในราคาจับต้องได้

OPPO F11 Pro มีตัวเลือกทั้งหมด 2 สี ได้แก่ Thunder Black และ Aurora Green ในราคา 10,990 บาท พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ ที่ร้าน OPPO Brand Shop และร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

 

ข้อมูลเพิ่มเติม

 

นำเสนอบทความโดย: thaimobilecenter.com

[บทความนี้เป็น Advertorial]


วันที่ : 11/4/2562

 แสดงความคิดเห็นที่นี่