หน้าแรกมือถือ > รวมข่าวมือถือ > หน้าบทความ ข่าวมือถือ
   
Date : 20/8/2563

พรีวิว OnePlus Nord สัมผัสแรกมือถือ Lite Flagship บนดีไซน์ระดับพรีเมียม พร้อมสเปกจัดเต็ม ในราคาเอื้อมถึง

 

เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยแล้วสำหรับ OnePlus Nord สมาร์ทโฟนระดับกลาง (Lite Flagship) รุ่นแรกของทาง OnePlus ที่มาพร้อมการดีไซน์พรีเมียมไม่แพ้เรือธง และมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจหลายด้าน ซึ่งในวันนี้ทางทีมงานจึงขอพาทุกท่านมารับชมการพรีวิว OnePlus Nord สัมผัสแรกกับรุ่นน้องใหม่นี้ โดยจะมีดีไซน์สวยหรูอย่างไร และมีฟีเจอร์ใดที่น่าสนใจบ้าง ไปรับชมกันได้เลยค่ะ

 

OnePlus Nord มากับแพ็กเกจสีดำแบบด้าน พร้อมกล่องด้านในสีฟ้าอมเขียว โดยมีลวดลายคำว่า Nord และโลโก้ OnePlus อย่างชัดเจน

 

ภายในกล่องมีอุปกรณ์พื้นฐานมาให้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น อะแดปเตอร์ WarpCharge 30W (5V/6A), สายเชื่อมต่อแบบ USB Type-C, เคสใส, สติ้กเกอร์โลโก้ Nord, เข็มสำหรับถอดถาดซิมการ์ด และคู่มือการใช้งาน

 

ภาพตัวอย่างการใส่เคสใส

 

OnePlus Nord มาพร้อมหน้าจอแสดงผล Fluid AMOLED Dual Punch-Hole Display ขนาด 6.44 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2400 พิกเซล : 408 ppi) ในอัตราส่วน 20:9 ครอบทับด้วยกระจก Gorilla Glass 5 บนตัวเครื่องขนาด 158.3x73.3x8.2 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 184 กรัม

 

โดยหน้าจอแสดงผลมีค่า Refresh Rate ระดับสูงสุด 90Hz ซึ่งจะช่วยให้การใช้งานต่างๆ โดยเฉพาะการเล่นเกมเป็นไปอย่างลื่นไหลกว่าที่เคย

 

ที่ด้านบนหน้าจอมีเพียงลำโพงสำหรับสนทนา และเซ็นเซอร์ต่างๆ สำหรับกล้องหน้าเป็นแบบคู่ฝังบนจอ (Dual In-Display Selfie) ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Sony IMX616 รองรับระบบกันสั่นแบบ EIS พร้อมกล้องรองแบบ Ultra-Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ที่รองรับการถ่ายภาพเซลฟี่ในมุมกว้างสุด 105 องศา

 

โดยสามารถเลือกซ่อนกล้องหน้าด้วบแถบสีดำแทนได้

 

ด้านหน้าส่วนล่างใช้ปุ่มกดแบบ On-Screen ประกอบด้วย ปุ่มย้อนกลับ, ปุ่มโฮม และปุ่ม Recent Apps (ค่าเริ่มต้น)

 

โดยเลือกใช้งานวิธีควบคุมแบบ Gestures ซึ่งเป็นการลาก และปัดบริเวณขอบหน้าจอเพื่อสั่งการได้

 

พร้อมรองรับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่อยู่ใต้หน้าจอ

 

ที่ด้านบนของตัวเครื่องมีไมโครโฟนตัวที่สอง

 

ที่ด้านล่างประกอบด้วย ถาดใส่ซิมการ์ดแบบ Dual nano-SIM โดยไม่รองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD พร้อมไมโครโฟนสำหรับสนทนา, พอร์ตการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C และลำโพงเสียงตัวหลัก ซึ่งไม่รองรับช่องเชื่อมต่อหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร 

 

ด้านซ้ายของตัวเครื่องมีปุ่มปรับระดับเสียง

 

สำหรับที่ด้านขวาตัวเครื่องมีปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง และล็อกหน้าจอในตัว พร้อมปุ่ม Alert Slider สำหรับเปลี่ยนรูปแบบเสียงแจ้งเตือนในทันที

 

OnePlus Nord มีฝาหลังดีไซน์เงางามแบบ Metallic พร้อมพื้นผิวแบบกระจกด้าน (Matte AG Glass) ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติ โดยสีที่ทางทีมงานนำมาพรีวิวให้ได้ชมกันนั้นเป็นสี Gray Onyx 

 

ที่ด้านหลังติดตั้งกล้องทั้งหมด 4 ตัว (Quad Camera) ประกอบด้วย

  • กล้องตัวหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Sony IMX586 เทคโนโลยี 4-in-1 Pixel พิกเซลขนาด 1.6 ไมครอน มีรูรับแสงขนาด F/1.75 รองรับระบบกันสั่นแบบ OIS + EIS
  • กล้องตัวที่สองแบบ Ultra-Wide Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ถ่ายภาพมุมกว้างสุด 119 องศา มีรูรับแสงขนาด F/2.25
  • กล้องตัวที่สามแบบ Depth ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล มีรูรับแสงขนาด F/2.4
  • กล้องตัวที่สี่แบบ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล มีรูรับแสงขนาด F/2.4 สำหรับถ่ายภาพระยะใกล้สุดที่ 4 เซนติเมตร

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลังของ OnePlus Nord

 

OnePlus Nord มาพร้อมชิปเซ็ต Snapdragon 765G แบบ 8-แกน (Octa-Core) ที่มีความเร็ว 2.4GHz ผสานหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 620 และจับคู่กับ RAM แบบ LPDDR4X ขนาด 12GB ที่ตอบโจทย์การเล่นเกมได้เป็นอย่างดี รวมถึงมีหน่วยความจำภายใน (ROM) มาตรฐาน UFS 2.1 ขนาด 256GB และทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 10 ที่ถูกครอบทับด้วย OxygenOS 10.5

 

โดยมีผลทดสอบประสิทธิภาพจากแอปพลิเคชันชื่อดังอย่าง AnTuTu Benchmark ที่ 329,960 คะแนน และผลทดสอบจาก Geekbench 5 ในด้านการประมวลผลแบบแกนเดี่ยว (Single-Core) ที่ 614 คะแนน และในด้านการประมวลผลแบบหลายแกน (Multi-Core) ที่ 1,964 คะแนน

 

นอกจากนี้ OnePlus Nord ยังมาพร้อมกับแบตเตอรี่ความจุ 4115 mAh และรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว Warp Charge 30T ที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่จากระดับ 0-70% ได้ในเวลา 30 นาที ซึ่งช่วยย่นระยะเวลาในการชาร์จ และเหลือเวลาไปทำกิจกรรมอื่นได้แบบสบายๆ 

 

OnePlus Nord เปิดราคาทางการในประเทศไทยที่ 14,990 บาท สำหรับรุ่น 8GB+128GB (ตัวเลือกสี Blue Marble และ Gray Onyx) และราคา 17,990 บาท สำหรับรุ่น 12GB+256GB (เฉพาะสี Blue Marble) โดยจะเปิดให้สั่งจองล่วงหน้าในวันที่ 21 - 27 สิงหาคม 2563 นี้ พร้อมรับของแถมมูลค่ารวม 10,990 บาท

 

นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com


วันที่ : 20/8/2563