หน้าแรกมือถือ > รวมข่าวมือถือ > หน้าบทความ ข่าวมือถือ
   
Date : 17/10/2562

พรีวิว OnePlus 7T Series สัมผัสแรกกับความแรงครั้งใหม่ด้วยจอ 90Hz, ขุมพลัง Snapdragon 855+, กล้อง 48 ล้าน และชาร์จเร็ว Warp Charge 30T


เปิดตัวในประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับ OnePlus 7T Series สมาร์ทโฟนเวอร์เรือธงระดับ Super Flagship เวอร์ชันอัปเกรดใหม่ส่งท้ายปี ที่มาพร้อมกับจุดเด่นด้านหน้าจอแสดงผลระดับ 90Hz เหมือนกันทุกรุ่น ตามคอนเซ็ปท์ All Series 90 Hz, Smooth Like Never Before และเนื่องในโอกาสที่ทีมงานได้เข้าร่วมงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการ พร้อมกับได้ลองสัมผัส OnePlus 7T Series ครบถ้วนทั้งสามรุ่นจึงไม่พลาดที่จะเก้บภาพมาทำพรีวิวแบบคร่าวๆ ให้ทุกท่านได้รับชมกัน หากพร้อมแล้วไปติดตามกันได้เลยครับ

 

เริ่มต้นที่รุ่นเล็กสุดอย่าง OnePlus 7T กันก่อน โดยมาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลแบบ AMOELD ขนาด 6.55 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ (2400x1080 พิกเซล) พร้อมอัตราส่วนการแสดงผลแบบ 20:9 บนดีไซน์หน้าจอแบบใหม่ที่ทาง OnePlus ตั้งชื่อให้ว่า Fluid Display สื่อถึงหน้าจอที่สามารถแสดงผลได้ลื่นไหลเป็นพิเศษ รวมทั้งหน้าจอของ OnePlus 7T ยังมาพร้อมกับความพิเศษด้านการรองรับการแสดงผลตามมาตรฐาน HDR10+ ซึ่งในปัจจุบันก็เริ่มมีผู้ให้บริการสตรีมมิ่งหลายรายเริ่มเปิดให้บริการคอนเทนต์ในลักษณะนี้แล้ว ไม่ว่าจะเป็น Amaozn Prime, Youtube หรือ Netflix

 

ที่ด้านบนของหน้าจอมีการเว้นพื้นที่หน้าจอเอาไว้เล็กน้อยเป็นทรงหยดน้ำสำหรับติดตั้งกล้องหน้าเซลฟี่ ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์รับภาพ Sony IMX471 

 

ส่วนที่ด้านล่างของตัวเครื่องปรับไปใช้ระบบควบคุมแบบ Gesture รูปแบบใหม่ ที่สามารถทำงานได้อย่างลื่นไหลติดนิ้วมากยิ่งขึ้น โดยวิธีการควบคุมก็ไม่ยุ่งยาก เพียงแค่ใช้นิ้วปัดจากขอบด้านล่างขึ้นไปด้านบนก็จะเปลี่ยนเข้าสู่หน้าโฮมสกรีน ส่วนวิธีเรียกดู Recent Apps ให้ปัดขึ้นแล้วแตะค้างไว้ แต่หากใครอยากย้อนกลับไปยังหน้าก่อนหน้านี้ให้ปัดบริเวณขอบด้านขวาของตัวเครื่อง นอกจากนี้ ด้านล่างของหน้าจอแสดงผลยังติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือเอาไว้ด้วย 

 

ด้านบนของตัวเครื่องติดตั้งไมโครโฟนสำหรับตัดเสียงรบกวน

 

ด้านขวาของตัวเครื่องประกอบไปด้วย ปุ่ม Power สำหรับเปิด-ปิด เครื่อง และปุ่ม Alert Slider

 

ที่ด้านล่างของตัวเครื่อง ประกอบไปด้วย ถาดใส่ซิมการ์ด, พอร์ต USB Type-C และลำโพงเสียงสำหรับสนทนา

 

ส่วนที่ด้านหลังของตัวเครื่องมีการปรับดีไซน์ใหม่แบบเห็นได้ชัด โดยจัดเรียงกล้อง และไฟแฟลชให้อยู่ในโมดูลทรงกลม ประกอบไปด้วย กล้องตัวหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/1.6 เซ็นเซอร์รับภาพ Sony IMX586, กล้อง Telephoto ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.2 และกล้อง Ultra Wide ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.2 พร้อมระบบโฟกัสภาพแบบ PDAF และ CAF รองรับการถ่ายภาพแบบวิดีโอแบบ Slow-mo ที่ระดับ 960fps 

 

ส่วนสเปกภายในของ OnePlus 7T มาพร้อมกับขุมพลัง Snapdragon 855+ ประกบคู่กับหน่วยความจำภายในแบบ UFS 3.0 ความจุ 128GB และแบตเตอรี่ขนาด 3800mAh รวมทั้งยังมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 10 เวอร์ชันใหม่ตั้งแต่แกะกล่อง 

 

มาต่อกันที่รุ่น OnePlus 7T Pro และ 7T Pro McLaren Edition กันบ้าง โดยทั้งสองรุ่นจะมีดีไซน์โดยรวมที่คล้ายคลึงกัน ด้วยหน้าจอแสดงผล AMOLED ขนาด 6.67 นิ้ว ความละเอียดระดับ Quad HD+ พร้อมค่า Refresh Rate ที่ระดับ 90Hz เหมือนกับรุ่น OnePlus 7T รวมทั้งยังรองรับการแสดงผลแบบ HDR10+ เช่นกัน แต่จะแตกต่างกันตรงที่ดีไซน์ของ OnePlus 7T Pro และ 7T Pro McLaren Edition จะเป็นจอแบบไร้ขอบไร้รอยบาก ซึ่งช่วยเพิ่มพื้นที่ในการแสดงผลให้กว้างแบบเต็มอารมณ์ ไม่มีติ่ง หรือรอยบากมาบดบังให้กวนใจ

 

ที่ด้านบนของหน้าจอแสดงผลซ่อนลำโพงสนทนาเอาไว้อย่างแนบเนียน พร้อมติดตั้งกล้องหน้าเอาไว้ในกลไกกล้องแบบ Pop-up ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล  เซ็นเซอร์รับภาพ Sony IMX471 

 

ที่ด้านบนของตัวเครื่องติดตั้งไมโครโฟนตัวที่สองสำหรับตัดเสียงรบกวน และกลไกกล้องหน้าแบบ Pop-up Camera

 

ที่ด้านซ้ายติดตั้งปุ่มปรับระดับเสียงเอาไว้

 

ที่ด้านล่างของตัวเครื่อง ประกอบไปด้วย ถาดใส่ซิมการ์ด, ไมโครโฟนสำหรับสนทนา, พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C และลำโพงเสียงตัวหลัก

 

ที่ด้านหลังมาพร้อมกับบอดี้กระจก ที่มีการติดตั้งชุดกล้องหลัง 3 ตัว แบ่งออกเป็น กล้องตัวหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์รับภาพ Sony IMX586, กล้อง Telephoto ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และกล้อง Ultra Wide ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมระบบโฟกัสภาพแบบ PDAF, CAF และ LAF รองรับการถ่ายภาพแบบวิดีโอแบบ Slow-mo ที่ระดับ 960fps

 

 

แม้ว่าทั้งสองรุ่นจะถอดแบบดีไซน์โดยรวมมาได้ใกล้เคียงกัน แต่หากสังเกตจะพบถึงความแตกต่างของรุ่น OnePlus 7T Pro และ 7T Pro McLaren Edition ได้อย่างไม่ยากเย็น เนื่องจากในรุ่น McLaren Edition มาพร้อมกับบอดี้สีดำตัดกับสีส้ม Papaya Orange ซึ่งเป็นสีเอกลักษณ์ของค่ายรถ McLaren รวมทั้งด้านหลังยังมีการพิมพ์ Texture พิเศษที่ดึงมาจากคอนโซล และพวงมาลัยของรถรุ่น Speedtail ช่วยเสริมความสปอร์ตพรีเมียมขึ้นไปอีกขั้น

 

นอกจากนี้ ในรุ่น OnePlus 7T Pro McLaren Edition ยังมาพร้อมกับแพ็กเกจพิเศษด้วยกล่องผลิตภัณฑ์ และอุปกรณ์เสริม ไม่ว่าจะเป็น สายชาร์จ หรืออแดปเตอร์ชาร์จไฟ ที่ถูกออกแบบมาโดยใช้สีส้ม Papaya Orange รวมทั้งภายในกล่องยังมีการแถมเคสสุดพิเศษที่มาพร้อมกับลวดลายคาร์บอนไฟเบอร์ซึ่งรับเข้ากับตัวเครื่องเป็นอย่างดี

 

ส่วนสเปกของ OnePlus 7T Pro และ 7T Pro McLaren Edition จะเหมือกันแทบทุกประการ ไม่ว่าจะเป็น การมาพร้อมกับชิปเซ็ต Snapdragon 855+, ใช้งานหน่วยความจภายในแบบ UFS 3.0 ความจุ 256GB, แบตเตอรี่ขนาด 4085mAh ที่รองรับระบบชาร์จเร็วแบบ Warp Charge 30T ไปจนถึงการมาพร้อมกับระบบ Android 10 ตั้งแต่แกะกล่อง แต่จะมีความแตกต่างในเรื่องของหน่วยความจำ RAM เนื่องจากในรุ่น 7T Pro จะให้ RAM มาที่ 8GB ส่วน 7T Pro McLaren Edition มาพร้อมกับ RAM จุใจที่ 12GB

สำหรับ OnePlus 7T Pro จะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม 2562 เป็นต้นไป สามารถหาซื้อได้ตาม AIS Online Store, JD Central และ Lazada ส่วน OnePlus 7T จะมีการเปิดตัวระหว่างวันที่ 22 - 28 ตุลาคม 2562 และวางจำหน่ายในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 ผ่านร้านค้าตัวแทนจำหน่าย ส่วน OnePlus 7T Pro McLaren Edition จะมีการวางจำหน่ายในภายหลัง

 

 

นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com

 

 


วันที่ : 17/10/2562

 








Cookie Consent

Our website uses cookies to provide your browsing experience and relavent informations.Before continuing to use our website, you agree & accept of our Cookie Policy & Privacy