หน้าแรกมือถือ > รวมข่าวมือถือ > หน้าบทความ ข่าวมือถือ
   
Date : 12/2/2564

เมื่อ Motorola กำลังจะกลับมาด้วยมือถือ 5G ราคาประหยัด

 

5G ไม่ใช่แค่เทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนระบบการเชื่อมต่อในรูปแบบใหม่ที่รวดเร็วมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมเท่านั้น แต่การมาของ 5G ทำให้เราเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงอะไรหลายๆ อย่างในวงการมือถือ ไม่ว่าจะเป็น การควบคุมอุปกรณ์ IoT ได้จากระยะไกลโดยแทบจะไม่มีความหน่วง จนไปถึงเปิดโอกาสให้ Sony สามารถขายมือถือเรือธงในราคาแพงกว่าไอโฟนตัวท็อปสุดหลายหมื่นบาท และหนึ่งในแบรนด์ที่ได้รับอานิสงฆ์จาก 5G ด้วยนั่นก็คือ Motorola แบรนด์สัญชาติอเมริกันที่คิดค้นมือถือได้เป็นเจ้าแรกของโลก ที่มีโอกาสกลับมาเป็นผู้เล่นคนสำคัญในวงการมือถืออีกครั้ง และกำลังได้รับการจับตามองจากผู้บริโภคอยู่ในขณะนี้ครับ

 

Motorola หายไปไหนมา?

Motorola เป็นหนึ่งในสมาร์ทโฟนที่มีชื่อเสียง และอยู่คู่วงการมือถือมาอย่างยาวนาน ด้วยจุดเด่นด้านงานประกอบที่แข็งแรง และเรียบหรูพรีเมียม, หน้าจอคุณภาพสูง, สเปกที่เร็วแรง, ซอฟท์แวร์ที่มีกลิ่นอายความเป็น Pure Android ไปจนถึงนวัตกรรมที่หาได้เฉพาะมือถือ Motorola เท่านั้น อย่างเช่น Moto Mods ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถนำโมดูลต่างๆ มาประกบเข้าที่หลังตัวเครื่องเพื่อเพิ่มออพชันการใช้งาน หรือเทคโนโลยี ShatterShield ที่ช่วยป้องกันอาการแตกร้าวของหน้าจอแสดงผล

 

ในช่วงปี 2014 Motorola ถูกแบรนด์สมาร์ทโฟนจากไต้หวัน Lenovo เข้าซื้อกิจการอย่างเป็นทางการ (ปัจจุบัน Motorola ก็ยังคงบริหารงานโดย Lenovo) ดีลในครั้งนี้หลายคนมองว่า Lenovo น่าจะได้ประโยชน์ในเรื่องสิทธิบัตรต่างๆ ของ Motorola รวมถึงกำลังคนเข้ามาช่วยผลักดันทั้งสองบริษัทให้ก้าวไกลยิ่งขึ้น แต่บางฝ่ายก็กังวลว่าดีลครั้งนี้อาจทำให้ Motorola เปลี่ยนไป 

 

หลังจากเข้าเป็นส่วนหนึ่งกับ Lenovo แล้ว Motorola ก็มีการพัฒนาสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ ให้เห็นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2016 ก็ได้มีการเปิดตัวไลน์ผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่อย่าง Moto Z ที่มาพร้อมกับจุดเด่นด้วยฟีเจอร์ Moto Mods ที่สามารถนำโมดูลต่างๆ เข้ามาประกบเข้ากับหลังตัวเครื่อง และสเปกที่จัดอยู่ในกลุ่มไฮเอนด์ บนดีไซน์ที่มีความแข็งแกร่งระดับสูง

Moto Z กลายเป็นมือถือเรือธงที่ได้รับการชื่นชมจากหลายๆ ฝ่าย โดย CNET มองว่า Moto Z มีจุดเด่นด้านงานประกอบที่เนี๊ยบ แกละแกร่งพิเศษ ส่วน Ars Technica ให้ความเห็นว่า Moto Z เป็นมือถือที่ให้ความรู้สึกพรีเมียมกว่าเรือธงรุ่นก่อนๆ อย่าง Moto X แต่อย่างไรก็ดี Moto Z ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องของราคาขายที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับมือถือ Android ในยุคนั้นที่สามารถให้สเปกเท่ากันในราคาที่ถูกกว่าได้ 

 

แม้จะได้รับการชื่นชมจากหลายๆ ฝ่าย และอนาคตดูจะไปได้สวย แต่ Moto Z ก็สิ้นสุดลงแค่ในรุ่น Moto Z4 ที่เปิดตัวครั้งสุดท้ายให้เห็นเมื่อปี 2019 โดย Moto Z4 กลายเป็นมือถือที่หลายฝ่ายหยิบยกมาเป็นประเด็นอีกครั้ง เนื่องจากไม่ได้เป็นมือถือที่มีสเปกระดับเรือธง โดยมาพร้อมกับชิปเซ็ตระดับกลางอย่าง Snapdragon 675 เท่านั้น ไม่ใช่ซีรีส์ระดับท็อปอย่าง Snapdragon 8xx ทำให้มือถือเรือธงของ Motorola ขาดหายไปจากวงการนับตั้งแต่วันนั้น ส่วนตลาดประเทศไทย ทาง Motorola ก็ไม่ได้นำสมาร์ทโฟนเรือธงตระกูล Z เข้ามาขายอีกเลยนับตั้งแต่ Moto Z2 Play และ Z2 Force ที่นำเข้ามาขายในไทยช่วงปี 2017 ทำให้เราไม่ได้เห็นมือถือ Z Series ในบ้านเราอีกต่อไป

การมาของ Moto Z4 ก็เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า Motorola กำลังปรับแผนกลยุทธ์ใหม่ด้วยการเน้นไปผลิตสมาร์ทโฟนสเปกคุ้มค่าเพื่อตอบโจทย์กลุ่มมือถือระดับเริ่มต้น - มือถือระดับกลางโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นจุดเด่นของแบรนด์แม่อย่าง Lenovo อยู่แล้ว ทำให้เราได้เห็นมือถือสเปกคุ้มราคาประหยัดรุ่นใหม่ๆ ในบ้านเรามากขึ้น อย่างเช่น มือถือตระกูล One ที่เน้นด้านสเปกคุ้มค่า และการถ่ายภาพ ไปจนถึงมือถือตระกูล G ที่เน้นสเปกระดับกลาง ตอบโจทย์การใช้งานทั่วไป รวมถึงมือถือตระกูล E ที่เน้นราคาประหยัด และแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้อย่างยาวนาน แต่อย่างไรก็ดี ด้วยการเข้ามาของมือถือแบรนด์จีนที่รุกตลาดอย่างหนัก และมีราคาวางจำหน่ายที่ถูกกว่า ทำให้ Motorola อาจไม่ได้เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับใครหลายคนเหมือนกับแต่ก่อน

จะเห็นได้ว่าจริงๆ แล้ว Motorola ไม่ได้หายไปไหน แต่เน้นผลิตสมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้น-กลาง เป็นหลักทั้งในประเทศ และต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ในปี 2020 Motorola กลับมาสร้างเสียงฮือฮาอีกครั้งด้วยการมาของเทคโนโลยี 5G และกลยุทธ์การตั้งราคาที่พร้อมท้าชนทุกค่าย

 

ถึงเวลา Come back

Motorola เริ่มต้นปี 2020 ได้อย่างน่าสนใจด้วยการส่ง Moto G 5G Plus สมาร์ทโฟนน้องใหม่ป้ายแดงที่มาพร้อมกับจุดเด่นด้านการใช้ชิปเซ็ตระดับรองท็อปอย่าง Snapdragon 765G, RAM 8GB, หน้าจอ Refresh Rate สูงระดับ 90Hz,กล้องหน้าคู่, กล้องหลัง 4 ตัว และแบตอึด 5000mAh ที่รองรับชาร์จไว 20W 

สเปกทั้งหมดที่กล่าวไปด้านต้น Moto มัดรวมมาให้ในราคา 9,990 บาทไทยเท่านั้น ซึ่งนับว่าเป็นมือถือ 5G รุ่นแรกๆ ในบ้านเราที่กล้าเปิดราคาวางจำหน่ายต่ำกว่า 10,000 บาท ซึ่งด้วยสเปกที่ไม่แพ้คู่แข่งคนอื่นๆ ที่ราคาสูงกว่า รวมถึงชื่อของ Motorola ที่หลายคนคิดถึง ทำให้ Moto G 5G Plus กลายเป็นมือถือ 5G อีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจในปี 2020 ไปโดยปริยาย

 

นอกจากนี้ ดูเหมือนว่า Motorola จะจริงจังกับตลาดประเทศไทยมากขึ้น เพราะหลังจากที่ไม่ได้นำมือถือเรือธงเข้ามาวางจำหน่ายในบ้านเราเป็นเวลานาน ทาง Motorola ก็ตัดสินใจทำ Motorola Razr 5G สมาร์ทโฟนจอฝาพับรองรับ 5G ระดับพรีเมียมที่มีค่าตัวสูงถึง 44,990 บาทเข้ามาวางจำหน่ายให้เห็นด้วย ซึ่งน่าจะเป็นการส่งสัญญาณให้ทราบว่า Motorola ไม่ได้ทำแค่มือถือระดับกลางราคาประหยัดอย่างเดียวอีกต่อไป แต่พร้อมลุยตลาดมือถือพรีเมียมด้วยเช่นเดียวกัน ทำให้เริ่มมีการจับตามองว่า ในอนาคตเราอาจได้เห็น Motorola กลับมาเป็นคู่แข่งคนสำคัญในมือถือระดับเรือธงอีกครั้ง

และในปี 2021 ทาง Motorola ก็ยังคงน่าจับตามองเช่นเคย หลังล่าสุดมีการเปิดตัวมือถือ 5G รุ่นใหม่ในต่างประเทศอย่าง Motorola One Ace 5G มือถือ 5G พร้อมชิป Snapdragon 750G ตัวใหม่ล่าสุด และแบตอึด 5000mAh ที่เปิดราคาวางจำหน่ายในต่างประเทศราว 12,000 บาทเท่านั้น รวมถึงการเปิดตัว Motorola Edge S เรือธงรุ่นย่อส่วนที่มาพร้อมกับสเปกแรงด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 870, หน้าจอ 90Hz, แบต 5000mAh, กล้อง 4 ตัว 64MP และรองรับ 5G กับการตั้งราคาที่จีนเริ่มต้นเพียง 9,300 บาทเท่านั้น เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเต็งของมือถือ 5G ในราคาต่ำหมื่นเลยก็ว่าได้

ด้วยเทคโนโลยี 5G และการตั้งราคาวางจำหน่ายที่ไม่สูงจนเกินไปเหมือนแต่ก่อน พร้อมสเปกที่เหมาะสมกับมือถือยุคปัจจุบัน ทำให้ Motorola กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งผู้เล่นที่น่าจับตามองในปี 2021 แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า นอกจาก Motorola แล้ว มือถือแบรนด์ใหญ่รายอื่นๆ ก็เริ่มหันมาจับตลาดมือถือ 5G ราคาประหยัดด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งสุดท้ายแล้วผู้ที่ได้ประโยชน์คือผู้บริโภคอย่างเราๆ ที่จะได้สัมผัสมือถือ 5G สเปกครบเครื่องที่มีตัวเลือกหลากหลายมากกว่าแต่ก่อนครับ 

 

นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com


วันที่ : 12/2/2564

Tags :