Xiaomi แบ่งรุ่นอย่างไร? Mi Mix, Mi Series, Mi Note และ Mi T ต่างกันตรงไหน?
Xiaomi เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่มีการนำสมาร์ทโฟนซีรีส์ต่างๆ เข้ามาวางจำหน่ายในบ้านเราหลายต่อหลายรุ่น ซึ่งหากนับมือถือที่ใช้ชื่อแบรนด์ Xiaomi ในการวางจำหน่ายภายในประเทศไทย จะมีทั้งหมด 4 ซีรีส์ด้วยกัน ได้แก่ Mi Mix Series, Mi Series, Mi Note Series และ Mi T Series ซึ่งหลายคนอาจจะสงสัยว่าแล้วสมาร์ทโฟนทั้ง 4 ตระกูลนี้มีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง? วันนี้ทีมงานจะมาคลายข้อสงสัยให้กับทุกคนเองครับ
มือถือ Mi Mix คือ?

Mi Mix เป็นสมาร์ทโฟนกลุ่มเรือธงระดับพรีเมียมของ Xiaomi มีจุดเด่นด้านคุณสมบัติภายในระดับไฮเอนด์ เร็วแรงในทุกด้าน พร้อมนวัตกรรมที่แตกต่างจากมือถือรุ่นอื่นๆ ของ Xiaomi เช่น หน้าจอแสดงผลแบบไร้ขอบไร้รอยบาก, กลไกกล้องแบบสไลด์ หรือหน้าจอที่พันรอบเครื่อง เป็นต้น นอกจากนี้ Mi Mix มักจะเป็นมือถือรุ่นแรกของ Xiaomi ที่ได้ใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดก่อนรุ่นอื่น ซึ่งจะเห็นได้จากการที่ Mi Mix 3 5G ที่เป็นมือถือรุ่นแรกของ Xiaomi ได้สามารถเชื่อมต่อบนเครือข่าย 5G ได้เป็นต้น
สำหรับ Mi Mix โดยปกติแล้วจะเปิดตัวให้เห็น 1-2 ครั้งต่อปี และมักจะเปิดตัวห่างจาก Mi Series พอสมควร ส่วนราคาวางจำหน่ายของ Mi Mix Series ที่เคยวางจำหน่ายในประเทศไทย จะอยู่ในช่วง 17,000 บาทขึ้นไป แต่เนื่องจาก Mi Mix Series ไม่ได้เปิดตัวให้เห็นบ่อยเท่ากับมือถือรุ่นอื่นๆ ของ Xiaomi จึงทำให้หลายๆ คนอาจไม่คุ้นเคยกับมือถือซีรีส์นี้มากนัก
มือถือ Mi Series คือ?

Mi Series เป็นสมาร์ทโฟนเรือธงของ Xiaomi มีจุดเด่นด้านสเปกที่มักจะใส่มาให้ท็อปสุดทุกด้านคล้ายกับ Mi Mix แต่จะตัดนวัตกรรมบางอย่างออกเพื่อให้ราคาวางจำหน่ายเข้าถึงได้ง่ายขึ้น โดยในปัจจุบัน Mi Series จะมีการแบ่งแยกย่อยออกเป็น 4 โมเดลย่อย ได้แก่
- Lite - เรือธงรุ่นเล็ก ที่ถอดแบบดีไซน์ และสเปกบางอย่างมาจากเรือธงรุ่นปกติ แต่จะปรับชิปเซ็ตประมวลผลเป็นรุ่นรองท็อป
- Mi - เรือธงรุ่นเริ่มต้น มาพร้อมกับชิปเซ็ตระดับท็อป และฟีเจอร์อื่นๆ ที่เพรียบพร้อมต่อการใช้งานอย่างลื่นไหล
- Pro - เรือธงรุ่นท็อป ที่มาพร้อมกับสเปกโดยรวมคล้ายกับเรือธง Mi รุ่นปกติ แต่จะมีการอัปเกรดด้านกล้องถ่ายภาพให้เหนือไปอีกขั้น เช่น การเพิ่มความละเอียดกล้อง, การเพิ่มจำนวนชิ้นเลนส์ ไปจนถึงการเพิ่มเซ็นเซอร์สำหรับช่วยโฟกัสภาพ รวมทั้งยังมีอัปเกรดในเรื่องของแบตเตอรี่ให้มากกว่ารุ่นปกติด้วย
- Ultra - เรือธงรุ่นพิเศษที่มาพร้อมกับสเปกท็อปสุดในทุกๆ ด้าน และได้ใช้เทคโนโลยีบางอย่างที่เรือธงรุ่นอื่นๆ ไม่มี อย่างเช่นในรุ่น Mi 10 Ultra ที่มาพร้อมกับระบบกล้องซูม 120 เท่า, ระบบชาร์จไว 120W และหน้าจอแสดงผลแบบ 120Hz เป็นต้น
มือถือ Mi Note Series คือ?

Mi Note Series จัดอยู่ในกลุ่มมือถือที่มีจุดเด่นด้านนวัตกรรมการถ่ายภาพที่ล้ำไม่แพ้เรือธง พร้อมหน้าจอแสดงผลคุณภาพสูงเทียบชั้นสมาร์ทโฟนเรือธง และแบตเตอรี่ขนาดใหญ่จุใจ โดยจะเห็นได้จากรุ่น Mi Note 10 Series ที่มาพร้อมกับกล้องถ่ายภาพด้านหลังถึง 5 ตัว พร้อมความละเอียดสูงสุดถึง 108 ล้านพิกเซล โดยใน Mi Note Series จะมีราคาวางจำหน่ายอยู่ในช่วง 12,xxx - 19,xxx บาท และมีรุ่นแยกย่อยออกไปทั้งหมด 3 โมเดลได้แก่
- Mi Note Lite : สมาร์ทโฟนรุ่นเล็กสุดในตระกูล Mi Note มีสเปกโดยรวมที่คล้ายคลึงกับรุ่นปกติ และรุ่น Pro แต่จะมีการปรับจำนวน และความละเอียดของกล้องถ่ายภาพ เพื่อช่วยให้ราคาวางจำหน่ายถูกลง
- Mi Note : สมาร์ทโฟนรุ่นปกติของตระกูล ที่มาพร้อมกับกล้องถ่ายภาพที่ตอบโจทย์การบันทึกทุกภาพความประทับใจ และสเปกภายในแบบครบเครื่องทุกการใช้งาน
- Mi Note Pro : สมาร์ทโฟนรุ่นอัปเกรดจาก Mi Note โดยหลักๆ จะเป็นการอัปเกรดในเรื่องของกล้องถ่ายภาพให้ล้ำหน้าไปอีกขั้น แต่สเปกโดยรวมจะถอดแบบมาจาก Mi Note รุ่นปกติแทบทุกประการ
มือถือ Mi T Series คือ?

สำหรับ Mi T Series เป็นสมาร์ทโฟนที่เน้นในเรื่องของเทคโนโลยีหน้าจอแสดงผล และประสิทธิภาพที่เร็วแรงเทียบชั้นกับสมาร์ทโฟนเรือธง ซึ่งจะเห็นได้จากในรุ่น Mi 10T ที่มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลแบบ 144Hz, ชิปเซ็ตประมวลผล Snapdragon 865, รองรับ 5G ไปจนถึงแบตเตอรี่ขนาด 5000mAh ที่รองรับชาร์จไว 33W โดยในปัจจุบัน Mi T Series จะมีราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ 9,xxx - 13,xxx บาท และแบ่งออกเป็น 2 โมเดลย่อย ได้แก่
- Mi T : สมาร์ทโฟน Mi T รุ่นปกติ มาพร้อมกับชิปเซ็ตที่เร็วแรง, หน้าจอ Refresh Rate สูง และแบตเตอรี่ขนาดใหญ่
- Mi T Pro : สมาร์ทโฟนที่อัปเกรดต่อมาจากมา Mi T รุ่นปกติ โดยการเพิ่มความละเอียดกล้องให้สูงขึ้น รวมถึงเพิ่มหน่วยความจำภายในให้มากกว่ารุ่นปกติ
จะเห็นได้ว่า Xiaomi แต่ละตระกูลก็จะมีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป นอกเหนือจากสมาร์ทโฟน 4 ตระกูลด้านต้นแล้ว Xiaomi ยังมีการทำตลาดสมาร์ทโฟนในระดับกลาง และเริ่มเริ่มต้นภายใต้ชื่อแบรนด์ Redmi รวมถึง POCO นั่นเองครับ
นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com
วันที่ : 16/2/2564


