หน้าแรกมือถือ > รวมข่าวมือถือ > หน้าบทความ ข่าวมือถือ
   
Date : 12/10/2563

รวมมือถือกดงานในงบไม่เกิน 10,000 บาท สำหรับเหล่าไรเดอร์เดลิเวอรี่ มีรุ่นไหนจากแบรนด์ใดบ้าง มาดูกัน!

 

สำหรับพี่ๆ ไรเดอร์เดลิเวอรี่ค่ายสีส้ม และสีเขียวนั้น จะมีวิธีการกดรับงานที่ต่างออกไปจากค่ายอื่นๆ เนื่องจากไรเดอร์บจะต้องทำการกดรับงานด้วยตนเอง ไม่มีระบบยิงงานเข้าคนขับ หรือระบบรับงานแบบอัตโนมัติ แต่สมาร์ทโฟนกดงานก็ไม่จำเป็นต้องมีราคาที่สูงเสมอไป เพราะในปัจจุบันสมาร์ทโฟนในช่วงราคา 10,000 บาท ก็สามารถใช้กดงาน รวมถึงใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวันได้อย่างคล่องตัวแล้ว มาดูกันดีกว่าว่าจะมีมือถือกดงานรุ่นไหนในงบ 10,000 บาท ที่ได้รับความนิยมจากพี่ๆ ไรเดอร์กันบ้างครับ 

 

HUAWEI nova 5T ราคามือหนึ่ง 8,660 บาท (อ้างอิงราคาจาก Shopee Mall ณ วันที่ 10/12/2020)

แม้ว่าจะเปิดตัวมาร่วมปีแล้ว แต่ HUAWEI nova 5T ก็ยังคงเป็นมือถือที่ได้รับความนิยมจากพี่ๆ ไรเดอร์มาเป็นลำดับที่ 1 จากการทำโพลล์ของทางทีมงาน โดยจากที่ลองสำรวจก็พบว่า สิ่งที่ทำให้ HUAWEI nova 5T เป็นที่นิยมก็เนื่องมาจากสเปกที่ให้ชิปเซ็ต Kirin 980 ตัวเดียวกับ HUAWE Mate20 Series และ P30 Series ซึ่งถือว่าเป็นชิปเซ็ตที่ยังคงมีความแรงเพียงพอต่อการกดงาน ไปจนถึงการใช้งานในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ HUAWEI nova 5T ยังมาพร้อมกับหน้าจอ IPS ขอบไม่โค้งที่สามารถแสดงสีสันได้ยอ่างจัดจ้าน รวมทั้งตัวเครื่องยังมีขนาดที่บางเบาเหมาะแก่การพกตา โดยแม้ว่า HUAWEI nova 5T จะให้แบตเตอรี่มาที่ 3750mAh แต่ก็ทดแทนด้วยชิปเซ็ต Kirin 980 ที่มีจุดเด่นด้านการประหยัดพลังงาน จึงทำให้สามารถใช้งานทั่วไปได้แบบพ้นวันได้โดยไม่ต้องชาร์จซ้ำ

 

Mi 9T Pro / K20 Pro ราคามือสอง 8,500 - 10,000+ บาท

แม้จะหามือ 1 ได้ค่อนข้างยากแล้ว Xiaomi Mi 9T Pro และ K20 Pro ก็ยังคงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง โดยทั้งสองรุ่นมาพร้อมกับจุดเด่นด้านหน้าจอแสดงผล AMOLED แบบไร้ขอบไร้รอยบาากที่สามารถมองเห็นคอนเทนต์ต่างๆ ไดอย่างเต็มตา ไม่มีติ่งกวนใจ แต่จุดที่ทำให้ Mi 9T Pro / K20 Pro น่าสนใจจริงๆ ก็คือ ชิปเซ็ต Snapdragon 855 ที่ในปัจจุบันก็ยังถือว่าเป็นชิปเซ็ตที่มีความแรงพอตัว รวมทั้ง Mi 9T Pro และ K20 Pro ต่างก็มี Custom ROM แบบ Pure Android ไปจนถึง Module ปรับแต่งประสิทธิภาพการทำงาน ให้เลือกเล่นหลากหลาย และที่สำคัญ Mi 9T Pro และ K20 Pro ยังมาพร้อมกับระบบ Dual-GPS ช่วยทำให้การจับสัญญาณ GPS มีความรวดเร็ว และแม่นยำมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

 

POCO F1 ราคามือสองประมาณ 6,000 - 7,000+ บาท

POCO F1 สมาร์ทโฟนที่เคยสร้างความฮือฮาเมื่อปลายปี 2018 ด้วยการเปิดราคาขายเริ่มต้นในไทยเพียง 10,990 บาท แต่จัดเต็มทุกสเปกระดับท็อปในช่วงเวลานั้นไม่ว่าจะเป็น Snapdragon 845, หน้าจอ AMOLED, ระบบระบายความร้อน ไปจนถึงระบบสแกนใบหน้าแบบ 3 มิติ ซึ่งในปัจจุบัน POCO F1 ก็ยังคงได้รับความนิยมจากพี่ๆ ไรเดอร์เดลิเวอรี่อยู่เช่นเดิม เนื่องจากตัวชิปเซ็ต Snapdragon 845 ที่ยังเพียงพอต่อการใช้งานในระดับสูง รวมทั้ง POCO F1 เองก็ยังมีนักพัฒนาที่ยังคอยซัพพอร์ททั้ง Custom ROM ไปจนถึง Module สำหรับรีดประสิทธิภาพการทำงานของตัวเครื่อง และด้วยราคาขายที่ซื้อง่ายขายคล่องแล้ว ก็ส่งผลให้ POCO F1 ยังคงครองตลาดในกลุ่มพี่ๆ ไรเดอร์แม้จะเปิดตัวออกมาแล้วกว่า 2 ปีก็ตาม

 

Xiaomi Mi 9 ราคามือสองประมาณ 8,500 - 9,500 บาท

นอกจาก Mi 9T Pro แล้ว Mi 9 รุ่นเรือธงก็ได้รับความนิยมเช่นเดียวกัน เนื่องจากให้สเปกโดยรวมมาแรงพอสมควรไม่ว่าจะเป็น ชิป Snapdragon 865, หน้าจอ AMOLED หรือ ระบบ GPS คู่ แต่สิ่งที่ทำให้ Mi 9 แตกต่างจากรุ่น Mi 9T Pro หรือ K20 Pro การมาพร้อมกับระบบชาร์จไร้สาย และขนาดตัวเครื่องที่กะทัดรัดกว่า แต่ก็แลกมาด้วยปริมาณแบตเตอรี่ที่น้อยกว่า ส่วน Custom ROM หรือโมดูลต่างๆ นั้น ถือว่ามีให้เลือกใช้หลากหลายไม่ต่างกัน

 

Mi 8 ราคามือสองประมาณ 5,000 - 6,000 บาท

Mi 8 แม้ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นเก่าที่เปิดตัวมาหลายปี แต่สำหรับสเปกแล้วถือว่ายังจัดจ้าน ด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 845 พร้อมหน้าจอ Super AMOLED และระบบ Dual GPS ซึ่งในปัจจุบันรอมต่างๆ รวมไปถึงรอมโมก็ยังคงมีซัพพอร์ตอยู่ ไม่ว่าจะเป็น Pixel Experience, Corvus หรือ crDroid (รอมบางตัวไปถึง Android 11 แล้ว) 

Mi 8

 

Black Shark 2 ราคามือสองประมาณ 8,000 บาท

ปิดท้ายด้วย Black Shark 2 มือถือที่ถือว่าแรงมาตั้งแต่แกะกล่อง ด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 855 ผสานกับจอ AMOLED ที่สู้แสงได้เป็นอย่างดี แต่สิ่งที่ทำให้ Black Shark 2 แตกต่างจากมือถือรุ่นอื่นๆ ก็คือ การมาพร้อมกับโหมดไก่แดง หรือ Ludicrous ที่ช่วยรีดประสิทธิภาพการทำงานของตัวเครื่องให้อยู่ในระดับสูงสุดนั่นเอง

 

นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com


วันที่ : 12/10/2563

Tags :