หน้าแรกมือถือ > รวมข่าวมือถือ > หน้าบทความ ข่าวมือถือ
   
Date : 22/09/2563

รวมมือถือจอ Refresh Rate 90Hz/120Hz ในราคาไม่เกิน 10,000 บาท มีรุ่นเด่นจากแบรนด์ใดบ้าง มาดูกัน

 

สำหรับท่านที่หมั่นติดตามข่าวสารในวงการสมาร์ทโฟนอยู่เป็นประจำก็จะทราบดีว่าหนึ่งในฟีเจอร์ใหม่บนสมาร์ทโฟนในปี 2020 ที่น่าสนใจคือค่า Refresh Rate ของหน้าจอแสดงผลที่มีเพิ่มขึ้นเป็นระดับ 90Hz กับ 120Hz รวมถึงระดับ 144Hz บนสมาร์ทโฟนเกมมิ่งรุ่นใหญ่ ซึ่งแน่นอนว่ายิ่งค่า Refresh Rate มาก ก็ยิ่งทำให้การเปลี่ยนภาพของหน้าจอมีความลื่นไหลมากยิ่งขึ้นไปด้วยนั่นเอง จึงช่วยในเรื่องความลื่นไหลขณะใช้งาน (ข้อมูลเพิ่มเติม : สมาร์ทโฟนจอ 120Hz คืออะไร)

ก่อนหน้านี้สมาร์ทโฟนที่มีจอ Refresh Rate มากกว่า 60Hz มักจะเป็นรุ่นท็อป แต่ในปีนี้สมาร์ทโฟนระดับกลางเองก็เริ่มรองรับมากขึ้นแล้วเช่นกัน ในวันนี้ทางทีมงานจึงได้รวบรวมสมาร์ทโฟนที่มีหน้าจอ Refresh Rate ระดับ 90Hz และ 120Hz ในราคาไม่เกิน 10,000 บาท มาให้ได้ชมกัน ซึ่งจะมีรุ่นเด่นจากแบรนด์ใดบ้างนั้น ไปชมกันเลยค่ะ

 

OPPO A53 : 5,499 บาท

หน้าจอ Refresh Rate ระดับ 90Hz | 5000 mAh + 18W | Triple Camera

สเปก OPPO A53

สมาร์ทโฟนรุ่นน้องใหม่จากตระกูล A-Series ชูโรงที่หน้าจอ 90Hz Neo ขนาด 6.5 นิ้ว มีค่า Refresh Rate ระดับ 90Hz ที่ช่วยให้การใช้งาน และการเล่นเกมลื่นไหลกว่าเดิม บนการดีไซน์ระดับพรีเมียมด้วยฝาหลังเงางามลงโค้งแบบ 3D ที่มีการติดตั้งกล้องหลัง 3 ตัว (Triple Camera) พร้อมแบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh ที่รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 18W Fast Charging ซึ่งใช้ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 460 รุ่นใหม่ จับคู่กับ RAM 4GB + ROM 64GB และมีลำโพง Stereo แบบคู่ พร้อมระบบเสียงแบบ Dirac 2.0 ที่ช่วยเพิ่มอรรถรสความสมจริงของเสียงมากยิ่งขึ้น

 

OPPO A92s : ประมาณ 9,700 บาท

หน้าจอ Refresh Rate ระดับ 120Hz | Dimensity 800 | Dual In-Display Selfie 

สเปก OPPO A92s

สมาร์ทโฟนรุ่นอัปเกรดรองรับ 5G จากตระกูล A Series พร้อมจอไร้ขอบ เจาะรูกล้องหน้าคู่แบบ Dual In-Display Selfie และมีค่า Refresh Rate ระดับ 120Hz พร้อมกล้องหลัง 4 ตัว (Quad Camera) ดีไซน์ใหม่หมดจดเรียงกันในกรอบสี่เหลี่ยมจตุรัสที่มุมบนซ้ายมือ โดยกล้องตัวหลักคมชัดที่ 48 ล้านพิกเซล และแบตเตอรี่ความจุ 4000 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 18W รวมถึงรองรับการเชื่อมต่อเครือข่าย 5G แบบ Dual-Model โดยวางจำหน่ายในประเทศจีน 2 รุ่นย่อย ได้แก่

- รุ่น 6GB+128GB ราคา 2,199 หยวน หรือประมาณ 9,700 บาท
- รุ่น 8GB+128GB ราคา 2,499 หยวน หรือประมาณ 11,000 บาท

 

OPPO A72 5G : ประมาณ 8,500 บาท

หน้าจอ Refresh Rate ระดับ 90Hz | Dimensity 720 | In-Display Selfie

สเปก OPPO A72 5G

สมาร์ทโฟน A Series รุ่นใหม่ มีจุดเด่นเป็นการรองรับ 5G ด้วยชิปเซ็ต Dimensity 720 รุ่นใหม่ และมีแบตเตอรี่ความจุ 4040 mAh ที่รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 18W Fast Charging ผ่านพอร์ตการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C บนดีไซน์จอไร้ขอบเจาะรูกล้องหน้าแบบ Punch-Hole Display ขนาดใหญ่ 6.5 นิ้ว ที่มีค่า Refresh Rate ระดับสูงสุด 90Hz พร้อมฝาหลังเงางามไล่เฉดสีใหม่ล่าสุด ลงขอบโค้งแบบ 2.8D รับกับฝ่ามือขณะถือใช้งาน พร้อมติดตั้งกล้องหลังทั้งหมด 3 ตัว (AI Triple Camera) ที่มีกล้องตัวหลักคมชัด 16 ล้านพิกเซล ประกบกับเลนส์ Ultra-Wide และเลนส์ B&W Portrait

 

realme 6 : 7,999 บาท

หน้าจอ Refresh Rate ระดับ 90Hz | In-Display Selfie | Helio G90T | 30W VOOC Flash Charge 4.0

สเปก realme 6 | รีวิว realme 6 

realme 6 มากับหน้าจอไร้ขอบเจาะรูกล้องหน้า 1 ตัวแบบ In-Display Selfie พร้อมฝาหลังดีไซน์ใหม่ในชื่อ Comet Design ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากดาวหางยามค่ำคืน รองรับเทคโนโลยีป้องกันละอองน้ำ และขับเคลื่อนการทำงานด้วยชิปเซ็ตรุ่นใหม่อย่าง MediaTek Helio G90T ผสานเทคโนโลยี Hyper Boost โดยมีแบตเตอรี่ความจุ 4300 mAh รวมถึงรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วแบบ 30W VOOC Flash Charge 4.0 บนระบบปฏิบัติการ realme UI โดยวางจำหน่ายในประเทศไทยทั้งหมด 2 รุ่นย่อย ได้แก่

- รุ่น 4GB+128GB ราคา 7,999 บาท
- รุ่น 8GB+128GB ราคา 8,999 บาท

 

realme 7 : ประมาณ 6,400 บาท

หน้าจอ Refresh Rate ระดับ 90Hz | Quad Camera 64MP | 5000 mAh + 30W Dart Charge

สเปก realme 7

สมาร์ทโฟนรุ่นต่อยอดจากตระกูลยอดนิยมของทาง realme ที่มีจุดเด่นเป็นหน้าจอ Punch-Hole Display พร้อมค่า Refresh Rate ระดับสูงสุดที่ 90Hz (90Hz Ultra Smooth Display) กับชิปเซ็ตซีรีส์เล่นเกมอย่าง MediaTek Helio G95 จับคู่ RAM สูงสุด 8GB มีแบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 30W Dart Charge ที่สามารถชาร์จจากระดับ 0-50% ได้ในเวลา 26 นาที และมีกล้องหน้าคมชัด 16 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องทั้งมีทั้งหมด 4 ตัว (Quad Camera) คมชัด 64 ล้านพิกเซล โดยเปิดตัวมาทั้งหมด 2 รุ่นย่อย ได้แก่ 

- รุ่น 6GB+64GB ราคา 14,999 รูปี หรือประมาณ 6,400 บาท
- รุ่น 8GB+128GB ราคา 16,999 รูปี หรือประมาณ 7,300 บาท

 

 

POCO X3 NFC : เริ่ม 6,999 บาท

หน้าจอ Refresh Rate ระดับ 120Hz | Qualcomm Snapdragon 732G | 5160 mAh + 33W

สเปก POCO X3 NFC

สมาร์ทโฟนรุ่นแรกของวงการที่มาพร้อมชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 732G รุ่นล่าสุด โดยมีหน้าจอสุดลื่นด้วยค่า Refresh Rate ระดับสูงสุด 120Hz พร้อมค่า Touch Sampling Rate ที่ระดับ 240Hz จับคู่กับ RAM ขนาด 6GB พร้อมแบตเตอรี่ความจุ 5160 mAh ที่รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 33W Fast Charging ผ่านพอร์ต USB Type-C และรองรับลำโพงเสียงแบบคู่ พร้อมระบบเสียง Hi-Res Audio นอกจากนี้ยังมีกล้องหลังทั้งหมด 4 ตัว (Quad Camera) ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล พร้อมเลนส์ Ultra-Wide, เลนส์ Macro และเลนส์ Depth ที่รองรับการถ่ายภาพในทุกระยะ ซึ่งเปิดตัวมาทั้งหมด 2 รุ่นย่อย ได้แก่ 

- รุ่น 6GB+64GB ราคา 6,999 บาท 
- รุ่น 6GB+128GB ราคา 7,999 บาท 

พร้อมโปรโมชั่นราคา Early Brid พิเศษจากทาง JD Central เฉพาะวันนี้ จนถึงวันที่ 30 กันยายนนี้เท่านั้น

- รุ่น 6GB+64GB ราคาพิเศษ 6,499 บาท
- รุ่น 6GB+128GB ราคาพิเศษ 7,199 บาท

 

Huawei Enjoy 20 Pro 5G : ประมาณ 8,800 บาท

หน้าจอ Refresh Rate ระดับ 90Hz | Dimensity 800 | In-Display Selfie | 22.5W HUAWEI SuperCharge

สเปก HUAWEI Enjoy 20 Pro 5G

สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ของทาง Huawei ที่มาพร้อมความสามารถในการเชื่อมต่อเครือข่าย 5G แบบ Dual-Mode (NSA/SA) ด้วยชิปเซ็ตรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง MediaTek Dimensity 800 บนเทคโนโลยีการผลิตระดับ 7nm จับคู่กับ RAM ขนาด 8GB และเด่นที่หน้าจอ Refresh Rate ระดับ 90Hz ความคมชัดระดับ FHD+ รวมถึงมีแบตเตอรี่ความจุ 4000 mAh ที่รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 22.5W HUAWEI SuperCharge และกล้องหลังทั้งหมด 3 ตัว (Triple Camera) ซึ่งประกอบด้วยกล้องหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล, เลนส์ Ultra-Wide และเลนส์ Macro โดยวางจำหน่ายในประเทศจีน 2 รุ่นย่อย ได้แก่

- รุ่น 6GB+128GB ราคา 1,999 หยวน หรือประมาณ 8,800 บาท
- รุ่น 8GB+128GB ราคา 2,299 หยวน หรือประมาณ 10,100 บาท

 

Honor 30 Lite 5G : ประมาณ 9,700 บาท

หน้าจอ Refresh Rate ระดับ 90Hz | Dimensity 800 | 22.5W SuperCharge​

สเปก Honor 30 Lite 5G

มาพร้อมความสามารถในการเชื่อมต่อเครือข่าย 5G แบบ Dual-Mode ด้วยชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 800 รุ่นใหม่ล่าสุด บนการดีไซน์จอไร้ขอบทรงหยดน้ำขนาด 6.5 นิ้ว คมชัดระดับ Full HD+ ที่มีค่า Refresh Rate ระดับ 90Hz พร้อมค่า Touch Sampling Rate ระดับ 180Hz ที่ช่วยให้หน้าจอไหลลื่นขึ้นกว่าเดิม และติดตั้งกล้องหลังทั้งหมด 3 ตัว (AI Triple Camera) รวมถึงมีแบตเตอรี่ความจุ 4000 mAh ที่รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 22.5W SuperCharge โดบวางจำหน่ายทั้งหมด 3 รุ่นย่อย ดังนี้

- รุ่น 6GB+64GB ราคา 1,699 หยวน หรือประมาณ 7,500 บาท
- รุ่น 6GB+128GB ราคา 1,899 หยวน หรือประมาณ 8,400 บาท
- รุ่น 8GB+128GB ราคา 2,199 หยวน หรือประมาณ 9,700 บาท

 

Honor X10 : ประมาณ 8,300 บาท

หน้าจอ Refresh Rate ระดับ 90Hz | Kirin 820 5G | Pop-Up Selfie | 22.5W HUAWEI SuperCharge

สมาร์ทโฟนรุ่นต่อยอดจากตระกูล X Series ที่มาพร้อมการดีไซน์โฉมใหม่ ด้วยจอไร้ขอบอย่างแท้จริง พร้อมกล้องหน้า Pop-Up ที่ซ่อนในตัวเครื่อง โดยมีค่า Refresh Rate ระดับ 90Hz พร้อมค่า Touch Sampling Rate ระดับ 180Hz และรันด้วยชิปรุ่นใหม่อย่าง Kirin 820 5G ที่รองรับ 5G และมีแบตเตอรี่ความจุ 4300 mAh ที่รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 22.5W HUAWEI SuperCharge รวมถึงกล้องหลัง 3 ตัว (Triple Camera) ที่มีกล้องตัวหลักคมชัด 40 ล้านพิกเซล พร้อมเทคโนโลยี RYYB ประกบเลนส์ Ultra-Wide และ Macro รองรับการถ่ายภาพในทุกระยะ โดยวางจำหน่ายในประเทศจีนทั้งหมด 3 รุ่นย่อย ได้แก่ 

- รุ่น 6GB+64GB ราคา 1,899 หยวน หรือประมาณ 8,300 บาท
- รุ่น 6GB+128GB ราคา 2,199 หยวน หรือประมาณ 9,600 บาท
- รุ่น 8GB+128GB ราคา 2,399 หยวน หรือประมาณ 10,500 บาท

 

Redmi K30 Ultra : ประมาณ 9,800 บาท

หน้าจอ Refresh Rate ระดับ 120Hz | Dimensity 1000+ | Pop-Up Selfie | 4500 mAh + 33W 

สเปก Redmi K30 Ultra

สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จากซีรีส์ Redmi K30 ที่มาพร้อมชิปเซ็ต Dimensity 1000+ รุ่นใหม่ล่าสุดจากทาง MediaTek และมีจุดเด่นเป็นหน้าจอ AMOLED ที่มี Refresh Rate สูงสุด 120Hz รวมถึงกล้องหน้าเซลฟี่ที่ซ่อนในตัวเครื่องแบบ Pop-Up ผสานกล้องหลัง 4 ตัว (Quad Camera) ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล และมีแบตเตอรี่ความจุ 4500 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 33W Fast Charging ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 รุ่นย่อย ดังนี้

- รุ่น 6GB+128GB ราคา 1,999 หยวน หรือประมาณ 8,900 บาท
- รุ่น 8GB+128GB ราคา 2,199 หยวน หรือประมาณ 9,800 บาท
- รุ่น 8GB+256GB ราคา 2,499 หยวน หรือประมาณ 11,200 บาท
- รุ่น 8GB+512GB ราคา 2,699 หยวน หรือประมาณ 12,100 บาท

 

Redmi K30i 5G : ประมาณ 8,300 บาท

หน้าจอ Refresh Rate ระดับ 120Hz | Snapdragon 765G | Dual In-Display Selfie | 4500 mAh + 30W Fast Charging

สเปก Redmi K30i 5G

สมาร์ทโฟนเรือธง 5G รุ่นเล็ก ที่มากับหน้าจอไร้ขอบเจาะรูกล้องหน้าคู่แบบ Dual In-Display Selfie โดยมีค่า Refresh Rate ระดับ 120Hz ความคมชัดระดับ FHD+ พร้อมรันด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 765G และกล้องหลัง 4 ตัว (Quad Camera) ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล รวมถึงแบตเตอรี่ความจุ 4500 mAh ที่รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 30W Fast Charging

 

iQOO Z1x 5G : ประมาณ 8,900 บาท

หน้าจอ Refresh Rate ระดับ 120Hz | Snapdragon 765G | In-Display Selfie | 5000 mAh + 33W Vivo FlashCharge

สเปก iQOO Z1x

ชูโรงที่การเชื่อมต่อเครือข่าย 5G ด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 765G พร้อมแบตเตอรี่จุใจ 5000 mAh ที่รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 33W Vivo FlashCharge บนดีไซน์จอไร้ขอบเจาะรูกล้องหน้าแบบ Punch-Hole Display ที่มี Refresh Rate ระดับสูงสุดที่ 120Hz พร้อมติดตั้งกล้องหลังทั้งหมด 3 ตัว (Triple Camera) กับกล้องหลักคมชัด 48 ล้านพิกเซล โดยวางจำหน่ายแยกเป็น 4 รุ่นย่อย ได้แก่

- รุ่น 6GB+64GB ราคา 1,598 หยวน หรือประมาณ 7,100 บาท
- รุ่น 6GB+128GB ราคา 1,798 หยวน หรือประมาณ 8,000 บาท
- รุ่น 8GB+128GB ราคา 1,998 หยวน หรือประมาณ 8,900 บาท
- รุ่น 8GB+256GB ราคา 2,298 หยวน หรือประมาณ 10,200 บาท

 

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับสมาร์ทโฟนหน้าจอ Refresh Rate ระดับ 90Hz/120Hz จากแบรนด์ชั้นนำ ในราคาไม่เกิน 10,000 บาท ที่ทางทีมงานได้รวบรวมมาให้ได้ชมกัน จะเห็นได้ว่าแต่ละรุ่นล้วนแต่เป็นรุ่นที่ใหม่ของแต่ละแบรนด์ ที่มีความโดดเด่นแตกต่างกันออกไป และมาพร้อมกับฟีเจอร์ที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้ทุกด้าน

แต่อย่างไรก็ดี การเลือกซื้อสมาร์ทโฟนสักเครื่องหนึ่งยังมีคุณสมบัติอื่นๆ ที่ผู้ใช้ให้ความสำคัญไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็น การดีไซน์ตัวเครื่อง, ขนาดของหน้าจอแสดงผล, ชิปเซ็ตประมวลผล, หน่วยความจำแรม (RAM), หน่วยความจำภายใน, กล้องถ่ายภาพ และเวอร์ชันของระบบปฏิบัติการ รวมถึงฟีเจอร์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในด้านอื่นๆ อีกมากมาย

ทั้งนี้จึงขึ้นอยู่กับตัวผู้ใช้เอง ว่ามีความชื่นชอบสมาร์ทโฟนรุ่นใดมากที่สุด ทั้งในด้านการดีไซน์ว่าสวยถูกใจขนาดไหน และฟีเจอร์ด้านในสามารถพร้อมตอบโจทย์การใช้งานของตนเองได้ครบถ้วนหรือไม่ ซึ่งหากว่าได้ทดลองใช้งานในเบื้องต้น แล้วเกิดความพึงพอใจ ก็ถือได้ว่าสมาร์ทโฟนรุ่นนั้นคุ้มค่าแก่การจับจองเป็นเจ้าของแล้วค่ะ สำหรับวันนี้ทางทีมงานต้องขอลาไปก่อน พบกันใหม่ในบทความหน้า สวัสดีค่ะ

 

นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com


วันที่ : 22/09/2563