หน้าแรก >> รวมข่าวมือถือ >> News
   
Date : 14/5/2562

[รีวิว] JBL Endurance DIVE หูฟังสปอร์ตไร้สายฟังเพลงได้ไม่ต้องง้อบลูทูธ ตอบโจทย์ครอบคลุมทั้งการออกกำลังกายและการใช้งานทั่วไป ในราคา 3,990 บาท

 

กลับมาพบกันอีกครั้งกับรีวิวแก็ดเจ็ตรุ่นใหม่ล่าสุดโดยทีมงาน Thaimobilecenter ครับ หลังจากที่เราได้รีวิวหูฟังตระกูล Endurance ไปแล้ว 3 รุ่น นั่นคือ JBL Endurance SPRINT สำหรับการวิ่ง, JBL Endurance JUMP สำหรับกีฬาที่ต้องกระโดด และ, JBL Endurance PEAK สำหรับการปีนเขาและกีฬา Extreme และในวันนี้ก็ถึงคิวของหูฟังรุ่นที่ 4 ซึ่งก็คือ JBL Endurance DIVE สำหรับกีฬาว่ายน้ำครับ

JBL Endurance DIVE เป็นหูฟังไร้สายที่มีวัสดุและดีไซน์ภายนอกคล้ายกับรุ่น JUMP มาก แต่ความพิเศษของรุ่นนี้คือมีเครื่องเล่น MP3 ในตัว พร้อมหน่วยความจำในตัว 1 GB ที่เก็บเพลงได้ประมาณ 200 เพลง ทำให้ฟังเพลงได้โดยไม่ต้องเชื่อมต่อ Bluetooth ตลอดเวลา และไม่ต้องกังวลว่าเราจะหลุดจากระยะ Bluetooth ในทางกลับกัน ตัวหูฟังก็ยังเชื่อมต่อ Bluetooth เพื่อฟังเพลงจากสมาร์ทโฟนและคุยโทรศัพท์ได้ พร้อมกันนี้ตัวหูฟังยังกันน้ำตามมาตรฐาน IPX7 ที่กันน้ำลึก 1.5 เมตรได้นานถึง 30 นาที และใช้งานได้สูงสุดถึง 8 ชั่วโมง JBL Endurance DIVE จึงเป็นหูฟังสปอร์ตที่ไม่ได้ตอบโจทย์การใช้งานระหว่างออกกำลังอย่างเดียว แต่ยังตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างครบถ้วนด้วย

จากคุณสมบัติที่กล่าวมานับว่า JBL Endurance DIVE เป็นหูฟังที่น่าสนใจไม่แพ้ตระกูล Endurance รุ่นอื่นๆ เลยทีเดียว เพื่อไม่ให้เสียเวลาเราไปชมรีวิวหูฟัง JBL Endurance DIVE กันเลยครับ

ฟีเจอร์เด่นของหูฟัง JBL Endurance DIVE

  • มีเครื่องเล่น MP3 ในตัว จึงเล่นเพลงได้โดยไม่จำเป็นต้องต่อ Bluetooth
  • ดีไซน์แบบ PowerHook เปิด-ปิดหูฟังอัตโนมัติเมื่อสวมใส่และถอดออก
  • เทคโนโลยี TwistLock สวมใส่ง่ายและกระชับแน่นเข้ากับใบหู
  • ใช้งานได้ยาวนาน 8 ชั่วโมงด้วยการชาร์จเพียงครั้งเดียว
  • มีไมโครโฟนในตัว
  • ควบคุมผ่านระบบสัมผัสบนตัวหูฟังได้โดยตรง
  • กันน้ำและเหงื่อตามมาตรฐาน IPX7
  • มาพร้อมซองซิลิโคนสำหรับเก็บหูฟัง

 

สเปกเบื้องต้นของหูฟัง JBL Endurance DIVE

  • ขนาดไดร์ฟเวอร์ : 10mm (Dynamic Driver)
  • Impedance : 16.0 ohms
  • Dynamic Frequency Response Range : 20Hz - 20kHz
  • แบตเตอรี่แบบ Li-Ion ขนาด 120 mAh, 3.7V
  • ใช้เวลาในการชาร์จแบตเตอรี่จาก 0% จนเต็ม 100% ที่ 2 ชั่วโมง
  • รองรับระบบชาร์จเร็ว การชาร์จเพียง 10 นาที สามารถใช้งานได้นาน 1 ชั่วโมง
  • รองรับการใช้งานด้านการฟังเพลงนานสูงสุด 8 ชั่วโมง
  • รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth เวอร์ชัน 4.2
  • Bluetooth Transmitter Frequency Range : 2.402GHz-2.48GHz
  • กันน้ำตามมาตรฐาน IPX7 สามารถอยู่ในน้ำลึก 1.30 เมตร ได้นาน 30 นาที
  • มาพร้อมเครื่องเล่น MP3 ในตัว
  • ควบคุมการทำงานด้วยระบบสัมผัส
  • สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนและใช้รับสายโทรศัพท์ได้

 

ดีไซน์และการใช้งาน

JBL Endurance DIVE เป็นหูฟังแบบ in-ear คล้องใบหู และมีสายคล้องหนา และเหนียว โค้งรับกับท้ายทอยได้พอดีและไม่ยาวเกะกะ ดีไซน์โดยรวมเหมือนรุ่น JUMP มาก หากมองเผินๆ อาจจะแยกไม่ออก จุดสังเกตก็คือ หูฟังข้างขวาของรุ่น DIVE จะมีไฟเตือน 3 ขีด และสัญลักษณ์ Bluetooth ในขณะที่รุ่น JUMP จะมีไฟบอกสถานะแค่ดวงเดียว

 

ขาคล้องยังคงเป็นดีไซน์แบบ PowerHook ที่มีแม่เหล็กติดตั้งไว้ ซึ่งจะดูดหูฟังเข้ากับขาคล้องเมื่อไม่ได้ใช้งาน เมื่อหูฟังกับขาคล้องสัมผัสกันหูฟังจะปิดการทำงานโดยอัตโนมัติ และเมื่อหยิบขึ้นมาใส่ หูฟังก็จะทำงานและเชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์ที่เคยจับคู่กันผ่านบลูทูธไปแล้วทันที

 

การควบคุมทั้งหมดจะใช้การสัมผัสลงบนโลโก้ JBL บนหูฟังด้านขวา โดยมีไฟบอกสถานะ 2 ดวง เมื่อใช้งานไฟ Bluetooth จะติดขึ้น โดยไฟสีแดงหมายถึงไม่ด้เชื่อมต่อ Bluetooth, ไฟกระพริบสีน้ำเงิน หมายถึงกำลังเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ที่บันทึกไว้ และไฟนิ่งสีน้ำเงิน หมายถึงการเชื่อมต่อสำเร็จพร้อมใช้งาน

สำหรับการควบคุมหูฟังด้วยการสัมผัสนั้น มีวิธีการดังนี้ :

  • การฟังเพลง
    • แตะ 1 ครั้ง : หยุด-เล่นเพลง
    • แตะ 2 ครั้ง : เล่นเพลงถัดไป
    • แตะ 3 ครั้ง : เล่นเพลงก่อนหน้า
    • เลื่อนขึ้น-ลง : ปรับระดับเสียง
  • การโทรศัพท์
    • แตะ 1 ครั้ง : รับสาย-วางสาย
    • แตะ 2 ครั้ง : ตัดสาย
  • การฟังเพลงจากหน่วยความจำภายใน
    • ในโหมดนี้จะเป็นการฟังเพลงจากเครื่องเล่นเพลง MP3 ในตัวหูฟัง ซึ่งจะดึงเพลงจากหน่วยความจำภายในขนาด 1 GB สามารถสลับเข้าสู่โหมดนี้ได้ด้วยการแตะที่โลโก้ JBL ค้างไว้ 5 วินาทีจนปรากฏไฟสีเขียวขึ้น หากต้องการกลับมาฟังเพลงผ่าน Bluetooth อีกครั้ง ให้แตะที่โลโก้ JBL ค้างไว้ 5 วินาทีเช่นเดิม

 

JBL Endurance DIVE มีแบตเตอรี่ขนาด 120 mAh ฟังเพลงได้นานสุด 8 ชั่วโมง และใช้เวลาชาร์จจาก 0% จนเต็ม 100% ประมาณ 2 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม เราไม่จำเป็นต้องชาร์จให้เต็มทุกครั้ง เพราะเพียงแค่ชาร์จ 10 นาที ก็สามารถใช้งานได้ถึง 1 ชั่วโมงเต็มๆ ส่วนการชาร์จแบตเตอรี่จะชาร์จผ่านพอร์ต microUSB ที่หูฟังด้านขวา แต่ทั้งนี้จะไม่มีอแดปเตอร์ชาร์จมาให้ในกล่อง จึงต้องใช้อแดปเตอร์ของสมาร์ทโฟนแทน หรือจะชาร์จผ่านคอมพิวเตอร์ก็ได้

 

นอกจากตัวหูฟังและสาย USB แล้ว ในกล่องยังมีจุกหูฟังซิลิโคน 3 ขนาด ได้แก่ S, M และ L (ติดอยู่กับตัวหูฟังแล้ว 1 คู่) และซองซิลิโคนสำหรับเก็บหูฟังด้วย


ทดสอบการใช้งานและคุณภาพเสียง

สำหรับการจับคู่ JBL Endurance DIVE กับสมาร์ทโฟนครั้งแรก ให้เราแตะที่โลโก้ JBL บนหูฟังด้านขวาค้างไว้สักครู่เพื่อเปิดการทำงาน จนกระทั่งมีไฟสีน้ำเงินกระพริบขึ้นมา จากนั้นให้เราเปิด Bluetooth บนสมาร์ทโฟน และเลือกเชื่อมต่อกับ JBL Endurance DIVE เมื่อเชื่อมต่อสำเร็จไฟสีนำเงินจะเปลี่ยนเป็นไฟนิ่ง สำหรับครั้งต่อๆ ไปหูฟังจะเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนของเราโดยอัตโนมัติเมื่ออยู่ในระยะ Bluetooth

 

เนื่องจาก JBL Endurance DIVE มีหน่วยความจำภายใน 1 GB และเล่นเพลงได้ในตัว เราจึงสามารถนำเพลงจากคอมพิวเตอร์เข้ามาใส่ในหูฟังได้ด้วยารเชื่อมต่อหูฟังเข้ากับคอมพิวเตอร์ผ่านสาย USB จากนั้นก็ copy เพลงในเครื่องเข้าไปในไดรฟ์ของหูฟังได้เลย ไม่จำเป็นต้องติดตั้ง Driver หรือซอฟต์แวร์พิเศษใดๆ

 

หน่วยความจำ 1 GB ในหูฟังสามารถจุเพลงได้ประมาณ 200 เพลง แต่จะรองรับเฉพาะไฟล์ตระกูล MP3 เท่านั้น หากเป็นไฟล์ตระกูลอื่นจะเปิดเล่นไม่ได้ ส่วนการเล่นเพลงจะเป็นแบบสุ่ม ในกรณีที่ต้องการใช้ในขณะว่ายน้ำ จะต้องล็อกระบบสัมผัสก่อนเพื่อป้องกันไม่ให้หูฟังทำงานเอง เมื่อล็อกระบบสัมผัสแล้ว จะปรากฏเป็นไฟสีเขียวกระพริบ


ในส่วนของคุณภาพเสียงจะใกล้เคียงกับหูฟังตระกูล Endurance รุ่นอื่นๆ รวมแล้วนับว่าอยู่ในเกณฑ์ดี โดยเสียงเบสจะแน่นแต่มีอิมแพ็คไม่มาก เสียงแหลมมีความคมและใส ไม่บาดหู และทอดยาวได้ไกลในระดับหนึ่ง, เสียงร้องค่อนข้างโดดเด่นกว่าย่านอื่นๆ โดยมีความชัดและใส มีตำแหน่งอยู่ด้านหน้าเครื่องดนตรีเล็กน้อย ส่วนเวทีเสียง มีความกว้างพอประมาณ เสียงเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นจะอยู่ใกล้ๆ แต่ไม่ทับกัน และสำหรับการโทรศัพท์นั้น คุณภาพเสียงและการตัดเสียงรบกวนถือว่าทำได้ดีในระดับหนึ่ง

 

สรุปการรีวิว

JBL Endurance DIVE เป็นหูฟังไร้สายที่มีคุณสมบัติเฉพาะตัวแตกต่างจากหูฟังทั่วๆ ไป ตรงที่สามารถเก็บเพลงและเล่นเพลงได้ด้วยตัวเองโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการเชื่อมต่อ Bluetooth จึงมีอิสระในการใช้งานมากกว่า ในขณะเดียวกันก็ยังตอบสนองการใช้งานแบบ Bluetooth ได้เต็มที่ทั้งการฟังเพลงและการโทรแบบ hand-free อีกทั้งยังมีดีไซน์คล่องตัวไม่เกะกะและกันน้ำได้ตามแบบฉบับของหูฟังสปอร์ต ทำให้รองรับการใช้งานได้ในทุกสถานการณ์ ด้วยคุณสมบัติที่ครบเครื่องนี้เอง ทำให้ JBL Endurance DIVE เป็นหูฟังสปอร์ตที่ไม่ได้จำกัดการใช้งานอยู่แค่การออกกำลังกาย หรือการว่ายน้ำเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังตอบโจทย์การใช้งานทั่วๆ ไปในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดีด้วย

หูฟังไร้สาย JBL Endurance DIVE มีให้เลือกทั้งหมด 5 สี ได้แก่ สีดำ, สีน้ำเงิน, สีแดง, สีเขียว และสีเหลือง วางจำหน่ายแล้ววันนี้ในราคา 3,990 บาท สามารถหาซื้อได้ที่ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ หรืออ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.mahajaklife.com

 

 

บทความรีวิวโดย : thaimobilecenter.com

 

วันที่ : 14/5/2562

 แสดงความคิดเห็นที่นี่