รีวิว (Review) JBL Boombox ลำโพงบลูทูธกันน้ำไซส์ยักษ์ พร้อมพลังเสียงสุดกระหึ่ม และแบตจุใจใช้ได้นานถึง 24 ชั่วโมง ในราคา 17,900 บาท
ย้อนกลับไปในงานมหกรรมแสดงสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ครั้งยิ่งใหญ่ หรือ IFA เมื่อช่วงปลายปี 2017 แบรนด์ผู้ผลิตลำโพงชั้นนำระดับโลกอย่าง JBL ได้ทำการเปิดตัวลำโพงบลูทูธ 2 รุ่นใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมกับความสามารถรอบด้าน ประกอบไปด้วย JBL Link ที่รองรับการสั่งงานด้วยผู้ช่วยอัจฉริยะ และ JBL Boombox ลำโพงตัวท็อปไซส์ยักษ์ที่มาพร้อมกับจุดเด่นด้านพลังเสียง และแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานถึง 24 ชม.
ล่าสุดนี้ก็มีข่าวดีออกมาว่า ทาง มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด ผู้นำเข้า และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ JBL ในประเทศไทย ได้มีการนำเอา JBL Boombox เข้ามาวางจำหน่ายเพื่อให้ผู้ใช้ในบ้านเราได้จับจองเป็นเจ้าของกันด้วย ดังนั้นในวันนี้ทางทีมงาน Thaimobilecenter จึงขอโอกาสนำเอารีวิว JBL Boombox มาให้ทุกท่านได้รับชมเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ โดยการใช้งานจริงจะเป็นอย่างไร พลังเสียงมีความกระหึ่มคมชัดมากน้อยแค่ไหน เราไปติดตามกันได้เลยครับ

JBL Boombox มาพร้อมกับดีไซน์ทรงกระบอกขนาดใหญ่ โดยมีสัดส่วนอยู่ที่ 254.5x795x195.5 มิลลิเมตร น้ำหนักประมาณ 5.25 กิโลกรัม พร้อมหูจับขนาดใหญ่ด้านบน ทำให้สามารถพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้

ด้วยความที่ตัวเครื่องมีขนาดใหญ่นี่เอง ทำให้ภายในมีพื้นที่สำหรับติดตั้งขุมพลังเสียงของรุ่นนี้เอาไว้อย่างเต็มสูบ ด้วยลำโพงทวิตเตอร์ขนาด 20 มม. ด้านหน้าของตัวเครื่อง จำนวน 2 ดอก ที่ให้พลังเสียงดังกระหึ่ม พร้อมซัฟวูฟเวอร์ขนาด 4 นิ้วทั้งหมด 2 ตัว แถมภายในยังมีแบตเตอรี่ในตัวสูงถึง 20,000mAh ทำให้สามารถใช้งานได้อย่างยาวนาน ซึ่งทาง JBL ระบุว่า Boombox สามารถเปิดเล่นเพลงได้นานต่อเนื่องสูงสุด 24 ชั่วโมงเลยทีเดียว

ส่วนที่ด้านข้างมาพร้อมระบบ JBL Bass Radiators สำหรับช่วยขับเสียงเบส

ที่ด้านหลังมาพร้อมกับพอร์ตเชื่อมต่อแบบครบครัน ประกอบด้วย พอร์ต AUX สำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์อื่นเข้ากับลำโพง, พอร์ต USB สำหรับเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเพื่อชาร์จแบตเตอรี่ (สามารถชาร์จแบตเตอรี่ให้กับสมาร์ทโฟนได้พร้อมกัน 2 เครื่อง), พอร์ต microUSB สำหรับเชื่อมต่อลำโพง JBL Boombox เข้ากับคอมพิวเตอร์เพื่ออัปเกรดเฟิร์มแวร์ และพอร์ตสำหรับเชื่อมต่อกับอแดปเตอร์เพื่อชาร์จแบตเตอรี่ให้กับ JBL Boombox

ส่วนทางด้านซ้ายเป็นปุ่มสำหรับปรับรูปแบบการขับเสียงของ JBL Boombox โดยมีให้เลือกทั้งหมด 2 โหมด ได้แก่ โหมด Indoor สำหรับใช้ฟังภายในอาคารที่จะให้เสียงแบบมีมิติ ครบทุกย่านเสียง และโหมด Outdoor สำหรับใช้ฟังที่สถานที่กลางแจ้ง ซึ่งจะให้เสียงกลางที่พุ่ง และมีความดังกังวานมากกว่าเล็กน้อย

ที่ด้านล่างเป็นฐานตั้งตัวลำโพง ที่สามารถยึดเกาะกับพื้นผิวต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

บอดี้ของ JBL มีการบุด้วยผ้ารอบตัวเครื่อง พร้อมคุณสมบัติในการกันน้ำที่ระดับ IPX7 โดยสามารถกันน้ำได้ลึก 1.5 เมตร เป็นเวลานานสุด 30 นาที ซึ่งน่าจะตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการลำโพงพกพาสำหรับใช้งานกลางแจ้ง ริมสระน้ำ หรือใช้ตามงานปาร์ตี้ต่างๆ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำเข้า แต่ควรปิดพอร์ตเชื่อมต่อต่างๆ ให้แน่นสนิท

ที่ด้านบนของตัวเครื่องมาพร้อมกับปุ่มควบคุมต่างๆ ประกอบด้วย ปุ่มเปิด-ปิด การเชื่อมต่อบลูธูธ ปุ่มลดระดับเสียง ปุ่ม Power สำหรับเปิด-ปิดเครื่อง ปุ่ม JBL Connet+ สำหรับเชื่อมต่อลำโพง JBL Boombox เข้ากับลำโพง JBL รุ่นอื่นๆ ได้มากกว่า 100 ตัว, ปุ่มเพิ่มระดับเสียง และปุ่มเล่นหรือหยุดเพลง และยังใช้เป็นปุ่มคีย์ลัดสำหรับเรียกใช้งานฟังก์ชันผู้ช่วยอัจฉริยะของสมาร์ทโฟนรุ่นต่างๆ


สำหรับการเชื่อมต่อ JBL Boombox เข้ากับสมาร์ทโฟนก็สามารถทำได้อย่างง่ายดาย โดยเริ่มแรกให้เปิดกดการไอคอนบลูทูธบน JBL Boombox เสียก่อน จากนั้นให้เปิดการเชื่อมต่อบลูทูธบนสมาร์ทโฟน และเลือก JBL Boombox เพื่อทำการเชื่อมต่อ เพียงเท่านี้ก็เรียบร้อยแล้ว


นอกจากนี้ JBL Boombox ยังรองรับการสั่งการผ่านแอปพลิเคชัน JBL Connect บนสมาร์ทโฟน โดยภายในแอปพลิเคชัน ผู้ใช้สามารถตรวจสอบสถานะแบตเตอรี่ของ JBL Boombox รวมไปถึงการสั่งงานผ่านโหมดพิเศษทั้งหมด 2 โหมดในชื่อ Party และ Stereo


สำหรับโหมด Party จะเป็นการเชื่อมต่อลำโพงของ JBL ที่มีฟังก์ชัน JBL Connect+ เข้าด้วยกันได้สูงสุดถึง 100 ตัว ส่วนโหมด Stereo จะเป็นการเชื่อมต่อลำโพง JBL ทั้งหมด 2 ตัวเข้าด้วยกัน เพื่อแยกการเล่นเสียงแบบซ้าย-ขวา


นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังสามารถกำหนดคีย์ลัดของปุ่ม Play, ควบคุมการเปิด Speakerphone, หรือการปรับเปลี่ยนโหมดการขับเสียงแบบ Indoor หรือ Outdoor บนตัวลำโพง JBL Boombox ได้อีกด้วย
ทดสอบเสียงของ JBL Boombox
สรุปผลการทดสอบ

สำหรับแนวเสียงของ JBL Boombox ถือว่าเหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบการฟังเพลงที่มีจังหวะสนุกสนาน เช่น เพลงอิเล็กทรอนิกส์แดนส์ (EDM), Hip Hop หรือเพลงที่เน้นเสียงย่านต่ำเป็นหลัก เนื่องจากเสียงเบสของ JBL Boombox ค่อนข้างมีมวลที่แน่น และเก็บตัวเร็ว ไม่มีอาการบวม หรือเบลอ ให้เห็น ส่วนทางด้านเสียงกลางมีความพุ่ง ไม่จมไปกับเสียงดนตรีด้านหลัง ทำให้สามารถรับฟังเสียงนักร้องได้อย่างเต็มอารมณ์
นอกจากนี้ โหมดการเล่นเสียงแบบ Indoor และ Outdoor ที่ติดตั้งมาไว้ใน JBL Boombox ก็ถือว่าตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในบ้าน และการใช้งานนอกบ้านเป็นอย่างมาก โดยในโหมด Indoor นั้น เสียงจะออกมาจากทางด้านหน้าของตัวลำโพง พร้อมกับเสียงเบสที่มีอิมแพค เหมาะกับการรับฟังในบ้าน ส่วนโหมด Outdoor เสียงเบสจะมีอิมแพคที่น้อยกว่าโหมด Indoor แต่เสียงทั้งหมดจะถูกกระจายไปยังด้านข้างของตัวลำโพง เพื่อขยายเสียงให้ไกลมากยิ่งขึ้น ซึ่งนับว่าเหมาะกับการนำไปใช้งานนอกสถานที่ หรือจัดงานปาร์ตี้ เป็นอย่างมาก
ส่วนการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนก็ถือว่าทำได้อย่างง่ายดาย พร้อมทั้งยังสามารถควบคุมตัวลำโพงได้ผ่านแอปพลิเคชัน JBL Connect ทำให้ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องกดปุ่มบนตัวลำโพงให้ยุ่งยาก ซึ่งนับว่าสะดวกพอสมควร รวมทั้งยังมีฟังก์ชัน JBL Connect+ สำหรับเชื่อมต่อกับลำโพง JBL รุ่นอื่นๆ เข้าด้วยกันได้มากกว่า 100 ตัว เพื่อขยายกำลังเสียงให้ดังมากขึ้น รวมทั้งยังมีโหมด Stereo สำหรับแยกเสียงเล่นซ้ายขวาได้อีกด้วย
สำหรับ JBL Boombox เปิดราคาวางจำหน่ายในประเทศไทยที่ 17,900 บาท ซึ่งหากใครที่สนใจก็สามารถเข้าไปทดลองใช้งานเบื้องต้นที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.mahajaklife.com
นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com
วันที่ : 4/6/2561

