ผลทดสอบเผย iPhone XR คือ iPhone ที่แบตอึดที่สุดเท่าที่เคยมีมา และอึดกว่า iPhone XS Max
ถึงแม้ว่า iPhone XR จะถูกจัดเป็น "iPhone รุ่นประหยัด" ประจำปี 2018 ที่มีฟีเจอร์ไม่หวือหวาเท่า iPhone XS และ XS Max แต่หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่าจริงๆ แล้ว iPhone รุ่นนี้มีคุณสมบัติสำคัญอย่างหนึ่งที่เหนือกว่ารุ่นพี่ทั้ง 2 รุ่น และเหนือกว่า iPhone ทุกรุ่นที่เคยมีมา นั่นคือความอึดของแบตเตอรี่ครับ

กราฟเปรียบเทียบอายุแบตเตอรี่ของสมาร์ทโฟนรุ่นต่างๆ โดย Phone Arena
ข้อเท็จจริงดังกล่าวได้รับการยืนยันจากเว็บไซต์ Phone Arena ซึ่งอ้างว่าได้ทำการรีวิว iPhone XR และทดสอบระยะเวลาการใช้งานของแบตเตอรี่ และพบว่า iPhone XR สามารถรองรับการเปิดใช้งานหน้าจอต่อเนื่องได้นานถึง 11 ชั่วโมง ทำลายสถิติเดิมของ iPhone 8 Plus ที่เคยทำไว้ที่ 10 ชั่วโมงครึ่ง และนับเป็น iPhone รุ่นที่แบตอึดที่สุดเท่าที่ทาง Phone Arena เคยทดสอบมา ซึ่งความอึดระดับนี้ iPhone XR จะสามารถรองรับการใช้งานทั่วไปได้นานถึง 2 วันเลยทีเดียว

ข้อมูลสเปกบนเว็บไซต์ Apple
นอกจากผลการทดสอบโดย Phone Arena แล้ว ข้อมูลที่ระบุไว้บนเว็บไซต์ของ Apple เองก็ยังยืนยันไปในทางเดียวกัน โดยระบุว่า iPhone XR มีอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานกว่า iPhone 8 Plus และ 1 ชั่วโมงครึ่ง โดยรองรับการใช้งานแบบเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตต่อเนื่องได้ 15 ชั่วโมง, รองรับการเล่นวิดีโอพร้อมเชื่อมต่อ WiFi ได้ 16 ชั่วโมง และฟังเพลงพร้อมเชื่อมต่อ WiFi ได้นานถึง 65 ชั่วโมง
คลิปการแกะ iPhone XR โดย iFixit
สำหรับข้อมูลเชิงเทคนิคอย่างตัวเลขความจุของแบตเตอรี่นั้น Apple ไม่ได้เปิดเผยออกมาตรงๆ แต่จากการแกะสำรวจตัวเครื่องโดย iFixit พบว่า แบตเตอรี่ของ iPhone XR มีแรงดันไฟฟ้า 3.79V และมีกำลังไฟฟ้า 11.16Wh เมื่อนำทั้งสองค่ามาคำนวณ จะได้ความจุของแบตเตอรี่ประมาณ 3000mAh ซึ่งเป็นความจุที่ไม่มากเลยเมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นอื่นๆ แต่ปัจจัยที่ส่งผลให้ iPhone XR มีอายุแบตเตอรี่ที่ยาวนาน ส่วนหนึ่งมาจากหน้าจอแสดงผลขนาด 6.1 นิ้วที่มีความละเอียดเพียง HD+ (1792x828 พิกเซล) ทำให้กินพลังงานน้อยกว่า iPhone XS และ XS Max ที่มีหน้าจอความละเอียด Full HD+ รวมไปถึงความสามารถในการจัดการพลังงานของชิป Apple A12 Bionic และระบบปฏิบัติการ iOS ด้วย
อย่างไรก็ตาม iPhone XR ชาร์จแบตเตอรี่ได้ช้ามาก เนื่องจากอแดปเตอร์ที่มีมาให้ในกล่องนั้นมีกำลังไฟเพียง 5W ทำให้การชาร์จจาก 0% - 100% ใช้เวลานานถึง 3 ชั่วโมง หากเป็นไปได้ควรหาอแดปเตอร์ชาร์จที่มีกำลังไฟสูงกว่านี้มาใช้งาน เช่นอแดปเตอร์ของ iPad ที่มีกำลังไฟ 12W ซึ่งจะช่วยให้ชาร์จแบตเตอรี่ได้เร็วขึ้นพอสมควรครับ
ที่มา : Phone Arena, iFixit, Apple
วันที่ : 6/11/2561
