หน้าแรกมือถือ > รวมข่าวมือถือ > หน้าบทความ ข่าวมือถือ
   
Date : 22/6/2569

12 เหตุผลที่ควรรอ iPhone 18 Pro ลืออัปเกรดชิป A20 2nm, กล้องใหม่ และ Siri AI บน iOS 27


 

12 เหตุผลที่ควรรอ iPhone 18 Pro

เหลือเวลาอีกเพียงราว 3 เดือนก่อนการเปิดตัวสมาร์ตโฟนเรือธงพรีเมียมรุ่นใหม่ของ Apple แม้คาดว่าจะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ด้านฟังก์ชันการใช้งาน แต่ก็มีหลายฟีเจอร์ที่ถูกลือว่าจะได้รับการอัปเกรดใน iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ Apple มีรายงานว่ากำลังเตรียมเปลี่ยนรอบการเปิดตัว iPhone ครั้งใหญ่ในปีนี้ โดยจะใช้แผนเปิดตัวแบบ 2 ช่วง เริ่มจาก iPhone 18 Series ซึ่งหมายความว่า iPhone 18 Pro, iPhone 18 Pro Max และ iPhone จอพับที่ถูกพูดถึงมานาน หรือ “iPhone Ultra” จะเปิดตัวในเดือนกันยายน 2026 จากนั้นจะตามด้วย iPhone 18, iPhone Air 2 และ iPhone 18e ในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2027

1. ดีไซน์โดยรวม

มีข่าวลือว่า iPhone 18 Pro Series จะยังคงดีไซน์โดยรวมคล้ายกับ iPhone 17 Pro โดยข่าวลือส่วนใหญ่ระบุว่าระบบกล้องหลังจะมีหน้าตาเหมือนรุ่นปัจจุบัน ใช้ดีไซน์ฐานกล้องนูนแบบ “plateau” พร้อมกล้อง 3 ตัวเรียงเป็นทรงสามเหลี่ยม แต่ดัมมีล่าสุดชี้ว่าแผงฐานกล้องอาจหนาขึ้น และเลนส์แต่ละตัวอาจนูนออกมามากกว่าเดิม

ขนาดหน้าจอยังคาดว่าจะไม่เปลี่ยนแปลง โดย iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max จะยังใช้จอขนาด 6.3 นิ้ว และ 6.9 นิ้ว ตามลำดับ ซึ่งเป็นขนาดเดียวกับที่เริ่มใช้ใน iPhone 16 Pro Series

นอกจากนี้ iPhone 18 Pro อาจเลิกใช้ดีไซน์ฝาหลังแบบทูโทนที่พบใน iPhone 17 Pro แล้วเปลี่ยนไปใช้รูปลักษณ์ที่ดูกลมกลืนมากขึ้น โดย Apple ดูเหมือนจะปรับปรุง “กระบวนการเปลี่ยนกระจกฝาหลัง” เพื่อลดความแตกต่างของสีระหว่างกระจก Ceramic Shield 2 กับกรอบอะลูมิเนียม ทำให้ภาพรวมของตัวเครื่องดูเป็นหนึ่งเดียวมากขึ้น

2. แบตเตอรี่ใช้งานได้นานขึ้น

แหล่งข่าวจากจีนระบุว่า iPhone 18 Pro Max จะมาพร้อมแบตเตอรี่ที่ใหญ่ขึ้น เพื่อรักษาจุดเด่นด้านอายุการใช้งานแบตเตอรี่ระดับแถวหน้า โดยผู้ใช้ Weibo ที่ใช้ชื่อว่า “Digital Chat Station” ระบุว่า iPhone 18 Pro Max จะมีความจุแบตเตอรี่ 5,100-5,200 mAh

เมื่อเทียบกันแล้ว iPhone 17 Pro Max เป็น iPhone ที่มีแบตเตอรี่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบันที่ 5,088 mAh และ Apple ระบุว่าสามารถใช้งานได้นานสูงสุด 39 ชั่วโมง

อีกข่าวลือระบุว่า ตัวเครื่องของ iPhone 18 Pro Max จะหนากว่า iPhone 17 Pro Max เล็กน้อย และอาจทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 243 กรัม ซึ่งจะหนักกว่า iPhone 14 Pro Max ราว 3 กรัม โดย iPhone 14 Pro Max ถือเป็นรุ่นที่หนักที่สุดที่ Apple เคยผลิตในปัจจุบัน สาเหตุที่เป็นไปได้มากที่สุดคือแบตเตอรี่ที่ใหญ่ขึ้น

3. Dynamic Island เล็กลง

ยังมีข่าวลือต่อเนื่องว่า iPhone 18 Pro จะมาพร้อม Face ID ใต้หน้าจอหรือไม่ แต่รายงานจากหลายแหล่งยังให้ข้อมูลไม่ตรงกันว่าเทคโนโลยีนี้จะพร้อมใช้งานจริงเมื่อใด หากเกิดขึ้นจริง ระบบกล้อง TrueDepth จะถูกย้ายไปไว้ใต้หน้าจอ และไม่จำเป็นต้องใช้ช่อง Dynamic Island แบบปัจจุบัน

Wayne Ma จาก The Information ระบุว่า Apple ตั้งเป้าใช้ดีไซน์ที่ไม่มี Dynamic Island และแทนที่ด้วยกล้องหน้าแบบรูเข็มเพียงจุดเดียวที่มุมซ้ายบนของหน้าจอ อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวอื่นยังไม่เห็นตรงกัน

Ross Young นักวิเคราะห์จอภาพเชื่อว่า Face ID ใต้หน้าจอมีความเป็นไปได้สำหรับ iPhone 18 Pro แต่ยังคงมี Dynamic Island ขนาดเล็กอยู่ ขณะที่ Mark Gurman จาก Bloomberg ก็รายงานในทิศทางเดียวกันว่า iPhone รุ่นใหม่จะใช้ Dynamic Island ที่เล็กลง ไม่ใช่ตัดออกทั้งหมด

Apple ยังถูกระบุว่ากำลังทดสอบเทคโนโลยีการย่อส่วนกล้องหน้า เพื่อลดขนาดของกล้องหน้าที่อยู่ใน Dynamic Island ปัจจุบัน

ผู้ปล่อยข่าวบน Weibo ที่ใช้ชื่อว่า “Ice Universe” อ้างว่า Dynamic Island บน iPhone 18 Pro จะมีความกว้างแคบลงประมาณ 35% เมื่อเทียบกับ iPhone 17 Pro โดยระบุว่าจะกว้างราว 13.5 มม. จากเดิมประมาณ 20.7 มม.

ขณะเดียวกัน Instant Digital แหล่งข่าวจากจีนให้ข้อมูลอีกแบบว่า Dynamic Island จะเล็กลงจริง แต่ Face ID ใต้หน้าจอและเทคโนโลยีกล้องใต้หน้าจอจะยังไม่เปิดตัวในปีนี้

ข้อมูลล่าสุดระบุว่า Apple กำลังพิจารณา 2 ทางเลือกสำหรับ Dynamic Island ของ iPhone 18 Pro โดยยังไม่ได้ตัดสินใจขั้นสุดท้าย ทางเลือกแรกคือคงแม่พิมพ์หน้าจอแบบเดียวกับ iPhone 17 Pro ส่วนอีกทางเลือกคือใช้ “Mini Dynamic Island” ที่มีขนาดเล็กลงอย่างมาก จากการย้ายชิ้นส่วนตัวรับและตัวส่งสัญญาณ Face ID ไปไว้ใต้หน้าจอ

4. หน้าจออัปเกรดเป็น LTPO+

มีรายงานว่า iPhone 18 Pro จะใช้เทคโนโลยีจอ LTPO+ ซึ่งควรประหยัดพลังงานมากกว่า LTPO ที่ใช้ใน iPhone 17 Series

การอัปเกรดนี้อาจช่วยให้แบตเตอรี่ใช้งานได้นานขึ้นด้วย เนื่องจาก LTPO+ สามารถควบคุมการเปล่งแสงของจอ OLED ได้ละเอียดกว่า และอาจช่วยให้หน้าจอปรับการทำงานตามสภาพแวดล้อมได้เหมาะสมยิ่งขึ้น เช่น รู้ได้ดีขึ้นว่าควรเพิ่มหรือลดความสว่างตามแหล่งกำเนิดแสงรอบตัว

รายงานระบุว่าแผงหน้าจอจะมาจาก Samsung Display และ LG Display

5. ชิป A20 Pro บนกระบวนการผลิต 2nm

iPhone 18 Pro จะใช้ชิป A20 ของ Apple ซึ่งผลิตบนกระบวนการ 2nm ของ TSMC เพื่อเพิ่มทั้งพลังประมวลผลและประสิทธิภาพด้านพลังงาน

การเปลี่ยนมาใช้การผลิตระดับ 2nm จะเพิ่มความหนาแน่นของทรานซิสเตอร์ และช่วยให้ประสิทธิภาพสูงขึ้น โดยชิป A20 Series คาดว่าจะเร็วขึ้นประมาณ 15% และประหยัดพลังงานดีขึ้นประมาณ 30% เมื่อเทียบกับ A19 Series ที่ใช้ใน iPhone 17

ชิป A20 ของ Apple จะใช้เทคโนโลยีแพ็กเกจ Wafer-Level Multi-Chip Module หรือ WMCM ของ TSMC ซึ่งบ่งชี้ว่าอย่างน้อยบางรุ่นของชิป A20 จะมี RAM รวมอยู่บนเวเฟอร์เดียวกับ CPU, GPU และ Neural Engine แทนที่จะวางอยู่ข้างชิปและเชื่อมต่อผ่าน silicon interposer

แนวทางนี้อาจช่วยให้การทำงานทั่วไปและ Apple Intelligence เร็วขึ้น รวมถึงช่วยยืดอายุแบตเตอรี่จากประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่ดีขึ้น

6. โมเด็ม C2 แทนที่ Qualcomm

Jeff Pu นักวิเคราะห์ซัพพลายเชนระบุว่า Apple มีแผนใส่โมเด็ม C2 รุ่นใหม่ใน iPhone 18 Pro โดยชิปนี้จะต่อยอดจากโมเด็ม C1 ที่เปิดตัวใน iPhone 16e ซึ่งเป็นโมเด็มเซลลูลาร์ที่ Apple พัฒนาขึ้นเองรุ่นแรก และต่อจากชิป C1X ใน iPhone Air ที่ Apple ระบุว่าเร็วกว่า C1 สูงสุด 2 เท่า

C2 คาดว่าจะมาพร้อมความเร็วที่สูงขึ้น ประสิทธิภาพด้านพลังงานที่ดีขึ้น และรองรับ mmWave 5G ในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่ไม่มีใน C1 และ C1X

แผนพัฒนาโมเด็มของ Apple เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ระยะยาวเพื่อลดการพึ่งพา Qualcomm ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้จัดหาโมเด็ม 5G ให้กับ iPhone รุ่นอื่น ๆ ในไลน์อัป โดย Apple พัฒนาชิปเซลลูลาร์ของตัวเองมาหลายปี เพื่อให้ผสานการทำงานได้ลึกขึ้น และควบคุมการจัดการพลังงานกับประสิทธิภาพได้มากขึ้น

7. เซ็นเซอร์กล้องใหม่จาก Samsung

Samsung กำลังพัฒนาเซ็นเซอร์ภาพแบบ stacked 3 ชั้นรุ่นใหม่ ซึ่งมีรายงานว่าเตรียมใช้กับ iPhone 18

เซ็นเซอร์ดังกล่าวถูกเรียกว่า PD-TR-Logic โดยรวมวงจร 3 ชั้นเข้าด้วยกัน ซึ่งจะช่วยให้กล้องตอบสนองได้ดีขึ้น ลด noise และเพิ่ม dynamic range

ข้อมูลนี้มาจากแหล่งข่าวที่รู้จักกันในชื่อ “Jukanlosreve” ซึ่งอ้างว่าเซ็นเซอร์ดังกล่าวถูกพัฒนาโดยเฉพาะสำหรับ iPhone รุ่นปี 2026 ของ Apple

ที่ผ่านมา Sony เป็นผู้จัดหาเซ็นเซอร์ภาพให้ Apple เพียงรายเดียวมาอย่างยาวนาน ดังนั้นการเข้ามาของ Samsung จะถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในซัพพลายเชนกล้องของ iPhone

8. เลนส์ปรับรูรับแสงได้แบบกล้อง DSLR

มีรายงานว่า Apple ตั้งใจใส่เลนส์แบบปรับรูรับแสงได้ใน iPhone 18 Pro รุ่นปีนี้

Digital Chat Station แหล่งข่าวบน Weibo อ้างว่ากล้องหลังหลัก หรือที่ Apple เรียกว่า Fusion Camera ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล บน iPhone 18 Pro ทั้งสองรุ่น จะรองรับการปรับรูรับแสงได้ ซึ่งจะเป็นครั้งแรกของ iPhone

ระบบรูรับแสงแบบปรับได้จะปรับขนาดช่องรับแสงของเลนส์แบบกายภาพ โดยเปิดกว้างขึ้นเพื่อรับแสงมากขึ้นสำหรับการถ่ายภาพในที่แสงน้อย หรือหรี่ช่องรับแสงให้แคบลงสำหรับฉากที่สว่างกว่า และช่วยให้ได้ระยะชัดลึกมากขึ้น

กล้องหลักของ iPhone 15 Pro, iPhone 16 Pro และ iPhone 17 Pro ใช้รูรับแสงคงที่ ƒ/1.78 ซึ่งเลนส์ถูกตั้งไว้ที่ค่ากว้างสุดตลอดเวลา แต่หากใช้เลนส์แบบปรับได้ iPhone 18 Pro จะเปิดให้ผู้ใช้ปรับรูรับแสงเองได้ คล้ายกับกล้อง DSLR

สิ่งนี้หมายถึงการควบคุมระยะชัดลึกได้มากขึ้น ช่วยให้วัตถุคมชัดขึ้น หรือทำฉากหลังละลายได้เนียนกว่าเดิม โดย Ming-Chi Kuo นักวิเคราะห์อุตสาหกรรมเคยระบุเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2024 ว่า iPhone 18 Pro จะได้รับฟีเจอร์นี้

9. อินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม 5G

รายงานจาก The Information ระบุว่า Apple มีแผนเพิ่มการรองรับเครือข่าย 5G ที่ทำงานผ่านดาวเทียม แทนเสาสัญญาณภาคพื้นดิน เร็วสุดในปีหน้า

ความก้าวหน้านี้จะทำให้ iPhone ในอนาคตเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเต็มรูปแบบผ่านดาวเทียมได้ ไม่ใช่จำกัดเฉพาะฟีเจอร์ฉุกเฉินเท่านั้น

หาก Apple ทำได้ตามเป้าปี 2026 อุปกรณ์รุ่นแรกที่ได้ใช้ 5G satellite internet น่าจะเป็น iPhone 18 Pro, iPhone 18 Pro Max และ iPhone จอพับที่ถูกลือมานาน

Apple ร่วมมือกับ Globalstar สำหรับฟีเจอร์ดาวเทียมบน iPhone แต่ปัจจุบันยังไม่มีบริการที่ส่งอินเทอร์เน็ต 5G ผ่านดาวเทียมโดยตรงไปยังสมาร์ตโฟน

อย่างไรก็ตาม Amazon และ Globalstar ได้ประกาศข้อตกลงควบรวมกิจการแบบ definitive merger agreement ในเดือนเมษายน โดย Amazon จะเข้าซื้อผู้ให้บริการดาวเทียมรายนี้ เครือข่ายดาวเทียม Leo ของ Amazon จะขับเคลื่อนฟีเจอร์ iPhone ที่มีอยู่ในปัจจุบัน พร้อมมีขอบเขตสำหรับการรองรับฟีเจอร์เพิ่มเติมผ่านการอัปเกรดโครงสร้างพื้นฐานในอนาคต

10. ปุ่ม Camera Control ดีไซน์เรียบง่ายขึ้น

มีรายงานว่า Apple กำลังพัฒนาให้ปุ่ม Camera Control บน iPhone 18 มีดีไซน์เรียบง่ายขึ้น เพื่อลดต้นทุน

ปุ่ม Camera Control ปัจจุบันบน iPhone 17 ใช้ทั้งเซ็นเซอร์ capacitive และเซ็นเซอร์แรงกดใต้ผิวคริสตัลแซฟไฟร์ โดยชั้น capacitive ใช้ตรวจจับท่าทางสัมผัส ส่วนเซ็นเซอร์แรงกดใช้แยกแรงกดหลายระดับ สำหรับการแตะ กด และปัด

อย่างไรก็ตาม บัญชี Weibo ชื่อ Instant Digital ระบุว่า Apple จะถอดชั้นตรวจจับ capacitive ออก และเหลือเพียงระบบตรวจจับแรงกดในรุ่นที่สอง เพื่อให้ใช้งานฟังก์ชัน Camera Control ทั้งหมดบน iPhone 18 ได้

เวอร์ชันที่เรียบง่ายขึ้นนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อลดความสามารถของปุ่ม แต่เพื่อประหยัดต้นทุน เนื่องจากโซลูชันปัจจุบันมีต้นทุนสูงมากสำหรับ Apple และทำให้เกิดค่าใช้จ่ายด้านบริการหลังการขายที่สูง

คาดว่า Camera Control จะยังไม่ถูกตัดออกในเร็ว ๆ นี้ เพราะ Apple ดูเหมือนจะมองว่าฟีเจอร์นี้เป็นจุดสำคัญ ถึงขั้นยอมปรับวิศวกรรมบางส่วนเพื่อให้ iPhone จอพับรุ่นแรกมีปุ่มนี้ด้วย

11. สีใหม่ที่กำลังทดสอบ

ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 Mark Gurman จาก Bloomberg รายงานว่า Apple กำลังทดสอบสีแดงเข้มสำหรับ iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max

นอกจากนี้ยังมีข่าวลือเกี่ยวกับสีม่วงและสีน้ำตาล แต่ Gurman เชื่อว่าสีเหล่านั้นเป็นเพียงรูปแบบที่แตกต่างของแนวคิดสีแดงเดียวกัน

หลังจากนั้นมีข่าวลือไปในทิศทางเดียวกันว่าอุปกรณ์รุ่นนี้จะมีสีฟ้าอ่อน, Dark Cherry, เทาเข้ม และเงิน

ก่อนหน้านี้ iPhone 14 Pro และ iPhone 14 Pro Max เคยมีสี Deep Purple ส่วน Apple ยังไม่เคยเปิดตัว iPhone สีที่เป็นสีน้ำตาลจริง ๆ

แหล่งข่าวจากจีนระบุว่า iPhone 18 Pro จะไม่มีสีดำในปีนี้ หากข่าวลือเป็นจริง จะเป็นปีที่สองติดต่อกันที่ Apple ตัดตัวเลือกสีซึ่งถือว่าเป็นสีคลาสสิกที่สุดของไลน์อัป Pro ออกไป

12. iOS 27 และ Siri ที่ฉลาดขึ้น

iPhone 18 Pro จะมาพร้อม iOS 27 ซึ่งนำการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Siri

Apple เปิดตัว Siri AI ในงาน WWDC เดือนมิถุนายน โดยเป็น Siri เวอร์ชันสร้างใหม่ที่สนทนาได้เป็นธรรมชาติมากขึ้น เข้าใจสิ่งที่อยู่บนหน้าจอ เข้าใจบริบทส่วนตัว และมีความรู้กว้างที่ช่วยดึงคำตอบล่าสุดจากเว็บได้

Siri ยังมีแอปแยกของตัวเองสำหรับย้อนดูบทสนทนาก่อนหน้า มีโหมด Visual Intelligence ที่ขยายความสามารถมากขึ้น และมีเครื่องมือเขียนที่ทำงานได้กับอีเมล ข้อความ และเอกสาร

เช่นเดียวกับ iPhone 17 Pro คาดว่า iPhone 18 Pro จะมี RAM 12GB จึงน่าจะรองรับฟีเจอร์ Siri AI และ Apple Intelligence ได้ครบถ้วน

 

 

ที่มา: macrumors


วันที่ : 22/6/2569

 








Cookie Consent

Our website uses cookies to provide your browsing experience and relavent informations.Before continuing to use our website, you agree & accept of our Cookie Policy & Privacy