iPhone 15 กับ 8 ฟีเจอร์ใหม่ที่เราอาจได้เห็นในรุ่นนี้
แม้จะเหลือเวลาอีกเกือบปีกว่าที่เราจะได้เห็น iPhone 15 เปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงปลายปี 2023 แต่ข้อมูลข่าวคราวของว่าที่ไอโฟนรุ่นใหม่ก็มีการเปิดตัวให้ทราบกันอย่างต่อเนื่อง และนี่คือ 8 ฟีเจอร์ใหม่ที่เราอาจได้เห็นบน iPhone 15 เป็นครั้งแรกครับ
8 สิ่งใหม่ที่เราอาจได้เห็นบน iPhone 15
- พอร์ต USB-C ครั้งแรกบนไอโฟน
- ปุ่ม Power และปรับเสียงแบบ Solid State
- Dynamic Island ในทุกรุ่น
- หน้าจอสองขนาด
- กล้อง Periscope
- ชื่อใหม่ ?
- ชิปเซ็ตตัวใหม่ระดับ 3 นาโนเมตร
- RAM มากขึ้น

หลังจากที่รอคอยมาอย่างยาวนาน ในปี 2023 นี้เราน่าจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงพอร์ตเชื่อมต่อจาก Lightning เป็น USB-C เหมือนกับอุปกรณ์อื่น ๆ ใน Ecosystem ของ Apple ทำให้เราสามารถใช้สายเพียงเส้นเดียวชาร์จได้ทั้ง iPhone, MacBook และ iPad โดยสาเหตุที่ทำให้ Apple เลือกเปลี่ยนจากพอร์ตเดิมที่ใช้มาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 2012 ก็เป็นผลมาจากข้อบังคับของสหภาพยุโรป (EU) ที่บังคับให้อุปกรณ์ไอทีต่าง ๆ ที่วางจำหน่ายในยุโรป ต้องใช้พอร์ต USB-C ซึ่งต้องทำให้เสร็จสิ้นภายในปี 2024 นี้ Apple อาจจำเป็นต้องนำร่องใช้งานไปก่อนนั่นเอง
ปุ่ม Power และปรับเสียงแบบ Solid State

อีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงที่เราได้เห็นบน iPhone 15 คือ ปุ่มควบคุมด้านข้างตัวเครื่องแบบ Solid State ทั้งปุ่มปรับระดับเสียง และปุ่ม Power สำหรับล็อกหน้าจอแสดงผล โดย Solid State จะให้ความรู้สึกในการกดคล้ายกับ Trackpad บน MacBook หรือให้อารมณ์คล้ายกับปุ่ม Power ของ iPhone 7 และ iPhone 8 ที่การกดจะไม่ใช่การกดปุ่มลงไปจริง ๆ แต่ Apple จะใช้มอเตอร์ Haptic Feedback เพื่อส่งแรงสั่นกลับมาให้ความรู้สึกเหมือนเรากดปุ่มแล้วนั่นเอง

Dynamic Island หรือเกาะมหัศจรรย์บนหน้าจอที่สามารถแสดงสถานะการทำงาน ไปจนถึงการแจ้งเตือนที่บริเวณรอยบากบนหน้าจอ ได้ถูกนำมาใช้บน iPhone 14 Pro และ iPhone 14 Pro Max เป็นครั้งแรก แต่ใน iPhone 15 มีรายงานว่าทุกรุ่นจะได้ใช้ Dynamic Island เหมือนกันทั้งหมด ทำให้ดีไซน์ของหน้าจอของ iPhone 15 ทุกรุ่นอาจเหมือนกัน แตกต่างกันเพียงแค่ขนาด และชนิดของหน้าจอเท่านั้น

Apple ได้ตัดความยุ่งยากในการตัดสินใจเลือกขนาดหน้าจอของ iPhone ให้น้อยลงในรุ่น iPhone 14 Series โดย iPhone 15 ก็อาจใช้แผนเดียวกัน คือจะมีให้เลือกเพียงแค่ 2 ขนาดเท่านั้น โดยในรุ่นi Phone 15 และ iPhone 15 Pro จะมาพร้อมกับจอขนาด 6.1 นิ้ว ส่วน iPhone 15 Plus และ iPhone 15 Pro Max

ในปัจจุบัน iPhone มีกล้องซูมรูปแบบเดียวคือ กล้อง Telephoto แต่ใน iPhone 15 Series คาดว่าจะมีการเพิ่มกล้องตัวใหม่อย่าง Periscope Camera ซึ่งเป็นกล้องเลนส์ซูมไกลพิเศษ ด้วยการจัดกล้องชุดกล้องในแนวนอนเพื่อเพิ่มกำลังขยายภาพให้มากขึ้น ทำให้การซูม และการเก็บรายละเอียดของภาพถ่ายระยะไกลดีขึ้นตามไปด้วย โดยคาดว่าจะส่งผลให้ iPhone สามารถซูมด้วยชิ้นเลนส์ หรือ Optical Zoom ได้ในระดัย 10 เท่า จากเดิมในรุ่น iPhone 14 Pro ที่ซูม Optical ได้เพียง 3 เท่า

Mark Gurman แหล่งข่าวจาก Bloomberg ระบุว่า Apple อาจตัดสินใจเปลี่ยนชื่อรุ่นท็อปสุดของไอโฟนอย่าง Pro Max เป็น Ultra เหมือนกับที่ใช้บนนาฬิการุ่นไฮเอนด์อย่าง Apple Watch Ultra นั่นเอง ซึ่งจะทำให้ชื่อไลน์ผลิตภัณฑ์มีความสอดคล้องกัน เพราะก่อนหน้านี้ชิปเซ็ตประมวลผลของ MacBook ก็ใช้ชื่อ M1 Ultra มาแล้ว และการที่ Apple ใช้ชื่อ Ultra แทน Pro Max อาจส่งผลให้สามารถสงวนฟีเจอร์ระดับท็อปบางอย่างไว้กับไอโฟนรุ่นนี้ได้ เช่น กล้องเลนส์ซูมไกลพิเศษแบบ Periscope เป็นต้น

iPhone 15 รุ่น Pro อาจมาพร้อมกับชิปเซ็ตประมวลผลตัวใหม่ล่าสุดในชื่อ Apple A17 ที่ได้รับการพัฒนาบนสถาปัตยกรรมระดับ 3 นาโนเมตรจาก TSMC โดยจะช่วยให้ตัวเครื่องมีประสิทธิภาพที่แรงขึ้นกว่าเดิมราว 10-15% และประหยัดการใช้พลังงานมากขึ้น 30% ส่วนในรุ่นปกติอย่าง iPhone 15 และ iPhone 15 Plus อาจได้ใช้ชิปเซ็ต Apple A16 แทน

iPhone 15 รุ่น Pro อาจมีการขยับ RAM จากเดิมที่มีขนาด 6GB เป็น 8GB เพื่อรองรับฟีเจอร์การใช้งานที่มากขึ้น เช่น การทำงานร่วมกับ iOS เวอร์ชันใหม่ ไปจนถึงการทำงานร่วมกับฮาร์ดแวร์ตัวใหม่อย่างกล้อง Periscope
ที่มา : MacRumors
วันที่ : 8/11/2565





