หน้าแรกมือถือ > รวมข่าวมือถือ > หน้าบทความ ข่าวมือถือ
   
Date : 21/6/2565

iPhone 14 Pro vs iPhone 14 Pro Max เปรียบเทียบสเปกหลุด ต่างกันตรงไหนบ้าง ?

 

หลังจากที่มีเบาะแสออกมามากมาย สำหรับ iPhone 14 Pro และ 14 Pro Max ที่ลือว่าจะมีการยกเครื่องโฉมใหม่ทั้งด้านดีไซน์กล้องหน้า และในด้านชิปประมวลผลรุ่นใหม่ ก่อนวันเปิดตัวที่คาดว่าจะมาในอีกไม่กี่เดือนนี้ เราได้รวบรวมสเปกหลุดของทั้งสองรุ่นมาเปรียบเทียบกันว่าจะต่างกันแค่ขนาดจอจริงหรือเปล่า เผื่อใครที่ยังลังเลระหว่าง 2 รุ่นจะได้ตัดสินใจเลือกซื้อรุ่นที่เหมาะกับความต้องการของตนเอง

 

จอภาพและดีไซน์

iPhone 14 Pro และ iPhone 14 Pro Max คาดว่าจะเลือกใช้จอ LTPO OLED เหมือนกัน พร้อมฟีเจอร์ ProMotion ที่รองรับ Refresh Rate ระดับสูงสุด 120Hz โดยขนาดของหน้าจอ และน้ำหนักตัวเครื่องเป็นสิ่งเดียวที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดของทั้งสองรุ่น ซึ่งคาดกันว่า iPhone 14 Pro จะมีหน้าจอขนาดเหมาะมือที่ 6.1 นิ้ว ส่วน iPhone 14 Pro Max จะมีขนาดหน้าจอใหญ่เต็มตากว่าที่ 6.7 นิ้ว โดยขนาดหน้าจอของทั้งสองรุ่นอาจมีขนาดใหญ่กว่านี้อีกเล็กน้อย หลังมีข่าวลือว่าทั้งสองรุ่นจะมีขนาดขอบหน้าจอเล็กลงกว่ารุ่นเดิมถึง 20% ดังนั้นหากใครที่กำลังมองหาสมาร์โฟนจอใหญ่ iPhone 14 Pro Max อาจเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์การใช้งานมากกว่า

ทั้งสองรุ่นจะมาในดีไซน์เดียวกัน จากที่เคยลือกันมาหลายครั้ง โดย iPhone 14 Pro Series ทั้งสองรุ่นอาจเลือกใช้วัสดุใหม่อย่างไทเทเนียม ขณะเดียวกันก็มีอีกหลายสื่อคาดว่าใช้ Stainless Steel เหมือนกับรุ่นก่อน ซึ่งการดีไซน์โดยรวมของทั้งคู่ เราก็น่าจะคุ้นกับภาพคอนเซ็ปต์ใหม่ที่เคยหลุดออกมาอย่างต่อเนื่อง โดย iPhone 14 Pro และ iPhone 14 Pro Max จะมาพร้อมกับรอยบากรูปแบบใหม่คล้ายแคปซูล ที่ช่วยเพิ่มพื้นที่หน้าจอให้มากขึ้น พร้อมลดความกวนใจขณะใช้งาน

สำหรับสีของตัวเครื่องนั้น iPhone 14 Pro และ iPhone 14 Pro Max อาจเปิดตัวมาพร้อมกับสี Graphite, Silver, Gold และ Purple และอาจเปิดตัวสีอื่นเพิ่มเติมหลังวางจำหน่ายดังเช่นสีเขียวใน iPhone 13 Pro ที่เปิดตัวหลังวางขายไม่กี่เดือน

 

ประสิทธิภาพ

ในด้านประสิทธิภาพของตัวเครื่องของ iPhone 14 Pro และ iPhone 14 Pro Max นั้นกล่าวได้ว่าอาจไม่ต่างกันเลย เนื่องจากทั้งสองรุ่น Pro Series มีข่าวลือว่ามากับชิปเซ็ตตัวใหม่ล่าสุดอย่าง Apple A16 Bionic ซึ่งต่างจาก iPhone 14 รุ่นมาตรฐานที่อาจใช้ชิปเซ็ต Apple A15 Bionic รุ่นเดียวกับบน iPhone 13 Series และมีความเป็นไปได้ที่ Apple จะเพิ่มขนาดของ RAM เป็น 8GB จากเดิมที่ให้มา 6GB ส่วน ROM นั้น อาจมีความจุให้เลือก 4 ขนาดเหมือนเดิมได้แก่ 128GB, 256GB, 512GB และ 1TB

 

กล้องถ่ายภาพ

 

iPhone 14 Pro และ iPhone 14 Pro Max อาจมาพร้อมกับชุดกล้องแบบเดียวกัน ซึ่งตามข่าวลือนั้นทั้งสองรุ่นจะอัปเกรดกล้องตัวหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล พร้อมกล้อง Ultra-Wide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล และกล้อง Telephoto ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ที่รองรับการซูมแบบ Optical ที่ 3.3 เท่า รวมถึงเซนเซอร์ LiDAR ที่ช่วยในการตรวจจับ และวัดระยะวัตถุได้อย่างแม่นยำ 

 

แบตเตอรี่ และการชาร์จ

แบตเตอรี่เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่อาจแตกต่างกันในรุ่น iPhone 14 Pro Series ด้วยขนาดตัวเครื่องในรุ่น iPhone 14 Pro ที่เล็กกว่า ความจุของแบตเตอรี่จึงแปรผันตามขนาดของเครื่อง ซึ่งในตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลใด ๆ หลุดออกมา และหากเทียบจากในรุ่นก่อนแล้ว iPhone 14 Pro อาจจะมีความจุแบตเตอรี่ขนาด 3,095 mAh และ iPhone 14 Pro Max จะมีความจุที่มากกว่าที่ 4,352 mAh  

สำหรับสิ่งที่ทั้งสองรุ่นมีเหมือนกันในด้านแบตเตอรี่ และการชาร์จคือ iPhone 14 Pro และ iPhone 14 Pro Max อาจยังเลือกใช้พอร์ตแบบ Lightning ซึ่งคาดว่าทาง Apple จะเริ่มเปลี่ยนแปลงพอร์ตเป็น USB Type-C ตามข้อบังคับของ EU ในรุ่นถัดไปอย่าง iPhone 15 หรือ iPhone 16 นอกจากนี้ iPhone 14 Pro Series จะรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วที่ 27W พร้อมชาร์จไร้สายผ่าน Magsafe ที่ 15W

 

สรุป

ถึงแม้ทั้งสองรุ่นนั้นจะมีหลายส่วนที่เหมือนกัน แต่ก็ยังมีข้อแตกต่างที่เห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็น ขนาดหน้าจอ, น้ำหนัก และความจุแบตเตอรี่ ที่ผู้ใช้ต้องเลือกพิจารณาว่าไลฟ์สไตล์ตรจะเหมาะกับรุ่นใดที่สุด

สำหรับ iPhone 14 Pro Max น่าจะเป็นตัวเลือกที่ถูกใจใครหลาย ๆ คนที่เน้นการใช้งานตลอดวัน พร้อมต้องการพื้นที่จอภาพขนาดใหญ่ในการใช้งาน และรับได้กับน้ำหนักตัวเครื่อง รวมถึงราคาที่แพงกว่า iPhone 14 Pro ถึงราว 4,000 บาท ซึ่งถือเป็นส่วนต่างที่ค่อนข้างสูงเลยทีเดียว

ทางด้าน iPhone 14 Pro อาจตอบโจทย์คนที่ต้องการใช้สมาร์ทโฟนบางเบา เน้นพกพาสะดวก ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์ระดับท็อปครบครัน และใช้วัสดุระดับพรีเมียม รวมถึงมีราคาที่ย่อมเยากว่า แต่ทั้งนี้ก็จะแลกมาด้วยขนาดหน้าจอ และความจุแบตเตอรี่ที่เล็กกว่า 

ทั้งนี้สเปกที่กล่าวมาข้างต้นยังเป็นแค่การคาดการณ์จากสื่อต่างชาติเพียงเท่านั้น และอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้เสมอ จึงต้องรอดูกันต่อไปครับ

 

ที่มา: PhoneArena

 


วันที่ : 21/6/2565