หน้าแรกมือถือ > รวมข่าวมือถือ > หน้าบทความ ข่าวมือถือ
   
Date : 15/9/2564

เปิดตัว iPhone 13 (ไอโฟน 13) ราคาไทยเริ่ม 25,900 บาท ครบด้วยชิป A15 Bionic พร้อมจอลื่น ProMotion กล้องอัปเกรดใหม่ แบตใช้นานขึ้น และสีชมพู | เชียร์ร่าบลูใหม่ล่าสุด

 

หลังจากที่มีข่าวลือมายาวนานข้ามปี ล่าสุดวันนี้ก็เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับ iPhone 13 Series ไอโฟนตัวท็อปของปี 2021 โดยในครั้งนี้ยังมาแบบครบครัน 4 รุ่นเหมือนปีก่อน ได้แก่ iPhone 13, iPhone 13 mini, iPhone 13 Pro และ iPhone 13 Pro Max พร้อมกับอัปเกรดสเปกภายในหลายด้าน รวมถึงปรับการดีไซน์ใหม่

 

เริ่มกันที่ iPhone 13 กับ iPhone 13 mini มาพร้อมหน้าจอ OLED Super Retina XDR เวอร์ชันใหม่ ขนาด 6.1 นิ้ว และ 5.4 นิ้วตามลำดับ ที่มีค่าความสว่างมากขึ้นกว่ารุ่นก่อน ครอบทับด้วยกระจกแบบ Seramic Shield พร้อมกรอบตัวเครื่องอะลูมิเนียม โดยมีตัวเลือก 5 สี กับสีใหม่อย่าง สีน้ำเงิน และสีชมพู  อีกทั้งมีการปรับโครงสร้างภายใหม่ ให้สามารถใส่แบตเตอรี่ได้มากกว่าเดิม รวมถึงรองรับคุณสมบัติป้องกันน้ำมาตรฐาน IP68

iPhone 13 และ iPhone 13 mini ยังอัปเกรดระบบกล้องคู่ใหม่ ด้วยกล้องหลัก 12MP + กล้อง Ultra-Wide 12MP ที่มีเซนเซอร์ขนาดใหญ่กว่าเดิม พร้อมความสามารถเก็บแสงได้มากขึ้น รวมถึงรองรับ Sensor-shift optical image stabilization ระบบกันสั่นที่ตัวเซนเซอร์อีกด้วย

 

สำหรับรุ่นท็อปกว่าอย่าง iPhone 13 Pro กับ iPhone 13 Pro Max มาพร้อมหน้าจอ OLED Super Retina XDR เวอร์ชันใหม่เช่นเดียวกัน มีขนาด 6.1 นิ้ว และ 6.7 นิ้วตามลำดับ โดยมีค่าความสว่างสูงถึง 1000 nits พร้อมฟีเจอร์ใหม่อย่าง ProMotion ในการปรับค่า Refresh Rate ของหน้าจอแบบอัตโนมัติระหว่างระดับ 10Hz-120Hz เพื่อการใช้งานที่ลื่นไหลกว่าเดิม 

 

 

ด้านการถ่ายภาพ iPhone 13 Pro และ iPhone 13 Pro Max มาพร้อมกับชุดกล้องหลัง 3 ตัวที่อัปเกรดจากเดิมโดยมีฟีเจอร์ใหม่อย่าง Photographic Styles สำหรับปรับโทนสีของภาพได้ตามที่ต้องการ และโหมดถ่ายวิดีโอแบบ ProRes ที่รองรับทั้งการถ่าย-ตัดต่อ-แชร์ต่อได้ในทันที เพื่อตากล้องตัวจริง ซึ่งมีรายละเอียดสเปกกล้องดังนี้

  • กล้องตัวที่หนึ่งเลนส์ Wide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล แบบ 7 ชิ้นเลนส์ รองรับระบบ OIS เทคโนโลยี 100% Focus Pixel มีรูรับแสงขนาด f1.5
  • กล้องตัวที่สองเลนส์ Ultra-Wide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล แบบ 5 ชิ้นเลนส์ มีรูรับแสงขนาด f1.8 
  • กล้องตัวที่สามเลนส์ Telephoto ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล แบบ 6 ชิ้นเลนส์ ทางยาวโฟกัส 77mm รองรับระบบกันสั่นที่ตัวเซนเซอร์แบบ Sensor-shift optical image stabilization มีรูรับแสงขนาด f2.8 และรองรับการซูมภาพแบบระยะเท่ากับการซูมด้วยเลนส์ 3 เท่า (3x Optical Zoom range)
  • เซนเซอร์ LiDAR Scanner สำหรับตรวจจับระยะชัดตื้น

 

iPhone 13 Series ทั้ง 4 รุ่น อัปเกรดประสิทธิภาพภายในด้วยชิปเซ็ต Apple A15 Bonic ใหม่ล่าสุด ที่ผลิตด้วยสถาปัตยกรรมระดับ 5nm โครงสร้างแบบ 6-Core มีประสิทธิภาพเพิ่มจากรุ่นก่อนราว 50% พร้อมหน่วยประมวลผลกราฟิกแบบ 4-Core GPU ที่เร็วกว่าเดิม 30% ซึ่งนอกจากจะช่วยประหยัดการใช้งานพลังมากขึ้นแล้ว ยังช่วยเพิ่มความหนาแน่นของทรานซิสเตอร์ ทำให้ชิปเซ็ตประมวลผลได้รวดเร็วขึ้นตามไปด้วย

 

สำหรับ iPhone 13 Series ทั้ง 4 รุ่น เตรียมเปิดจองในประเทศไทยวันที่ 1 ตุลาคมนี้ พร้อมวางจำหน่ายวันที่ 8 ตุลาคมเป็นต้นไป โดยแต่ละรุ่นมีราคา และตัวเลือกดังต่อไปนี้

 

iPhone 13 mini : ชมพู, น้ำเงิน, มิดไนท์, สตาร์ไลท์ และ (PRODUCT)RED

  • รุ่นความจุ 128GB ราคา 25,900 บาท
  • รุ่นความจุ 256GB ราคา 29,900 บาท
  • รุ่นความจุ 512GB ราคา 37,900 บาท

 

iPhone 13 : ชมพู, น้ำเงิน, มิดไนท์, สตาร์ไลท์ และ (PRODUCT)RED

  • รุ่นความจุ 128GB ราคา 29,90 บาท
  • รุ่นความจุ 256GB ราคา 33,900 บาท
  • รุ่นความจุ 512GB ราคา 41,900 บาท

 

iPhone 13 Pro : เชียร์ร่าบลู, เงิน, ทอง และกราไฟท์

  • รุ่นความจุ 128GB ราคา 38,900 บาท
  • รุ่นความจุ 256GB ราคา 42,900 บาท
  • รุ่นความจุ 512GB ราคา 50,900 บาท
  • รุ่นความจุ 1TB ราคา 58,900 บาท

 

iPhone 13 Pro Max : เชียร์ร่าบลู, เงิน, ทอง และกราไฟท์

  • รุ่นความจุ 128GB ราคา 42,900 บาท
  • รุ่นความจุ 256GB ราคา 46,900 บาท
  • รุ่นความจุ 512GB ราคา 54,900 บาท
  • รุ่นความจุ 1TB ราคา 62,900 บาท

 

ที่มา : Apple


วันที่ : 15/9/2564