หน้าแรกมือถือ > รวมข่าวมือถือ > หน้าบทความ ข่าวมือถือ
   
Date : 24/11/2563

คุ้มหรือไม่? หากซื้อ iPhone 12 เครื่องเปล่า ไม่ติดสัญญา ไม่ผูกมัดเครือข่าย

 

ในที่สุด iPhone 12 ทั้ง 4 รุ่นก็เปิดให้เปิดให้สั่งจองล่วงหน้ากันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยสามารถจองได้ผ่านทางเว็บไซต์ของ Apple และหน้าร้านตัวแทนจำหน่ายต่างๆ รวมถึงผู้ให้บริการเครือข่ายทั้ง 3 ค่าย AIS, dtac และ Truemove H ที่มีโปรโมชั่นซื้อเครื่องพร้อมแพ็คเกจในราคาพิเศษด้วย ซึ่งก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่สะดวก และนิยมกันมาก

อย่างไรก็ดี เชื่อว่าหลายคนอาจจะกำลังลังเล เพราะไม่แน่ใจว่าควรจะซื้อ iPhone 12 แบบติดโปรกับทางค่าย หรือซื้อเครื่องเปล่าดี และแบบไหนถึงจะคุ้มค่าต่อการใช้งานมากกว่ากัน ซึ่งในวันนี้เราจะมาตีแผ่ข้อดี-ข้อเสีย และความคุ้มค่าของการซื้อเครื่องแบบติดโปร และเครื่องเปล่า เพื่อให้ทุกท่านตัดสินใจได้ง่ายขึ้นครับ


ถ้าซื้อ iPhone 12 เครื่องเปล่า?

การซื้อ iPhone รวมถึงมือถืออื่นๆ แบบเครื่องเปล่า คือการซื้อมือถือทั่วๆ ไปแบบไม่ผูกมัดเครือข่าย เราจะได้ตัวเครื่อง พร้อมของแถมจากตัวแทนจำหน่ายตามที่กำหนด โดยเราสามารถใส่ซิมการ์ดของค่ายใดก็ได้ และเลือกใช้แพ็คเกจ 4G/5G แบบไหนก็ได้โดยไม่มีข้อผูกมัด มือถือเครื่องเปล่าจะวางจำหน่ายในราคาเต็ม โดยอาจมีส่วนลดเล็กน้อยแล้วแต่โปรโมชั่นในขณะนั้น

 

ข้อดีของการซื้อเครื่องเปล่า

1. ซื้อได้หลายช่องทางทั้งออฟไลน์และออนไลน์ โดยเฉพาะช่องทางออนไลน์มักจะมีคูปองส่วนลด, เทศกาล Flash Sale และโปรโมชั่นซื้อคู่อุปกรณ์เสริมในราคาพิเศษ เป็นต้น ซึ่งในบางครั้งอาจได้ส่วนลดรวมกันหลายพันบาทเลยทีเดียว

2. ขายต่อสะดวกกว่า เพราะไม่มีข้อผูกมัดใดๆ แต่ถ้าเป็น iPhone ที่ซื้อมาแบบติดโปร และยังอยู่ในระยะสัญญา ต่อให้เราขายเครื่องไปแล้ว เราก็ยังต้องชำระค่าบริการรายเดือนต่อไปจนกว่าจะครบสัญญา หากเราค้างชำระ นอกจากเราจะถูกทวงหนี้แล้ว ยังอาจมีปัญหาอื่นๆ ตามมาอีกหลายอย่าง ในบางกรณี เครื่องที่เราขายไปแล้วจะถูกล็อค ไม่สามารถใช้งานได้จนกว่าเราจะชำระค่าบริการที่ค้างไว้จนหมด คนที่ซื้อเครื่องต่อจากเราก็เดือดร้อน ซึ่งเราจะเห็นเรื่องทำนองนี้ได้บ่อยๆ ตามกระทู้ Pantip

3. มีอิสระในการเลือกใช้บริการ ถ้าเครือข่าย 4G/5G ที่เราใช้บริการอยู่มีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นสัญญาณที่ขาดๆ หายๆ หรือความเร็วเน็ตไม่ได้ดั่งใจ เราสามารถเปลี่ยนไปใช้บริการเครือข่ายของเจ้าอื่นได้ทันที โดยอาจเปิดเบอร์ใหม่ หรือย้ายค่ายเบอร์เดิมก็ได้แล้วแต่สะดวก ไม่จำเป็นต้องทนใช้ไปจนครบสัญญา

4. สามารถใช้งานซิมเน็ตรายปี หรือที่เรียกว่าซิมเทพได้ โดยท่านที่นิยมซื้อเครื่องเปล่า มักจะใช้สูตร “เบอร์หลัก+ซิมเน็ต Unlimited” นั่นคือการใช้งาน 2 ซิมการ์ด โดยเบอร์หลักจะเป็น eSIM แบบเติมเงิน ส่วนซิมที่สองจะเป็นซิมเน็ต Unlimited รายปี ซึ่งมีราคาอยู่ที่ประมาณ 1,600 - 1,800 บาท เมื่อคิดเป็นรายเดือนก็จะอยู่ที่ประมาณ 150 - 200 บาท (รวม VAT) ซึ่งถูกกว่าแพ็คเกจรายเดือนเมื่อซื้อเครื่องแบบติดโปรมาก


ตัวอย่างซิมเทพจาก Truemove H

อย่างไรก็ตาม การใช้งานแบบนี้ก็มีข้อจำกัดเช่นกัน คือ

  • จะไม่ได้สิทธิพิเศษจากทางค่าย เช่น การได้สิทธิ์เป็นสมาชิก VIP หรือสิทธิ์การรับบริการบางอย่างฟรี เพราะแพ็คเกจมีราคาถูก ในส่วนนี้อาจไม่สำคัญ เพราะบางท่านอาจไม่ได้ต้องการใช้บริการเหล่านี้อยู่แล้ว หรืออาจเข้าถึงบริการเหล่านี้ด้วยช่องทางอื่น
  • ซิมเน็ต Unlimited จะมีอายุ 1 ปี เมื่อหมดระยะเวลาโปรโมชั่นแล้วก็ต้องซื้อซิมใหม่ เบอร์ใหม่ เพราะไม่คุ้มที่จะรักษาเบอร์เก่าเอาไว้
  • ได้โควต้าการโทรน้อย โดยมักจะโทรในเครือข่ายฟรีครั้งละ 15-30 นาทีเท่านั้น หากโทรข้ามเครือข่าย หรือโทรเกินโควต้า ก็จะคิดนาทีละประมาณ 1 บาท ซึ่งแพงกว่าแพ็คเกจรายเดือนปกติ
  • ได้ปริมาณเน็ตแบบไม่จำกัดก็จริง แต่มีความเร็วแค่ 10 Mbps เท่านั้น และเป็นเครือข่าย 4G ในขณะที่แพ็คเกจรายเดือนที่มากับ iPhone 12 จะเป็นเครือข่าย 5G ความเร็วสูงสุด 1,000 Mbps ซึ่งเร็วกว่ามาก จึงมอบประสบการณ์การใช้งานโดยรวมที่ดีกว่า เพราะไม่ว่าจะเล่นเกม หรือสตรีมหนังแบบ HD ก็ทำได้สบาย ในขณะที่ซิมเน็ต Unlimited จะเหมาะกับการเล่นเกมเท่านั้น  เพราะการเล่นเกมมีการดาวน์โหลด-อัปโหลดดาต้าในปริมาณน้อย ความเสถียรของเครือข่ายจะส่งผลต่อการเล่นมากกว่าความเร็ว 

 

สรุป iPhone 12 เครื่องเปล่า เหมาะกับใคร?

จากทั้งหมดที่กล่าวมา iPhone 12 เครื่องเปล่า จะเหมาะกับผู้ที่ต้องการประหยัดโดยใช้ซิมเน็ตรายปี หรือผู้ที่พอใจกับแพ็คเกจรายเดือนที่ใช้อยู่ และต้องการใช้ต่อ รวมถึงผู้ที่เปลี่ยนมือถือบ่อย จะขายเครื่องต่อได้สะดวกกว่า



ถ้าซื้อ iPhone 12 แบบติดโปร?

การซื้อ iPhone หรือมือถือรุ่นอื่นๆ แบบติดโปร คือการซื้อเครื่องกับผู้ให้บริการเครือข่าย พร้อมกับสมัครแพ็คเกจรายเดือนที่กำหนดด้วย สามารถเปิดเบอร์ใหม่และพร้อมใช้งานได้ทันที การซื้อแบบนี้จะได้รับส่วนลดค่าเครื่องหลายพันบาท และส่วนลดค่าแพ็คเกจรายเดือน แต่เราจำเป็นจะต้องใช้แพ็คเกจรายเดือนที่กำหนดไปจนครบระยะสัญญา ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 12-24 เดือน หากยกเลิกสัญญากลางคัน จะต้องเสียค่าปรับตามเงื่อนไขที่กำหนด หลายคนหลีกเลี่ยงที่จะซื้อเครื่องแบบติดโปรกับทางค่าย เพราะไม่ชอบการผูกมัดจากระยะสัญญาที่ยาวนาน แต่จริงๆ แล้ว การซื้อแบบผูกโปรก็มีข้อดีหลายอย่างเช่นกันครับ

 

ข้อดีของการซื้อเครื่องเปล่า

1. แพ็คเกจที่มากับการเปิดจองหรือสั่งซื้อ มักจะคุ้มกว่าแพ็คเกจปกติ เพื่อดึงดูดให้ลูกค้าเข้ามาสั่งจอง หรือซื้อเครื่อง และเปิดเบอร์ใหม่กับทางค่าย แต่หลายท่านอาจจะยังไม่ทราบว่า เราสามารถซื้อเครื่องใหม่แบบติดโปรและรับสิทธิพิเศษต่างๆ ด้วยเบอร์เดิมได้ เพียงแจ้งกับพนักงานไปว่าต้องการใช้เบอร์เดิม ยิ่งถ้าเบอร์เดิมของเราเป็นเบอร์ของค่ายอื่น เรายังจะได้ส่วนลดพิเศษจากการย้ายค่ายด้วยราวๆ 1,500 บาทครับ


ตัวอย่างสิทธิพิเศษของค่ายผู้ให้บริการ

2. นอกจากแพ็คเกจจะคุ้มกว่าปกติแล้ว หากเราสมัครแพ็คเกจรายเดือนราคา 1,000 บาทขึ้นไป เราจะได้สิทธิพิเศษพรีเมียมกับทางค่ายด้วย เช่น ดูบอลพรีเมียร์ลีกฟรี, สิทธิ์ YouTube Premium, ดู Netflix หรือบริการสตรีมมิ่งของค่ายมือถือฟรี เป็นต้น บางค่ายอาจได้สิทธิการเป็นสมาชิก VIP ที่จะได้รับการบริการที่ดีกว่าลูกค้าทั่วไป หรือได้คะแนนสะสมเพื่อนำไปแลกสินค้า หรือบริการอื่นๆ ในเครือได้อีกด้วย

3. ข้อดีอีกอย่างหนึ่งของการซื้อเครื่องแบบผูกโปรที่เราไม่ค่อยนึกถึง คือการได้สิทธิพิเศษของลูกค้าเก่าหลังจากที่ใช้งานครบตามระยะสัญญา ทำให้สามารถซื้อ iPhone รุ่นใหม่เครื่องเปล่าในราคาพิเศษได้ในอนาคต 

4. ถ้าเราไม่ได้ใช้ซิมเน็ตรายปีเป็นหลัก ในท้ายที่สุดแล้วเมื่อครบระยะสัญญา การซื้อเครื่องแบบผูกโปรจะจ่ายน้อยกว่าการซื้อเครื่องเปล่าและสมัครแพ็คเกจ ตัวอย่างเช่น :

ถ้าเราซื้อ iPhone 12 Pro Max (128GB) แบบผูกโปรกับค่าย A

  • iPhone 12 Pro Max (128GB) ราคาปกติ 39,900 บาท เลือกซื้อติดโปรแพ็คเกจ 1,199 บาท พร้อมชำระค่าบริการล่วงหน้า 3,000 บาท และได้ส่วนลดค่าเครื่อง เหลือ 32,700 บาท
  • ค่าแพ็คเกจที่จ่ายในแต่ละเดือน+VAT 7% เท่ากับ 1,282.93 บาท
  • ค่าบริการล่วงหน้า 3,000 บาท ถูกนำมาแบ่งเป็นส่วนลดค่าแพ็คเกจเดือนละ 300 บาทนาน 10 เดือน
  • ดังนั้น ใน 10 เดือนแรกเราจะต้องจ่าย 1,282.93 - 300 = 982.93 บาท
  • ระยะสัญญา 12 เดือน เหลืออีก 2 เดือนที่เราจะต้องจ่ายโดยไม่ได้ส่วนลด เท่ากับ 1,282.93 x 2 = 2,565.86
  • รวมแล้วจนกว่าจะครบสัญญา ต้องจ่ายค่าบริการรวม (982.93 x 10) + (1,282.93 x 2) = 12,395.16 บาท
  • เมื่อรวมกับค่าเครื่องราคาพิเศษ 32,700 บาท เราจะจ่ายไปเงินไปทั้งสิ้น 45,095.16 บาท

ถ้าเราซื้อ iPhone 12 Pro Max (128GB) เครื่องเปล่า แล้วสมัครแพ็ตเกจ 1,199 บาทแยกกับค่าย A

  • iPhone 12 Pro Max (128GB) ราคาปกติ 39,900 บาท สมัครแพ็คเกจ 1,199 บาท
  • ค่าแพ็คเกจที่จ่ายในแต่ละเดือน+VAT 7% เท่ากับ 1,282.93 บาท
  • รวมค่าเครื่องและค่าแพ็คเกจ 12 เดือน 39,900 + (1,282.93 x 12) = 55,295.16 บาท

รวมแล้ว ซื้อ iPhone 12 Pro Max (128GB) แบบติดโปร จ่ายน้อยกว่าซื้อเครื่องเปล่า 10,200 บาทเลยทีเดียว

 

สรุป iPhone 12 ติดโปร เหมาะกับใคร?

จากทั้งหมดที่กล่าวมา การซื้อ iPhone 12 แบบติดโปร จะเหมาะกับผู้ที่ต้องการใช้เน็ตความเร็วสูงสุด และต้องการบริการเสริมต่างๆ จากทางค่าย หรือผู้ที่ตั้งใจจะใช้ iPhone 12 ไปนานๆ เพราะขายต่อลำบากหากยังติดสัญญาอยู่

 

ติดโปรหรือไม่ติดโปร แบบไหนคุ้มกว่า?

มาถึงตรงนี้ หากจะให้ฟันธงว่าแบบใดแบบหนึ่งคุ้มกว่าก็คงจะไม่ถูกต้องนัก เพราะทั้งเครื่องติดโปรและเครื่องเปล่าต่างก็มีข้อดี-ข้อเสียในตัว ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานของแต่ละท่าน หากท่านใช้งานแพ็คเกจรายเดือนที่พอใจอยู่แล้ว หรือเป็นผู้ที่ไม่ได้ใช้งานอะไรมาก และต้องการประหยัดโดยใช้ซิมเน็ตรายปี การซื้อ iPhone 12 เครื่องเปล่าจะคุ้มกว่า เมื่ออยากเปลี่ยนเครื่องก็ขายต่อได้สะดวก หรือหากท่านเป็นคนที่สามารถจ่ายค่าบริการรายเดือน 700 บาทขึ้นไปได้โดยไม่ขัดข้อง และไม่คิดจะเปลี่ยนเครื่องบ่อยๆ การซื้อ iPhone 12 แบบผูกโปรกับทางค่ายจะคุ้มกว่าในระยะยาว เพราะค่าใช้จ่ายโดยรวมถูกกว่าการซื้อเครื่องเปล่าแล้วสมัครแพ็คเกจแยก แถมยังได้สิทธิการใช้งานเต็มๆ จากแพ็คเกจ และยังได้สิทธิพิเศษอื่นๆ จากทางค่ายอีกหลายอย่างครับ

 

บทความโดย : thaimobilecenter.com

 


วันที่ : 24/11/2563