หน้าแรกมือถือ > รวมข่าวมือถือ > หน้าบทความ ข่าวมือถือ
   
Date : 15/9/2563

iPhone 12 ไปต่อหรือพอแค่นี้? ควรเปลี่ยนจาก iPhone รุ่นเก่ามาใช้ iPhone 12 หรือไม่ เปลี่ยนจากรุ่นไหนถึงจะคุ้ม?

 

ใกล้เข้ามาทุกทีสำหรับการเปิดตัวของ iPhone 12 ที่หลายคนรอคอยอย่างใจจดใจจ่อ ซึ่งที่ผ่านมาก็มีข้อมูลหลุดมาให้เห็นกันไปพอสมควรแล้วทั้งสเปก ดีไซน์ และราคา ใครที่ใช้ iPhone อยู่ก็อาจเริ่มลังเลว่าจะเปลี่ยนจาก iPhone เครื่องเดิม ไปใช้ iPhone 12 ดีหรือไม่ ถ้าเปลี่ยนแล้ว ควรเปลี่ยนจากรุ่นไหนถึงจะคุ้ม ในวันนี้เราจึงได้สรุปของความเปลี่ยนแปลงใน iPhone 12 มาให้ทุกท่านได้ตัดสินใจกันง่ายขึ้น ว่าควรจะไปต่อหรือพอแค่นี้ครับ

*หมายเหตุ : ทั้งหมดนี้เป็นเพียงความคิดเห็นของทีมงาน Thaimobilecenter เท่านั้น โดยอ้างอิงจากข้อมูลล่าสุดที่มีอยู่ ณ วันที่เขียนบทความ ข้อมูลบางอย่างอาจไม่ตรงกับข้อมูลจริงเมื่อมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

 

ดีไซน์

จากข้อมูลล่าสุด ดีไซน์ของ iPhone 12 แทบจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงมาจาก iPhone 11 เลย เพียงแค่มีรอยบากบนหน้าจอเล็กลง และมีขอบตัวเครื่องแบนเหมือน iPhone 5 เท่านั้น (ไม่รวมสีใหม่ๆ ที่อาจเพิ่มเข้ามา) หากว่ากันตรงๆ ตั้งแต่ iPhone X, iPhone Xs, iPhone 11 มาจนถึง iPhone 12 แทบจะมีหน้าตาที่เหมือนกันเลย ดังนั้นดีไซน์จึงไม่ใช่ปัจจัยสำคัญที่ควรนำมาพิจารณาในการเปลี่ยนเครื่องครับ
 

 

สเปก

ในด้านสเปก รายงานล่าสุดระบุว่า iPhone 12 จะมีการเพิ่ม RAM ขึ้นเป็น 6GB (สูงสุด) และเปลี่ยนไปใช้ชิปรุ่นใหม่ A14 Bionic ซึ่งคาดว่าจะมีประสิทธิภาพสูงใกล้เคียงกับ MacBook Air พร้อมด้วยหน้าจออัตรารีเฟรช 120Hz ที่ทำให้การเคลื่อนไหวบนหน้าจอดูสมูทกว่าที่เคย อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพโดยรวมของ iPhone 11 ที่ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต A13 Bionic นั้นสูงมากอยู่แล้ว ไม่ว่าจะใช้งานทั่วไปหรือเล่นเกมก็ลื่นไหลดั่งใจนึก เราจึงอาจไม่รู้สึกถึงความแตกต่างในการใช้งานจริง สิ่งที่น่าจะส่งผลต่อความรู้สึกในการใช้งานจริงๆ คือความอึดของแบตเตอรี่ และฟีเจอร์ใหม่ๆ ของกล้องมากกว่า ซึ่งเราจะพูดถึงกันในส่วนต่อไป
 

 

การถ่ายรูป

ด้านการถ่ายรูป iPhone 12 Pro และ iPhone 12 Pro Max จะมีการเพิ่มเซ็นเซอร์วัดระยะ LiDAR เข้ามา ซึ่งทำงานคล้ายกับเซ็นเซอร์ ToF (หรือที่เรียกกันว่ากล้อง Depth, กล้อง Portrait) บนสมาร์ทโฟน Android และเคยนำมาใช้แล้วใน iPad Pro 2020 เซ็นเซอร์ LiDAR จะช่วยเหลือการทำงานของระบบ Autofocus และการตรวจจับวัตถุขณะถ่ายวิดีโอ รวมถึงโหมดกลางคืน (Night Mode) และน่าจะช่วยให้การคำนวณมิติสำหรับการแสดงผล AR แม่นยำขึ้นด้วย อย่างไรก็ดี เราไม่สามารถตัดสินประสิทธิภาพของกล้องได้จากสเปกอย่างเดียว จำเป็นต้องพิจารณาตัวอย่างภาพถ่ายจริงเสียก่อน ว่าดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนๆ แค่ไหนครับ


 

แบตเตอรี่

ยังไม่ทราบข้อมูลที่ชัดเจนสำหรับความจุแบตเตอรี่ของ iPhone 12 ทั้ง 4 รุ่น แต่รายงานล่าสุดจากเกาหลีระบุว่า iPhone 12 จะมีแบตเตอรี่ที่ใหญ่ขึ้น โดยในรุ่นบนๆ อย่าง iPhone 12 Pro อาจมีแบตเตอรี่ความจุสูงถึง 4,400 mAh ซึ่งถ้าเป็นความจริงก็ถือว่าเป็นการอัปเกรดครั้งใหญ่ เพราะ iPhone 11 Pro นั้นมีความจุแบตเตอรี่เพียงแค่ 3,046 mAh เท่านั้น และน่าจะทำให้ iPhone 12 Pro สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องประมาณ 12-13 ชม. ขึ้นไป ใช้งานในชีวิตประจำวันได้สบายๆ แบบไม่ต้องพกแบตสำรองเลยถ้าไม่เล่นเกมหนักๆ

นอกจากนี้ iPhone 12 ยังอาจรองรับระบบชาร์จไวแบบ 20W ด้วย ซึ่งชาร์จได้เร็วกว่า 18W ของ iPhone 11 เล็กน้อย

อย่างไรก็แล้วแต่ มีข่าวลือหนาหูว่า Apple จะไม่แถมหัวชาร์จมาให้กับ iPhone 12 โดยในกล่องจะมีแค่ตัวเครื่องกับสายชาร์จมาให้เท่านั้น ทำให้ผู้ใช้ต้องชาร์จกับคอมพิวเตอร์ หรือใช้หัวชาร์จตัวเก่า แต่ถ้าอยากให้ชาร์จไวด้วย ก็ต้องซื้อหัวชาร์จ 20W รุ่นใหม่ไปเลย ทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นไปอีก

 

5G

ความพิเศษอีกอย่างหนึ่งของ iPhone 12 คือการรองรับเครือข่าย 5G ซึ่งเร็วกว่า 4G ที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบันมาก แต่ในตอนนี้โครงข่าย 5G ในบ้านเรายังไม่แพร่หลาย และมีให้ใช้งานในวงที่จำกัดมาก เราจึงมองว่าการซื้อมือถือ 5G ในช่วงนี้ยังไม่มีความจำเป็นเท่าไหร่ และคงอีกพักใหญ่กว่าเราจะได้ใช้งานกันอย่างเต็มรูปแบบ อย่างไรก็แล้วแต่ 5G คืออนาคตที่จะมาถึงอย่างแน่นอน หากมองในมุมที่ว่า ซื้อมือถือ 5G ตอนนี้เพื่อให้พร้อมใช้งาน 5G ทันทีเมื่อเวลามาถึง ก็ซื้อมาใช้ก่อนได้เลยเหมือนกัน ในจุดนี้จึงขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละบุคคลครับ

 

สรุป

หากพูดในมุมมองของผู้ใช้งานทั่วไป ตั้งแต่ iPhone X เป็นต้นมา iPhone รุ่นใหม่ๆ ก็จะเป็นการอัปเกรดแบบเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น ยังไม่มีอะไรที่หวือหวา แต่ถ้ามองให้ลึกลงไป ก็มีฟีเจอร์ใหม่ๆ เพิ่มเข้ามาเยอะเหมือนกัน 

สำหรับผู้ที่ใช้ iPhone X และรุ่นที่เก่ากว่า iPhone รุ่นหลังๆ จะมีฟีเจอร์ใหม่ๆ เพิ่มเข้ามาหลายอย่าง เช่นโหมด Pro Video สำหรับถ่ายวิดีโอแบบมืออาชีพ, เลนส์ Ultra Wide สำหรับถ่ายรูปมุมกว้าง, โหมดกลางคืน Night Mode เป็นต้น หากต้องการฟีเจอร์เหล่านี้ ก็ไม่เสียหายที่จะอัปเกรดมาเป็น iPhone 12 แต่ถ้าใครกำลังใช้ iPhone 11 อยู่ ก็จะมีฟีเจอร์เหล่านี้ให้ใช้อยู่แล้ว จึงอาจไม่คุ้มเท่าไหร่ถ้าจะอัปเกรดเป็น iPhone 12 ครับ

 

 

เปลี่ยนไปใช้ Android ดีไหม?

อีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคนที่คิดจะเปลี่ยนมือถือ คือการย้ายค่ายไปใช้มือถือ Android ซึ่งปัจจุบันนี้สมาร์ทโฟนเรือธงฝั่ง Android มีสเปกและฟีเจอร์ที่หวือหวาล้ำหน้ามาก ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์ที่มีให้เลือกเยอะ, ชุดกล้อง 4 ตัว ความละเอียดสูง, ระบบชาร์จไวที่ไวมากๆ, ลูกเล่นการซูม 50-100x, และยังทำได้แทบทุกอย่างเหมือนกับ iPhone ในราคาที่เท่ากัน หรือถูกกว่า ใครที่เคยใช้ iPhone มาตลอด แต่ไม่ได้มี iPad, MacBook ไว้ทำงานร่วมกัน ก็ลองเปิดใจให้กับ Android ดู ซึ่งปัจจุบันนี้ก็ไม่ได้ใช้งานยากอย่างที่หลายคนเชื่อกัน หากมีเวลาก็ลองไปเล่นเครื่องโชว์ใน Shop ดูก่อน อาจจะถูกใจก็เป็นได้ครับ 

ส่วนใครที่ทำงานบน Apple Ecosystem โดยมีทั้ง iPhone, iPad, MacBook หรือผลิตภัณฑ์/บริการของ Apple อื่นๆ ก็คงจะทราบดีอยู่แล้วว่า ไม่ควรเปลี่ยนไปใช้ Android เพราะอาจทำให้ workflow สะดุดได้ หาก iPhone ที่ใช้อยู่เก่ามากจนรู้สึกว่าทำงานไม่สะดวก ก็ควรจะอัปเกรดเป็น iPhone 12 ไปเลยครับ

 

นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com

 

 


วันที่ : 15/9/2563