หน้าแรกมือถือ > รวมข่าวมือถือ > หน้าบทความ ข่าวมือถือ
   
Date : 13/07/2564

เปรียบเทียบ iPhone 11 และ iPhone 12 ทุกรุ่น ต่างกันอย่างไร ซื้อรุ่นไหนดีในปี 2021 ?

 

เมื่อปี 2020 ที่ผ่านมา Apple ได้เปิดตัว iPhone 12 series ทั้งหมด 4 รุ่นด้วยกัน ได้แก่ iPhone 12, iPhone 12 Pro, iPhone 12 Pro Max และ iPhone 12 Mini ที่มาในไซส์กะทัดรัดด้วยหน้าจอที่มีขนาดเพียง 5.4 นิ้ว อีกทั้งยังรองรับ 5G ทุกรุ่น และยังมีการอัปเกรดอื่นๆ อีกหลายอย่าง ขณะเดียวกัน รุ่นก่อนหน้าอย่าง iPhone 11 series ก็ยังคงได้รับความนิยมอยู่ ด้วยประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมใกล้เคียงกับ iPhone 12 

ช่วงนี้หลายคนอาจจะกำลังต้องการ iPhone เครื่องใหม่ และกำลังตัดสินใจระหว่าง iPhone 11 กับ iPhone 12 ในวันนี้เราจึงได้นำ iPhone 11, iPhone 11 Pro และ iPhone 11 Pro Max มาเปรียบเทียบกับ iPhone 12, iPhone 12 mini, iPhone 12 Pro และ iPhone 12 Pro Max ให้ดูกัน เพื่อช่วยประกอบการตัดสินใจครับ


เทียบสเปก

iPhone 11 vs iPhone 12 vs iPhone 12 mini

iPhone 11 Pro vs iPhone 12 Pro

iPhone 11 Pro vs iPhone 12 Pro Max

จากตารางข้างต้น จะเห็นว่า iPhone 12 มีการอัปเกรดจาก iPhone 11 ในหลายๆ ด้าน แต่ก็ไม่ใช่การอัปเกรดที่หวือหวา โดยมีการเปลี่ยนดีไซน์เล็กน้อยที่ขอบรอบตัวเครื่อง จากเดิมที่เป็นโลหะโค้งมน มาเป็นสันแบนแบบ iPhone รุ่นเก่า พร้อมทั้งอัปเกรดกระจกครบตัวเครื่องเป็น Ceramic Shield ที่ทาง Apple การันตีว่าเป็นกระจกที่แข็งแกร่งที่สุดในวงการ ณ เวลานี้ โดยทนทานต่อการตกกระแทกได้มากกว่า iPhone 11 ถึง 4 เท่า อีกทั้งยังรองรับ 5G และใช้จอ OLED ทั้งหมด ไม่มีจอ IPS LCD ให้เลือกอีกต่อไป จึงมีการแสดงผลที่ยอดเยี่ยมแม้ในรุ่นเริ่มต้น

ในด้านประสิทธิภาพ iPhone 12 มากับชิปเซ็ตรุ่นใหม่ Apple A14 Bionic เป็นรุ่นแรกในวงการสมาร์ทโฟนที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบ 5 นาโนเมตร ซึ่ง Apple ไม่ได้บอกตรงๆ ว่ามีประสิทธิภาพสูงกว่าชิป A13 Bionic แค่ไหน แต่การันตีว่าชิปรุ่นใหม่ทรงพลังกว่าคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปส่วนใหญ่ตลาด อีกทั้งยังได้อัปเกรดหน่วยประมวลผล AI หรือ neural engine โดยเพิ่มแกนประมวลผลจากเดิม 8 แกนเป็น 16 แกน จึงน่าจะมีประสิทธิภาพสูงกว่า A13 Bionic เป็นเท่าตัว อย่างไรก็ดี ด้วยความที่ชิป A13 Bionic นั้นมีประสิทธิภาพสูงอยู่แล้ว ในการใช้งานจริงเราอาจจะไม่รู้สึกของความเร็วที่เพิ่มขึ้นใน iPhone 12 เลยก็เป็นได้

ด้านแบตเตอรี่นั้น Apple บอกเพียงว่าใช้งานได้นานกว่า iPhone 11 ประมาณ 1 ชั่วโมง อย่างไรก็ดี ในแง่ของการใช้งานจริงที่มีการเปิดใช้ 5G ก็ไม่ได้อึดไปกว่า iPhone 11 เท่าไหร่ ยิ่งไปกว่านั้น กลุ่มผู้ใช้ยังพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า iPhone 11 Mini แบตหมดเร็วมาก ในส่วนของแบตเตอรี่จึงไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นการอัปเกรดเสียทีเดียว

สำหรับการถ่ายภาพ มีการอัปเกรดจากรุ่นก่อนค่อนข้างชัดเจนในรุ่น iPhone 12 Pro และ iPhone 12 Pro Max โดยมีการเพิ่มเซ็นเซอร์ LiDAR ช่วยวัดระยะ และถ่ายรูปในเวลากลางคืน พร้อมกันนี้ในรุ่น Pro Max ยังมีเซ็นเซอร์รับภาพที่ใหญ่กว่าเดิม ช่วยให้รับแสงได้มากขึ้นและซูมแบบ Optical ได้ไกลถึง 5 เท่า พร้อมกันนี้ยังได้เพิ่มความสามารถในการถ่ายและแก้ไขไฟล์ภาพ RAW รวมไปถึงไฟล์วิดีโอ HDR Dolby Vision บนตัวเครื่องได้ทันที เรียกได้ว่าสามารถแต่งรูปและตัดต่อวิดีโอได้เสร็จสรรพในตัว ซึ่งก็น่าจะถูกใจผู้ใช้สายครีเอเตอร์กันพอสมควร

นอกเหนือจากสเปกแล้ว อีกจุดหนึ่งที่ต้องพิจารณาสำหรับคนที่จะซื้อ iPhone 12 และ iPhone 11 คือ iPhone 12 ทุกรุ่น กับ iPhone 11 รุ่นธรรมดาล็อตใหม่ จะไม่แถมอแดปเตอร์ชาร์จมาให้ในกล่อง มีแค่ตัวเครื่องกับสาย USB-C to Lightning เท่านั้น ดังนั้นใครที่มีอแดปเตอร์ของ iPhone 11 Pro / Pro Max อยู่แล้วก็นำมาใช้แทนได้ หรือถ้าไม่เคยใช้ iPhone มาก่อน แนะนำว่าควรซื้ออแดปเตอร์ชาร์จไว หรือแท่นชาร์จไร้สายไปพร้อมกันด้วยครับ

ด้วยเหตุผลทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ทางทีมงานเห็นว่าท่านใดที่ใช้ iPhone 11 อยู่ ยังไม่ควรจะอัปเกรดมาใช้ iPhone 12 เพราะมีการอัปเกรดจากเดิมไม่มากนัก ซึ่งไม่น่าจะมีความแตกต่างอะไรมากสำหรับผู้ใช้ทั่วไป เว้นแต่ว่าจะเป็นสายครีเอเตอร์ที่ชอบถ่ายรูปหรือถ่ายวิดีโอจริงๆ ที่จะได้ใช้ประโยชน์จากฟีเจอร์ Apple ProRAW และการถ่ายวิดีโอ HDR Dolby Vision ในรุ่น Pro และ Pro Max จริงๆ แต่ถ้าใครที่ใช้ iPhone รุ่นเก่าๆ ตั้งแต่ iPhone Xs ลงไป ทางทีมงานมองว่าคุ้มค่าที่จะเปลี่ยนมาใช้ iPhone 12 เพราะประสิทธิภาพการทำงานของชิป A14 Bionic นั้นแรงกว่ามาก และยังมีเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาช่วยให้ถ่ายรูปได้ดีขึ้นอีกด้วยครับ

 

นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com


วันที่ : 13/07/2564