หน้าแรกมือถือ > รวมข่าวมือถือ > หน้าบทความ ข่าวมือถือ
   
Date : 9/9/2562

iPhone 11 (iPhone XI) : รวมฟีเจอร์ใหม่ที่เราอาจได้เห็นบนไอโฟน 11 ก่อนเปิดตัว 10 ก.ย. นี้ มีอะไรน่าสนใจบ้าง มาดูกัน!

 

วันที่ 10 กันยายน เวลา 00.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ก็จะเข้าสู่งานเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ประจำปี 2019 ซึ่งหลายฝ่ายคาดว่าจะใช้ชื่อ iPhone 11 หรือ iPhone XI อย่างเป็นทางการแล้ว โดยคาดว่าในปีนี้ทาง Apple น่าจะมีการอัปเกรดทางด้านสเปกไอโฟนครั้งใหญ่ให้สมกับมือถือเรือธงแห่งปี 2019 รวมไปถึงระบบกล้องถ่ายภาพที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันมากกว่าเดิม

แต่ก่อนจะถึงงานเปิดตัวในคืนพรุ่งนี้อย่างเป็นทางการนั้น เราไปดูกันดีกว่าว่า iPhone 11 ในปีนี้จะมีฟีเจอร์อะไรน่าสนใจบ้าง โดยอ้างอิงจากข้อมูล และข่าวล่าสุดเท่าที่มีอยู่ ณ ขณะนี้ หากพร้อมแล้ว ไปติดตามกันเลยครับ

 

ปีนี้จะยังคงมีอย่างน้อย 3 รุ่นเช่นเคย!

จากเอกสารภายในที่แหล่งข่าวรายหนึ่งนามว่า AppleBeta 2019 ซึ่งอางว่าเป็นเอกสารภายในของ Apple ที่มีการระบุให้ทราบถึงชื่อรุ่นของ iPhone รุ่นใหม่ในปีนี้ ประกอบไปด้วย iPhone 11, iPhone 11 Pro และ iPhone 11 Pro Max โดยคาว่า iPhone 11 จะเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นเริ่มต้นที่เข้ามาแทนที่ iPhone XR ไอโฟนราคาประหยัดที่เคยเปิดตัวออกมาครั้งแรกเมื่อปี 2018 ส่วนทางด้าน iPhone 11 Pro จะเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นสานต่อที่พัฒนาต่อยอดมาจาก iPhone XS ขณะที่ iPhone 11 Pro Max จะเป็นไอโฟนตัวท็อปสุดแห่งปี ที่มาพร้อมกับหน้าจอขนาดใหญ่สุด และสเปกจัดเต็มสุด ซึ่งเป็นตัวแทนของ iPhone XS Max นั่นเอง

 

ยังมาพร้อมกับจอรอยบาก

ตามรายงานระบุว่า iPhone ทั้ง 3 รุ่นในปี 2019 จะยังคงดีไซน์หน้าจอรอยบากเหมือนกับที่ใช้บน iPhone X, iPhone XS / XS Max และ iPhone XR แต่ทาง Apple จะมีการปรับไปใช้กระจกหน้าจอที่มีคุณสมบัติ Shatter-resistant ที่ช่วยให้ตัวกระจกหน้าจอยึดติดกันเมื่อผู้ใช้ทำตก หรือการกระแทก โดยคาดว่า iPhone 11 จะมาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลขนาด 6.1 นิ้ว ขณะที่ iPhone 11 Pro มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลขนาด 5.8 นิ้ว ส่วนทางด้านรุ่น iPhone 11 Pro Max จะมาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลขนาด 6.5 นิ้ว

 

Face ID ไฉไลกว่าเดิม 

บริเวณรอยบากที่ด้านบนของหน้าจอของไอโฟนทั้งสามรุ่น จะติดตั้งชุดกล้องหน้าแบบ TrueDepth Camera  เพื่อช่วยถ่ายภาพ Portrait รวมถึงใช้งานร่วมกับระบบปลดล็อกที่มีความปลอดภัยสูงอย่าง Face ID ที่มีเซ็นเซอร์ Multi-Angle ช่วยให้ผู้ใช้สามารถปลดล็อกได้หลากหลายองศา แม้ว่าจะวางสมาร์ทโฟนอยู่บนพื้นโต๊ะก็ตาม นอกจากนี้ ตัวกล้องหน้ายังมาพร้อมกับฟีเจอร์การถ่ายวิดีโอแบบ Slow-mo ที่ระดับ 120fps ซึ่งแต่เดิมเป็นฟีเจอร์ที่สามารถใช้ได้เฉพาะกล้องหลังเท่านั้น

 

แรงกว่าเดิมด้วยขุมพลัง Apple A13

iPhone ปี 2019 ทั้งสามรุ่นคาดว่าจะมาพร้อมกับขุมพลังตัวล่าสุดในชื่อ Apple A13 โดยเป็นชิปเซ็ตที่ผลิตโดยบริษัทซัพพลายเออร์ของ Apple อย่าง TSMC ใช้กระบวนการผลิตแบบ 7nm+ EUV รวมทั้งในชิปตัวใหม่จะมีการใส่ชิปประมวลผลแยกในชื่อ AMX หรือ Matrix เข้าไปด้วย ซึ่งตามรายงานระบุว่า เป็นชิปที่ถูกออกแบบมาสำหรับประมวลผลงานหนักๆ เกี่ยวกับทางด้านปัญญาประดิษฐ์ รวมถึงเทคโนโลยี AR โดยเฉพาะ ทำให้ CPU ตัวหลักไม่จำเป็นต้องรับภาระหนักในการประมวลผลช่วยให้ตัวเครืองเร็วกว่าเดิม

 

โดยหากลองพิจารณาจากคะแนนทดสอบของ iPhone ปี 2019 รุ่นหนึ่งที่เคยปรากฏบนฐานข้อมูล Geekbench ซึ่งเป็นแหล่งทดสอบประสิทธิภาพของ CPU โดยเฉพาะ พบว่า ชิป Apple A13 สามารถทำคะแนนแบบ Single-Core ได้ทั้งหมด 5415 คะแนน และทำคะแนนทดสอบแบบ Multi-Core ได้ทั้งหมด 1129 คะแนน ซึ่งเมื่อนำคะแนน Single-Core ของ Apple A13 มาเปรียบเทียบกับ Apple A12 ที่ทำคะแนนได้ราว 4796 คะแนนแล้ว จะเห็นว่า A13 แรงขึ้นกว่าเดิมราว 12-13% ด้วยกัน ขณะที่คะแนนแบบ Multi-Core ยังคงมีความใกล้เคียงกับชิปรุ่นเดิมมาก แต่ก็มีความเป็นไปได้ว่า ซอฟท์แวร์ที่ใช้ทดสอบอาจจะยังไม่ใช่เวอร์ชันสมบูรณ์ หรืออาจมีปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องขณะทดสอบ อย่างเช่น อุณหภูมิความร้อน หรือแอปพลิเคชันที่เปิดทำงานทิ้งไว้อยู่เบื้องหลัง เป็นต้น

 

กล้องหลังอัปเกรดใหม่ 3 ตัว!

จากภาพเรนเดอร์ รวมถึงตัวเครื่องดัมมี่ที่ถูกเปิดเผยออกมาก่อนหน้านี้ บ่งชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า iPhone 11 Pro และ 11 Pro Max จะมาพร้อมกับกล้องหลัง 3 ตัว จากเดิมในรุ่น iPhone X รวมถึง XS ที่ได้ใช้กล้องหลังเพียงแค่ 2 ตัว โดยคาดว่าชุดกล้องสองตัวแรกจะยังคงเป็นเลนส์ Wide Angle ประกบคู่กับเลนส์ซูม Telephoto ส่วนกล้องตัวที่สามที่ถูกเพิ่มเข้ามาใหม่คาดว่าจะเป็นกล้อง Time-of-Flight ที่สามารถตรวจจับระยะชัดตื้นได้อย่างแม่นยำ ตอบโจทย์การถ่ายภาพ Portrait รวมถึงการสร้างภาพบนเทคโนโลยี AR ที่ดูเนียนตามากกว่าเดิม นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลด้วยว่า กล้องทั้งสามตัวของ iPhone 11 และ 11 Pro จะสามารถถ่ายภาพได้พร้อมกัน เพื่อนำมาประมวลผลเป็นภาพเดี่ยว อีกทั้ง จะมีเทคโนโลยี AI สำหรับช่วยคัดแยกภาพที่ถ่ายออกมา รวมไปถึงฟีเจอร์การถ่ายภาพแสงน้อยโดยเฉพาะอีกด้วย

 

รองรับปากกา Apple Pencil เป็นครั้งแรก!?

The Investor สื่อจากประเทศเกาหลีใต้ เคยออกมาเปิดเผยว่า iPhone ปี 2019 จะรองรับการทำงานร่วมกับปากกาสไตลัสอย่าง Apple Pencil เป็นครั้งแรก ซึ่งแม้ว่า The Investor อาจไม่ได้มีชื่อเสียงด้านข่าวหลุดของ iPhone มากนัก แต่ข้อมูลดังกล่าวดูมีเค้ามูลมากขึ้นเรื่อยๆ หลังผู้ผลิตเคสชื่อดังอย่าง Olixar ที่มักจะเปิดเผยภาพของ iPhone รุ่นใหม่ๆ ก่อนเปิดตัวได้อย่างแม่นยำ ได้เผยแพร่ภาพเคสของ iPhone 11 Pro ออกมาให้ได้รับชมกัน แต่จุดที่น่าสนใจอยู่ตรงที่ ด้านหลังของตัวเคสมีการเว้นพื้นที่เอาไว้สำหรับใส่ปากกา Apple Pencil ด้วย ซึ่งหากพิจารณาจากขนาดของปากกา Apple Pencil ที่ปรากฏอยู่บนภาพ ก็ดูเล็กไปที่จะเป็น Apple Pencil 1 หรือ Apple Pencil 2 ที่ใช้บน iPad จึงทำให้มีความเป็นไปได้ว่า Apple Pencil ที่ปรากฏอยู่บนภาพเรนเดอร์ครั้งนี้คือ Apple Pencil ตัวใหม่ไซส์มินิที่ถูกออกแบบมาสำหรับใช้งานกับ iPhone โดยเฉพาะ ซึ่งหากเป็นเรื่องจริงก็มีความเป็นไปได้ว่า ทาง Apple อาจกำลังผลักดันประสบการการใช้งานให้เหมือนกันทั้ง iPad และ iPhone รวมทั้งอาจมีการขยับขยายไปถึง MacBook รุ่นใหม่ในอนาคตด้วยก็เป็นได้

 

ลาก่อน 3D Touch?

Blayne Curtis นักวิเคราะห์ชื่อดังจาก Barclays รวมถึงสื่อต่างประเทศอย่าง The Wall Street Journal และ Bloomberg รายงานไปในทิศทางเดียวกันว่า iPhone ปี 2019 ทุกรุ่น จะไม่มีฟีเจอร์ 3D Touch ให้ใช้งานอีกต่อไป โดยคาดว่าทาง Apple จะปรับไปใช้ฟังก์ชัน Haptic Touch ซึ่งเป็นการกดค้างเพื่อสั่งการแทน เนื่องจากในปัจจุบัน iOS 13 ก็ถูกออกแบบ UI มาเพื่อให้รองรับฟีเจอร์ดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำให้ iPhone XR และ iPad ที่แม้ไม่มี 3D Touch ก็สามารถกดค้างเพื่อสั่งการได้


 

ข่าวลืออื่นๆ ที่น่าสนใจของ iPhone ปี 2019

  • อาจรองรับฟีเจอร์ Wireless Charging สำหรับปล่อยกระแสไฟจาก iPhone เพื่อชาร์จอุปกรณ์อื่นๆ อย่างเช่น เคส AirPods
  • แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ขึ้น โดย iPhone 11 จะมาพร้อมกับแบตเตอรี่ความจุ 3,000mAh ขณะที่ iPhone 11 Pro มาพร้อมกับแบตเอตรี่ความจุ 3,200mAh ด้าน iPhone 11 Pro Max มาพร้อมกับแบตเตอรี่ 3,500mAh
  • iPhone 11 Pro อาจมีรุ่นรองรับ 2 ซิมการ์ด (ก่อนหน้านี้ iPhone XS Max และ iPhone XR มีรุ่น 2 ซิมการ์ดขายในประเทศจีน จึงทำให้มีการคาดการณ์ว่า รุ่นสานต่อของ iPhone XS อาจมีรุ่น 2 ซิมด้วย)
  • iPhone 11 อาจมาพร้อมกับ RAM ขนาด 4GB จากเดิมที่มี RAM ขนาด 3GB
  • Dual Bluetooth Audio Connection Support อาจรองรับการเชื่อมต่อเข้ากับหูฟังไร้สาย 2 เครื่องในครั้งดเียว ช่วยให้สตรีมเพลง หรือคอนเทนต์ต่างๆ ให้กับอุปกรณ์ได้สะดวกมากยิ่งขึ้น
  • iPhone XR รุ่นใหม่จะมาพร้อมกับสีใหม่ คือ สีม่วง Lavender และสีเขียว Dark Green โดยในส่วนของสีเขียว แหล่งข่าวระบุว่า จะเป็นสีที่คล้ายกับสีของ Sony Xperia Z5 และจะเป็นตัวเลือกสีที่สวยที่สุดในปีนี้
  • บอดี้ด้านหลังจะเปลี่ยนไปใช้กระจกแบบด้าน ไม่ใช่กระจกเงาเหมือนในปัจจุบัน
  • อาจตัดคำว่า iPhone ที่อยู่บริเวณด้านหลังตัวเครื่องออก เหลือไว้เพียงโลโกรูป แอปเปิล เท่านั้น

 

อย่างไรก็ดี ข้อมูลด้านต้นยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ ต้องติดตามกันต่อไปภายในงานเปิดตัววันที่ 10 กันยายน 2562 ตั้งแต่เวลา 00.00 น. เป็นต้นไป โดยทางทีมงาน Thaimobilecenter จะยังมี Live สด พร้อมบรรยายภาษาไทยให้แก่ทุกท่านได้รับชมเช่นเคยครับ

 

ที่มา : MacRumors

 


วันที่ : 9/9/2562