หน้าแรกมือถือ > รวมข่าวมือถือ > หน้าบทความ ข่าวมือถือ
   
Date : 14/9/2564

เปิดตัว Infinix Zero X series รุ่นแรกของค่ายที่มีเลนส์ซูม 60x มาพร้อมจอ AMOLED 120Hz และชาร์จไว 45W

 

Infinix เปิดตัวสมาร์ทโฟน Zero X series ทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่ Zero X, Zero X Pro และ Zero X Neo ยกเครื่องดีไซน์ให้พรีเมียมยิ่งขึ้น โดยมีจุดเด่นอยู่ที่การถ่ายภาพ และยังเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของ Infinix ที่มีเลนส์ซูมแบบ Periscope อีกด้วย

Infinix Zero X และ X Pro มากับหน้าจอแสดงผลแบบ AMOLED ขนาด 6.67 นิ้ว รองรับ Refresh Rate 120Hz และ Touch Samspling Rate 240Hz พร้อมรองรับการสแกนลายนิ้วมือใต้จอ ภายในขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ตประมวลผล MediaTek Helio G95 ที่มากับหน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-G76 MC4 GPU แม้ว่าตัวชิปเซ็ตจะรองรับ refresh rate แค่ 90Hz แต่มีการติดตั้งชิป Boost Intelligent Display เพิ่มเข้ามาต่างหาก ทำให้รองรับ refresh rate ได้มากขึ้นอีก นอกจากนี้ ทั้งสองรุ่นยังมีแบตเตอรี่ความจุ 4500mAh และรองรับระบบชาร์จไว 45W 

สำหรับการถ่ายภาพ Infinix Zero มากับชุดกล้องหลัง 3 ตัว ประกอบด้วยกล้องหลักความละเอียด 64MP, กล้อง Ultra Wide 8MP มุมมองกว้าง 120 องศา และกล้องซูม Periscope 8MP ที่รองรับการซูม 5x optical และ 60x hybrid พร้อมระกันสั่น OIS

อีกด้านหนึ่ง Infinix Zero Pro จะมีสเปกกล้องที่สูงขึ้นไปอีกขั้น โดยอัปเกรดกล้องตัวหลักเป็น 108MP และมีกันสั่น OIS ทำให้รุ่นนี้มีระบบกันสั่น OIS 2 ตัวด้วยกัน

Infinix Neo อาจเรียกได้ว่าเป็นน้องสุดท้องของซีรีส์ แม้จะมีสเปกส่วนใหญ่เหมือนกับรุ่น Zero X และ Zero X Pro แต่มีการปรับเปลี่ยนสเปกหลายส่วน ได้แก่ หน้าจอแสดงผลที่เป็น IPS LCD ที่มี refresh rate 90Hz แต่มีขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 6.78 นิ้ว, แบตเตอรี่ที่อึดขึ้นเป็น 5000mAh แต่รองรับการชาร์จไวเพียง 18W, ระบบสแกนลายนิ้วมือด้านข้างตัวเครื่อง และชุดกล้องหลังที่เปลี่ยนเป็นกล้องหลัก 48MP กับกล้อง B&W 2MP ส่วนกล้องซูม Periscope ยังคงมีอยู่ และสามารถซูมได้เทียบเท่ากับรุ่นพี่ทั้งสองรุ่น

 

สรุปสเปก Infinix Zero X series

Infinix Zero X

  • หน้าจอแสดงผล AMOLED ขนาด 6.67 นิ้ว ความละเอียด FHD+ รองรับ Refresh Rate 120Hz และ Touch Samspling Rate 240Hz ครอบคลุมขอบเขตสี 103% DCI-P3 Color Gamut
  • ชิปเซ็ตประมวลผล MediaTek Helio G95
  • ชิป Boost Intelligent Display เสริมประสิทธิภาพการทำงานของหน้าจอ
  • RAM 8GB สามารถเพิ่มได้อีก 3GB ผ่านฟีเจอร์ Memory Fusion Technology 2.0
  • ROM 128GB UFS 2.2 สามารถเพิ่มหน่วยความจำเสริมแบบ microSD ได้อีกสูงสุด 512GB
  • กล้องหน้า 16MP
  • กล้องหลัง 3 ตัว ประกอบด้วย
    • กล้องหลัก 64MP (f/1.89)
    • กล้อง Ultra Wide 8MP 120 องศา (f/2.25)
    • กล้อง Periscope 8MP (f/3.4) รองรับการซูม 5x Optical และ 60x Hybrid พร้อมระบบกันสั่น OIS
  • แบตเตอรี่ความจุ 4500mAh รองรับระบบชาร์จไว 45W
  • พอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C
  • ช่องหูฟัง 3.5 มม.
  • ระบบปฏิบัติการ Android 11 ครอบทับด้วย XOS 7.6
  • มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ Nebula Black และ Starry Silver


 

Infinix Zero X Pro

  • หน้าจอแสดงผล AMOLED ขนาด 6.67 นิ้ว ความละเอียด FHD+ รองรับ Refresh Rate 120Hz และ Touch Samspling Rate 240Hz ครอบคลุมขอบเขตสี 103% DCI-P3 Color Gamut
  • ชิปเซ็ตประมวลผล MediaTek Helio G95
  • ชิป Boost Intelligent Display เสริมประสิทธิภาพการทำงานของหน้าจอ
  • RAM 8GB สามารถเพิ่มได้อีก 3GB ผ่านฟีเจอร์ Memory Fusion Technology 2.0
  • ROM 128GB UFS 2.2 สามารถเพิ่มหน่วยความจำเสริมแบบ microSD ได้อีกสูงสุด 512GB
  • กล้องหน้า 16MP
  • กล้องหลัง 3 ตัว ประกอบด้วย
    • กล้องหลัก 108MP (f/1.79) พร้อมระบบกันสั่น OIS
    • กล้อง Ultra Wide 8MP 120 องศา (f/2.25)
    • กล้อง Periscope 8MP (f/3.4) รองรับการซูม 5x Optical และ 60x Hybrid พร้อมระบบกันสั่น OIS
  • แบตเตอรี่ความจุ 4500mAh รองรับระบบชาร์จไว 45W
  • พอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C
  • ช่องหูฟัง 3.5 มม.
  • ระบบปฏิบัติการ Android 11 ครอบทับด้วย XOS 7.6
  • มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Nebula Black, Starry Silver, Tuscany Brown

 

Infinix Zero X Neo

  • หน้าจอแสดงผล IPS LCD ขนาด 6.78 นิ้ว ความละเอียด FHD+ รองรับ Refresh Rate 90Hz และ Touch Samspling Rate 180Hz
  • ชิปเซ็ตประมวลผล MediaTek Helio G95
  • RAM 8GB สามารถเพิ่มได้อีก 3GB ผ่านฟีเจอร์ Memory Fusion Technology 2.0
  • ROM 128GB UFS 2.2 สามารถเพิ่มหน่วยความจำเสริมแบบ microSD ได้อีกสูงสุด 512GB
  • กล้องหน้า 16MP
  • กล้องหลัง 3 ตัว ประกอบด้วย
    • กล้องหลัก 48MP (f/1.79)
    • กล้อง B&W 2MP (f/2.4)
    • กล้อง Periscope 8MP (f/3.4) รองรับการซูม 5x Optical และ 60x Hybrid พร้อมระบบกันสั่น OIS
  • แบตเตอรี่ความจุ 5000mAh รองรับระบบชาร์จไว 18W
  • พอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C
  • ช่องหูฟัง 3.5 มม.
  • ระบบปฏิบัติการ Android 11 ครอบทับด้วย XOS 7.6
  • มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Nebula Black, Starry Silver, Bahamas Blue



ในเบื้องต้นทาง Infinix ยังไม่ได้เปิดเผยราคา และรายละเอียดการวางจำหน่าย แต่เชื่อว่าจะเข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทยเร็วๆ นี้แน่นอน ส่วนรายละเอียดอื่นๆ เราจะรายงานให้ทราบกันอีกครั้งครับ

 

ที่มา : Infinix

 


วันที่ : 14/9/2564

ข่าวมือถือ บทความมือถือ ที่เกี่ยวข้อง