เปิดตัว Infinix Note 60 และ Infinix Note 60 Pro จัดเต็มแผ่นระบายความร้อน+แบต 6,000mAh
เปิดตัว Infinix Note 60 และ Infinix Note 60 Pro จัดเต็มแผ่นระบายความร้อน+แบต 6,000mAh ขึ้นไป
Infinix เตรียมเปิดตัว Note series รุ่นใหม่ โดยมีทั้งรุ่นปกติและรุ่น Pro ซึ่งรุ่น Pro เป็นสมาร์ตโฟน Infinix รุ่นแรกที่ใช้ชิป Snapdragon นับตั้งแต่ปี 2019 และยังใส่แผ่นระบายความร้อนแบบ vapor chamber เพื่อช่วยควบคุมอุณหภูมิ
ชิป Snapdragon + ระบบระบายความร้อนสำหรับเล่นเกม
Infinix Note 60 Pro (มีวิดีโอ hands-on) ใช้ชิป Snapdragon 7s Gen 4 ขนาด 4nm จากปีที่แล้ว จับคู่กับ RAM 8/12GB และความจุ 256GB โดยระบบระบายความร้อน 3D IceCore vapor chamber ขนาด 4,758mm² และแผ่นทองแดงหนา 0.36mm ทำงานร่วมกันเพื่อลดอุณหภูมิได้สูงสุด 3°C ระหว่างเล่นเกมหนักๆ
หน้าจอเสริมด้านหลังแบบจุด + มินิเกม
รุ่น Pro ยังมาพร้อม Active Matrix Display ซึ่งเป็นจอแบบ dot-style บนโมดูลกล้อง ใช้แสดงไอคอนการแจ้งเตือน และปรับแต่งได้ด้วยอีโมจิเลื่อนหรือ Pixel Pets อีกทั้งยังสามารถเล่นมินิเกมอย่าง Dot Dash และ Star Blast ได้ด้วย
หน้าจอหลัก OLED 144Hz สว่างสูง และลำโพง JBL
เกมส่วนใหญ่จะเล่นบนหน้าจอ OLED ด้านหน้าขนาด 6.78 นิ้ว ความละเอียด 1,080 x 2,436 พิกเซล รีเฟรชเรต 144Hz ความสว่างสูงสุด 4,500 nits และมี PWM dimming พร้อมกระจกป้องกัน Gorilla Glass 7i เสริมประสบการณ์ภาพและเสียงด้วยลำโพง JBL คู่ด้านบนและล่าง โครงเครื่องทำจากอะลูมิเนียมอัลลอยความแข็งแรงสูง และออกแบบขอบโค้งเพื่อจับถนัดมือ
สแกนนิ้วด้านข้างวัดสุขภาพ + ปุ่ม One-Tap
ตัวเครื่องนำฟีเจอร์ที่เคยหายไปเมื่อสแกนนิ้วใต้จอเริ่มแพร่หลายกลับมาอีกครั้ง โดยสแกนนิ้วด้านข้างสามารถวัดอัตราการเต้นหัวใจ ความแปรปรวนของชีพจร และระดับออกซิเจนในเลือดผ่านแอป My Health ได้ ส่วนอีกด้านมีปุ่ม One-Tap Button ใช้สลับโหมด (เช่น Silent) และเรียกแอปได้อย่างรวดเร็ว (เช่น ไฟฉาย, SnapMemo organizer เป็นต้น)

กล้อง 50MP กันสั่น OIS + วิดีโอ 4K
Infinix Note 60 Pro มาพร้อมกล้องหลัก 50MP (พิกเซล 0.8µm, เลนส์ f/1.59 พร้อม OIS) รองรับซูม 2x แบบ in-sensor และเทคโนโลยีรวมพิกเซล 4-in-1 ไปที่ 12.5MP ข้างๆ มีเลนส์อัลตราไวด์ 8MP (112°, f/2.2) และเซ็นเซอร์ตรวจจับ flicker โดยกล้องหลักถ่ายวิดีโอ 4K ที่ 30fps ได้
แบต 6,500mAh พร้อมเทคโนโลยีซ่อมแบตเอง
รุ่น Pro ให้แบต 6,500mAh (หรือ 6,000mAh ในบางภูมิภาค) พร้อมฟีเจอร์ Battery Self-Healing Technology ที่ใช้กระแสไฟต่ำเพื่อซ่อมรอยแตกขนาดเล็ก โดย Infinix อ้างว่าสามารถฟื้นคืนสุขภาพแบตได้ 1% ทุกๆ 200 รอบชาร์จ ทำให้แบตน่าจะใช้งานปกติได้อย่างน้อย 6 ปี
เมื่อชาร์จเต็ม รุ่น Pro เล่นวิดีโอได้สูงสุด 34 ชั่วโมง (หรือ 31 ชั่วโมงสำหรับรุ่นแบตเล็ก) และนำทางได้สูงสุด 22 ชั่วโมง (หรือ 20 ชั่วโมง) รองรับชาร์จไวแบบสาย 90W ชาร์จถึง 50% ใน 16 นาที และเต็ม 100% ใน 41 นาที (รุ่นแบตเล็ก 14 นาที และ 35 นาที) พร้อมชาร์จไร้สายเร็ว 30W
ซอฟต์แวร์ อัปเดตยาว และความทนทาน
เครื่องมาพร้อม Android 16 และ XOS 16 และจะได้รับอัปเดตระบบปฏิบัติการ 3 ครั้ง พร้อมแพตช์ความปลอดภัย 5 ปี ซึ่งหมายความว่าจะไปจบที่ XOS 19 นอกจากนี้ยังมี IR blaster และมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP64 แบบ “กันฝน” รวมถึงจุดเด่นด้านความทนต่อการตกกระแทกด้วย และสี Torino Black ของรุ่น Pro ถูกออกแบบโดยบริษัทชื่อดัง Pininfarina
รุ่นปกติ: Dimensity + vapor chamber และไฟ RGB
สำหรับรุ่นปกติ Infinix Note 60 ใช้ชิป Dimensity 7400 Ultimate พร้อม RAM 8GB และความจุ 128/256GB โดยชิป MediaTek ยังจับคู่กับ 3D IceCore vapor chamber เพื่อระบายความร้อนเช่นกัน
รุ่นปกติมีหน้าจอ OLED ด้านหน้า 6.78 นิ้วเหมือนกัน (144Hz, 4,500 nits) พร้อม Gorilla Glass 7i และลำโพงสเตอริโอ JBL เช่นกัน แต่ไม่มี Active Matrix Display ด้านหลัง โดยจะได้เป็นไฟ Active Halo RGB LED แทน
แบตและชาร์จของรุ่นปกติ
Infinix Note 60 มีแบตต่างกันตามภูมิภาค โดยบางที่ได้ 6,500mAh และบางที่ลดลงเหลือ 6,150mAh การชาร์จแบบสายลดลงเหลือ 45W แต่ชาร์จไร้สายยังคง 30W และยังใช้เฟรมโลหะพร้อมมาตรฐาน IP64 รวมถึงมี IR blaster เช่นกัน
สรุปสเปก Infinix Note 60 และ Infinix Note 60 Pro
-
Infinix Note 60 Pro
-
ชิป Snapdragon 7s Gen 4 (4nm)
-
RAM 8/12GB, ความจุ 256GB
-
ระบบระบายความร้อน 3D IceCore vapor chamber 4,758mm² + แผ่นทองแดง 0.36mm ลดอุณหภูมิได้สูงสุด 3°C
-
Active Matrix Display แบบ dot-style บนโมดูลกล้อง + เล่นมินิเกม (Dot Dash, Star Blast) + ปรับแต่งด้วย scrolling emojis และ Pixel Pets
-
หน้าจอ OLED 6.78" 1,080 x 2,436px 144Hz สว่างสูงสุด 4,500 nits, PWM dimming, Gorilla Glass 7i
-
ลำโพง JBL คู่ (บน/ล่าง)
-
สแกนนิ้วด้านข้างวัด heart rate/heart rate variation/blood-oxygen ผ่าน My Health App
-
One-Tap Button ใช้สลับโหมดและเรียกแอป (ไฟฉาย, SnapMemo organizer ฯลฯ)
-
กล้องหลัก 50MP f/1.59 OIS, ซูม 2x in-sensor, 4-in-1 binning เป็น 12.5MP
-
อัลตราไวด์ 8MP 112° f/2.2 + flicker sensor
-
วิดีโอ 4K 30fps
-
แบต 6,500mAh (หรือ 6,000mAh บางภูมิภาค) + Battery Self-Healing Technology (ฟื้นสุขภาพแบต 1% ทุก 200 รอบชาร์จ) อ้างว่าใช้งานได้อย่างน้อย 6 ปี
-
เล่นวิดีโอสูงสุด 34 ชม. (31 ชม. สำหรับแบตเล็ก), นำทางสูงสุด 22 ชม. (20 ชม.)
-
ชาร์จไวแบบสาย 90W: 50% ใน 16 นาที, 100% ใน 41 นาที (แบตเล็ก 14/35 นาที)
-
ชาร์จไร้สายเร็ว 30W
-
Android 16 + XOS 16, อัปเดต OS 3 ครั้ง + แพตช์ความปลอดภัย 5 ปี (จบที่ XOS 19)
-
IR blaster, IP64 “rain-proof”, ทนตกกระแทก
-
สี Torino Black ออกแบบโดย Pininfarina
-
-
Infinix Note 60
-
ชิป Dimensity 7400 Ultimate
-
RAM 8GB, ความจุ 128/256GB
-
3D IceCore vapor chamber สำหรับระบายความร้อน
-
หน้าจอ OLED 6.78" 144Hz สว่างสูงสุด 4,500 nits, Gorilla Glass 7i
-
ลำโพงสเตอริโอ JBL
-
ด้านหลังเป็น Active Halo RGB LED light (ไม่มี Active Matrix Display)
-
แบต 6,500mAh (บางภูมิภาค) หรือ 6,150mAh (บางภูมิภาค)
-
ชาร์จแบบสาย 45W, ชาร์จไร้สาย 30W
-
เฟรมโลหะ, IP64, มี IR blaster
-
ที่มา: gsmarena
วันที่ : 19/2/2569





