เจาะ 5 จุดเด่น HyperOS 3 บน Xiaomi: มัลติทาสก์ HyperIsland, วอลเปเปอร์ AI, เชื่อม Apple และชั้นความปลอดภัยใหม่
รวม 5 ฟีเจอร์เด่นของ HyperOS 3 ที่เหนือกว่า Stock Android
HyperOS 3 ถือเป็นหนึ่งในการอัปเกรดครั้งใหญ่ที่สุดของอุปกรณ์ Xiaomi เท่าที่เคยมีมา โดยมาพร้อมฟีเจอร์ใหม่และการปรับปรุงจำนวนมากทั่วทั้งระบบ แม้จะอิงบน Android 16 แต่ Xiaomi ได้เพิ่มฟีเจอร์ที่น่าตื่นเต้นและใช้งานได้จริงหลายอย่างใน HyperOS 3 จนทำให้ Stock Android ดูเหมือนเป็นอัปเดตที่มีฟีเจอร์น้อยกว่า
ต่อไปนี้คือ 5 ฟีเจอร์ของ HyperOS 3 ที่ทำให้ดีกว่า Stock Android

1) HyperIsland พร้อมความสามารถมัลติทาสก์
Android 16 เพิ่ม Live Updates เพื่อแสดงงานที่กำลังดำเนินอยู่ (เช่น การส่งของ การเดินทาง ฯลฯ) ในพื้นที่การแจ้งเตือนและหน้าจอล็อก แต่ HyperOS 3 ไปไกลกว่านั้นด้วย HyperIsland โดยการทำงานของ Xiaomi จะมีฮับทรง “แคปซูล/เม็ดยา” แยกต่างหากอยู่ด้านบนของหน้าจอ และสามารถแสดงกิจกรรมแบบเรียลไทม์ได้หลายรายการพร้อมกัน (สูงสุด 3 รายการ) ทำให้ผู้ใช้ติดตามงานหลายอย่างที่เกิดขึ้นพร้อมกันได้ และโต้ตอบกับแต่ละงานได้แยกกัน
HyperIsland ยังมีการควบคุมแบบอินไลน์ที่ครบกว่า (เช่น เล่น/หยุด การทำงานเกี่ยวกับสายเรียกเข้า รับ/ปฏิเสธ ทางลัดการนำทาง ฯลฯ) และรองรับท่าทางอย่างการแตะเพื่อขยาย รวมถึงปัดเพื่อสลับ “ไอส์แลนด์” ที่น่าสนใจคือผู้ใช้สามารถปัดลงบนไอส์แลนด์เพื่อเปิดแอปที่เกี่ยวข้องเป็นหน้าต่างลอยสำหรับมัลติทาสก์ได้ทันที ขณะที่ Live Updates ใน Android 16 มีตัวควบคุมน้อยกว่า และไม่มีพฤติกรรมแบบหน้าต่างลอยสำหรับไอส์แลนด์
นอกจากนี้ HyperIsland ของ Xiaomi ยังผสานการทำงานกับฟีเจอร์ระบบได้ดีกว่า และรองรับแอปของบุคคลที่สามหลากหลาย เช่น WhatsApp, YouTube และ Spotify ในทางกลับกัน Live Updates ของ Android 16 จะทำงานได้ดีที่สุดกับแอปของ Google เอง และต้องพึ่งนักพัฒนาแอปอย่างมากในการปรับให้รองรับ

2) หน้าจอล็อกสไตล์ภาพยนตร์ + วอลเปเปอร์ไดนามิกด้วย AI (พร้อมการแก้ไขที่ลึกกว่า)
HyperOS 3.0 เน้นมอบประสบการณ์หน้าจอล็อกแบบ “ยกระดับใหม่” ด้วยฟีเจอร์ใหม่ที่มี AI ช่วยเหลือ และการปรับแต่งที่ละเอียดขึ้น ขณะที่ Stock Android 16 โฟกัสไปที่การใช้งานระบบปฏิบัติการแกนหลักมากกว่าความสร้างสรรค์ของหน้าจอล็อก
ฟีเจอร์ AI Cinematic Lock Screen ใหม่ใน HyperOS 3 จะสร้างเอฟเฟกต์เล่าเรื่องแบบภาพยนตร์ทุกครั้งที่ปลดล็อก และฟีเจอร์ AI Dynamic Wallpapers จะเปลี่ยนภาพถ่ายของคุณให้กลายเป็นภาพแนวภาพยนตร์ที่ดูโดดเด่น นอกจากนี้ HyperOS 3 ยังทำให้การเปลี่ยนผ่านหน้าจอล็อกลื่นไหลขึ้น เช่น จาก AOD ไปหน้าจอล็อก แล้วต่อไปหน้าโฮม ทำให้หน้าจอล็อกดูพรีเมียมและมีชีวิตชีวามากขึ้น

โดยสรุป หน้าจอล็อกของ Android 16 เรียบและใช้งานได้จริง แต่ไม่ได้เน้นด้านความสร้างสรรค์และการปรับแต่งส่วนบุคคลมากนัก ขณะที่ HyperOS 3 สนับสนุนการแก้ไขแบบเฉพาะตัวอย่างชัดเจน

3) ฟีเจอร์เชื่อมต่อข้ามอีโคซิสเต็มที่แข็งแรงกว่า รวมถึงการทำงานร่วมกับ Apple
HyperOS 3.0 เด่นด้านการเชื่อมต่อข้ามอุปกรณ์ โดยเฉพาะกับอุปกรณ์ Apple ในขณะที่ Stock Android 16 จะเน้นการเชื่อมต่อภายในฝั่ง Android เป็นหลัก

ฟีเจอร์ “Touch to share” บน HyperOS 3.0 รองรับอุปกรณ์ Apple ด้วยเช่นกัน ทำให้ตอนนี้คุณสามารถแชร์รูป วิดีโอ ไฟล์ และรหัสผ่าน Wi-Fi กับอุปกรณ์ Apple ได้ง่าย ๆ เพียงนำอุปกรณ์ทั้งสองมาแตะกัน ผู้ใช้ยังสามารถรันแอปจากโทรศัพท์ Xiaomi บน iPad ผ่านฟีเจอร์ Home Screen+ พร้อมรองรับมัลติทาสก์ของ iPad ได้เต็มรูปแบบ อีกทั้งยังปลดล็อกอุปกรณ์ Xiaomi ได้ด้วย Touch ID หรือ Face ID
อุปกรณ์ Apple ยังเชื่อมต่อฮอตสปอตของ Xiaomi ได้ด้วยการแตะเพียงครั้งเดียว และผู้ใช้สามารถค้นหาโทรศัพท์ Xiaomi ได้ทันทีจากอุปกรณ์ Apple ซึ่งช่วยเสริมความสามารถการทำงานข้ามอีโคซิสเต็มของ Xiaomi ให้แข็งแรงยิ่งขึ้น
4) HyperAI เพื่อการเขียน ถอดเสียง และแปลภาษาที่ฉลาดขึ้น
HyperOS 3.0 มีชุดฟีเจอร์ AI ในชื่อ HyperAI ขณะที่ Stock Android 16 จะพึ่งแอปของ Google (เช่น Gemini, Translate, Photos ฯลฯ) ในการนำเสนอฟีเจอร์ AI ที่เห็นเด่นชัดที่สุด

ฟีเจอร์ AI Writing ใน HyperOS 3.0 สามารถเขียนใหม่ได้หลายสไตล์ สร้างแคปชันให้ภาพ และมี “DeepThink mode” สำหรับเนื้อหายาวใน Notes ส่วน AI Speech Recognition ช่วยลดเสียงรบกวน แปลงเสียงเป็นข้อความระหว่างบันทึก และสร้างสรุปได้ทันทีเมื่อจบการบันทึก

HyperAI ยังมี AI Search สำหรับค้นหาเว็บเพื่อคำตอบแบบทันที สร้างสรุปผลการค้นหาด้วย AI และค้นหาคอนเทนต์ในเครื่องได้รวดเร็ว ขณะที่ฟีเจอร์ AI Translate รองรับการแปลแบบเรียลไทม์สำหรับการโทร/การประชุม ทำซับไตเติลสองภาษาโดยถอดเสียงและแปลเสียง และมีโหมดออฟไลน์สำหรับการแปลบทสนทนาแบบพบหน้า
5) ชั้นความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยที่แข็งแกร่งกว่า
Stock Android 16 มี Android Protection ที่ซ้อนหลายชั้นความปลอดภัย เช่น Theft Detection Lock, การล็อกอุปกรณ์เมื่อออฟไลน์, การป้องกัน USB และการป้องกันกลโกง หลายอย่างก็มีบนอุปกรณ์ Xiaomi ที่รัน HyperOS 3 เช่นกัน แต่ซอฟต์แวร์ยังเพิ่มฟีเจอร์ความปลอดภัยที่ Xiaomi พัฒนาเอง ซึ่งไม่มีใน Stock Android 16

HyperOS 3 มีการปกป้องข้อมูลระดับ Quantum-level เพื่อรับมือการโจมตีด้านการสื่อสารในอนาคตที่เกี่ยวกับควอนตัม และยังมี Edge-to-cloud AI data security เพื่อให้ข้อมูลเป็นส่วนตัวด้วยการประมวลผลความเป็นส่วนตัวทั้งบนอุปกรณ์และบนคลาวด์ รวมถึงโปรโตคอลความปลอดภัยที่ขับเคลื่อนด้วย MiTEE สำหรับการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์
ดังนั้น HyperOS 3.0 ที่อิงบน Android 16 จึงเป็นการอัปเกรดที่สำคัญสำหรับอุปกรณ์ Xiaomi โดยเพิ่มฟีเจอร์และการปรับปรุงจำนวนมากเหนือกว่า Stock Android 16
สรุป
-
HyperOS 3 อิงบน Android 16
-
HyperIsland แสดงกิจกรรมแบบเรียลไทม์พร้อมกันได้สูงสุด 3 รายการ พร้อมควบคุมแบบอินไลน์ และเปิดแอปเป็นหน้าต่างลอยเพื่อมัลติทาสก์ได้
-
ฟีเจอร์หน้าจอล็อก: AI Cinematic Lock Screen, AI Dynamic Wallpapers และทรานซิชันที่ลื่นขึ้น (เช่น AOD → หน้าจอล็อก → หน้าโฮม)
-
ฟีเจอร์ข้ามอีโคซิสเต็มกับ Apple: Touch to share กับอุปกรณ์ Apple, Home Screen+ รันแอป Xiaomi บน iPad พร้อมมัลติทาสก์, ปลดล็อกด้วย Touch ID/Face ID, เชื่อมต่อฮอตสปอตแบบแตะครั้งเดียว, ค้นหาโทรศัพท์ Xiaomi จากอุปกรณ์ Apple ได้
-
HyperAI: AI Writing (เขียนใหม่หลายสไตล์/ทำแคปชัน/DeepThink mode ใน Notes), AI Speech Recognition (ลดเสียงรบกวน/ถอดเสียง/สรุปเมื่อจบ), AI Search (ค้นเว็บ/สรุปผล/ค้นในเครื่อง), AI Translate (ล่ามสดสำหรับโทร/ประชุม/ซับไตเติลสองภาษา/โหมดออฟไลน์)
-
ความปลอดภัย: Android Protection + ฟีเจอร์เสริมของ Xiaomi เช่น Quantum-level data protection, Edge-to-cloud AI data security และ MiTEE powered security protocols
ที่มา: gizmochina
วันที่ : 12/2/2569





