ย้อนรอย Huawei nova Series วิวัฒนาการของสมาร์ทโฟน mid-range ราคาคุ้มค่าที่มีประสิทธิภาพเทียบชั้นสมาร์ทโฟนเรือธง
ปัจจุบันนี้สมาร์ทโฟนระดับ mid-range กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก ทำให้มีผู้ผลิตสมาร์ทโฟนหลายเจ้าส่งสมาร์ทโฟนของตัวเองลงมาแข่งขันช่วงชิงตลาดกันมากมาย หนึ่งในนั้นคือ Huawei nova Series สมาร์ทโฟนสเปกแรงราคาคุ้มที่มักจะได้รับความสนใจทุกครั้งที่มีการเปิดตัวรุ่นใหม่อย่างเช่นล่าสุดที่มีการเปิดตัว Huawei nova 4 ก็ถือว่าได้รับการตอบรับที่ดีด้วยหน้าจอไร้ขอบพร้อมกล้องเจาะรูที่ทำให้มีพื้นที่ในการแสดงผลเพิ่มมากขึ้น แถมมาพร้อม chipset kirin 970 ที่ถือเป็น CPU ที่มีความแรงเทียบเท่าสมาร์ทโฟนเรือธง
หากมองย้อนกลับไปจะเห็นว่า Huawei nova สามารถสร้างการรับรู้ให้กับแบรนด์ของตัวเองได้อย่างชัดเจน ด้วยการชูจุดเด่นสมาร์ทโฟนระดับกลางที่มีประสิทธิภาพเทียบเท่าสมาร์ทโฟนเรือธงและมักจะมาพร้อมฟีเจอร์ใหม่ๆทุกครั้งที่มีการเปิดตัว ในวันนี้เราจึงจะพาทุกท่านไปย้อนดูวิวัฒนาการของสมาร์ทโฟน Huawei nova Series ก่อนที่จะมาถึงทุกวันนี้ว่าแต่ละรุ่นมีคุณสมบัติด้านใดที่น่าสนใจบ้าง ไปดูกันเลยครับ
Huawei nova และ nova Plus (2016)

Huawei nova Series เปิดตัวครั้งแรกในวันที่ 1 กันยายนปี 2016 ในงาน IFA (Internationale Funkausstellung Berlin) ซึ่งเป็นงานแสดงนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ระดับโลกที่จัดขึ้นทุกปี ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมันนี ในครั้งนั้น Huawei ได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ในชื่อ Huawei nova ที่มีจุดเด่นอยู่ที่ความครบเครื่องของฟีเจอร์ และแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานถึง 2 วัน ในราคาเริ่มต้นที่แปลงเป็นเงินไทยแล้วอยู่ที่ 10,000 บาทนิดๆ เท่านั้น ทำให้ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก

Huawei nova
Huawei nova มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผล 5 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 625 พร้อมด้วย RAM 3GB หน่วยความจำภายใน 32GB รองรับหน่วยความจำเสริมผ่านการ์ด microSD ได้อีก 128GB ใช้พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C โดยมีทีเด็ดอยู่ที่แบตเตอรี่ขนาด 3,020 mAh ซึ่งเป็นความจุที่สูงพอๆ กับสมาร์ทโฟนเรือธงในปีนั้นเลยทีเดียวและถือเป็นสมาร์ทโฟนระดับกลางไม่กี่รุ่นที่มีความจุมากกว่า 3,000 mAh
จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของ Huawei nova คือ กล้องหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ที่มาพร้อมระบบการโฟกัสภาพแบบ PDAF และระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ OIS แถมยังรองรับการถ่ายวิดีโอ 4K ได้ด้วย นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับเซ็นเซอร์ Gyroscope ตรวจจับองศาความเอียงของสมาร์ทโฟนแบบ 3 แกน ที่ช่วยสนับสนุนการเล่นเกมแบบ Augmented Reality (AR) ซึ่งในตอนนั้นเทคโนโลยี AR บนสมาร์ทโฟนกำลังเป็นที่นิยม ถือเป็นการตอบรับกับเทรนด์ได้อย่างเหมาะสม

Huawei nova Plus
สำหรับ Huawei nova Plus ที่เปิดตัวพร้อมกันนั้น มีสเปกโดยรวมคล้ายรุ่นแรก แต่มีหน้าจอที่ใหญ่กว่าโดยมีขนาด 5.5 นิ้ว และเพิ่มความจุแบตเตอรี่เป็น 3,340 mAh ในราคาเปิดตัวที่ไม่ห่างกันมากนัก

อย่างไรก็ดีมีเพียง Huawei nova Plus รุ่นเดียวเท่านั้นที่ได้เข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทยในช่วงปลายปี 2016 โดยมีราคาเปิดตัว 12,990 บาท เป็นอีกหนึ่งสมาร์ทโฟนราคาประหยัดที่น่าสนใจในช่วงเวลานั้น และเป็นก้าวแรกของสมาร์ทโฟนซีรีส์ nova ในประเทศไทย
Huawei nova 2 และ nova 2i (2017)

หลังจากที่ Huawei nova และ nova Plus ประสบความสำเร็จในตลาดหลายๆ ประเทศ ในปีต่อมา Huawei ก็ส่งรุ่นอัปเกรดอย่าง nova 2 และ nova 2i ออกมาตีตลาดสมาร์ทโฟนระดับกลางต่อ แต่คราวนี้มาพร้อมกับจุดขายที่ต่างจากเดิมนั่นคือกล้องคู่ Dual Camera ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง รวมกันเป็นกล้อง 4 ตัวรุ่นแรกที่เข้ามาวางจำหน่ายในไทย นอกจากนี้ก็ยังมาพร้อมกับจอ FullView Display ใหญ่ถึง 5.9 นิ้ว บนตัวเครื่องโลหะ Metal Unibody ดีไซน์ใหม่ที่เน้นความสมมาตร (Symmetrical Design) และมาพร้อมกับสเปกครบเครื่องในตัว ไม่ว่าจะเป็นชิปเซ็ต Kirin 659, RAM 4GB, ความจุภายใน 64GB รองรับหน่วยความจำเสริมผ่านการ์ด microSD สูงสุด 256GB, กล้องหลังคู่ความละเอียดสูง 16+2 ล้านพิกเซล และกล้องหน้าคู่ 13+2 ล้านพิกเซล รองรับการถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอได้ทั้ง 2 ด้าน, แบตเตอรี 3340 mAh, รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด (Dual-SIM), มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ และยังมีระบบเสียงคุณภาพสูง Histen & aptX แถมมาให้อีกด้วย

Huawei nova 2i
สำหรับในประเทศไทยมีเข้ามาวางจำหน่ายเพียงรุ่นเดียวคือ Huawei nova 2i โดยมีราคาเปิดตัว 10,900 บาท ซึ่งเมื่อเทียบกับสเปกและฟีเจอร์ที่ได้แล้วจัดว่าคุ้มค่าซึ่งต้องถือว่า Huawei nova 2i เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของ Series นี้ที่ได้รับความสนใจมากขึ้น และถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ Hauwei nova เริ่มติดตลาดในไทย
Huawei nova 3 และ nova 3i (2018)

จากความสำเร็จของการเน้นจุดเด่นเรื่อง กล้องและการถ่ายภาพของ Huawei nova 2 และ nova 2i Huawei ก็เริ่มที่จะหันมาต่อยอดจุดเด่นด้านการถ่ายภาพมากขึ้น ด้วยการนำเอาเทคโนโลยี AI และฟีเจอร์จากสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงมาใช้ จนกลายเป็นกล้องคู่หน้า-หลังพลัง AI ที่สามารถวิเคราะห์องค์ประกอบภาพและปรับแต่งให้สวยงามได้โดยอัตโนมัติ พร้อมด้วยสโลแกนติดหู “4 กล้อง สมองกล” ที่บ่งบอกจุดเด่นของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้

Huawei nova 3
Huawei nova 3 เปิดตัวในไทยที่ราคา 16,990 บาท โดยมาพร้อมกับการดีไซน์แบบ FullView Display หน้าจอไร้ขอบ (มี notch ด้านบน) บนตัวเครื่องกระจก 3D Glass ไล่เฉดสี ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ตระดับเรือธงอย่าง Kirin 970 จัดเต็มด้วยกล้องคู่ด้านหลังความละเอียด 24+16 ล้านพิกเซล และกล้องหน้าความละเอียด 24+2 ล้านพิกเซลที่สามารถวัดระยะช่วยให้การถ่ายเซลฟีแบบหน้าชัดหลังเบลอมีความสมจริงมากขึ้น และที่สำคัญยังตอบโจทย์เกมเมอร์ด้วยเทคโนโลยี GPU Turbo ที่ช่วยเร่งพลังการประมวลผลกราฟิกให้ลื่นไหลยิ่งขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องอัปเกรดฮาร์ดแวร์ใดๆ

Huawei nova 3i
Huawei nova 3i ซึ่งเป็นรุ่นที่มีราคาย่อมเยาว์เพื่อเน้นกลุ่มที่สนใจสมาร์ทโฟนราคาประหยัดโดยมีราคาเปิดตัวอยู่ที่ 9,990 บาท Huawei nova 3i นั้นมีดีไซน์ และคุณสมบัติใกล้เคียงกับ Nova 3 มีกล้อง AI 4 ตัวแต่จะปรับสเปกลงมาให้เหมาะกับการใช้งานทั่วไปมากขึ้น โดย Huawei เลือกใช้ชิปเซ็ตระดับกลาง Kirin 710 แต่ก็ยังใส่ฟีเจอร์ GPU Turbo มาช่วยดึงพลังการประมวลผลกราฟิกอยู่ ทำให้ Huawei nova 3i ถือเป็นสมาร์ทโฟนระดับกลางที่ตอบโจทย์ได้ทั้งผู้ใช้ทั่วไปและเกมเมอร์ในราคาที่เข้าถึงง่าย
Huawei nova 4 (ปลายปี 2018)

ในปี 2018 ทาง Huawei ได้มีการ nova Series รุ่นต่อไปเร็วขึ้น โดยหลังจากที่เปิดตัว Huawei nova 3 และ nova 3i ไปได้ไม่ถึงปี ทาง Huawei ก็ได้เปิดตัว nova 4 ออกมาอย่างเป็นทางการในเดือนธันวาคม 2018 ถึงแม้จะเปิดตัวห่างจากรุ่นก่อนไม่นานนัก แต่มีการอัปเกรดที่เห็นได้ชัดเจน ตั้งแต่ดีไซน์ไปจนถึงสเปกภายใน โดยเปลี่ยนดีไซน์เป็นแบบจอไร้ขอบ punch hole ฝังกล้องหน้าความละเอียด 25 ล้านพิกเซลไว้ใต้จอ ทำให้มีพื้นที่แสดงผลเพิ่มขึ้นเป็น 6.41 นิ้ว ตัวเครื่องด้านหลังเป็นกระจกไล่เฉดสี ให้ความรู้สึกพรีเมียมเสมือนเป็นเรือธง

Huawei nova 4
จุดเด่นอีกด้านหนึ่งที่ได้รับการอัปเกรดคือกล้องหลังที่เปลี่ยนจากกล้องคู่มาเป็นกล้อง 3 ตัว โดยแบ่งออกเป็น กล้องตัวหลัก, กล้องเลนส์มุมกว้าง และกล้องตรวจจับระยะชัดลึก ที่น่าสนใจคือ กล้องตัวหลักของ Huawei nova 4 รุ่นท็อปนั้น มาพร้อมกับความละเอียดจัดเต็ม 48 ล้านพิกเซล โดยใช้เซ็นเซอร์รับภาพรุ่นล่าสุด Sony IMX586 นอกจากนี้ กล้องหลังของ Huawei nova 4 ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยี AI สำหรับช่วยปรับแต่งภาพถ่ายให้มีความสวยงามแบบอัตโนมัติ และระบบซูมสงสุดถึง 10 เท่า
สำหรับคุณสมบัติอื่นๆ นั้นก็นับว่าใส่มาเต็มที่โดยในรุ่นนี้มาพร้อมกับชิปเซ็ต Kirin 970 ซึ่งเป็นชิปเซ็ตตัวเดียวกับที่ใช้บน Huawei P20 Series, หน่วยความจำ RAM 8GB, ความจุภายใน 128GB และแบตเตอรี่ความจุ 3750 mAh ที่รองรับระบบชาร์จเร็ว 18W Fast Charging พร้อมด้วยระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie ครอบทับด้วย EMUI 9.0.1 ใหม่ล่าสุด เรียกว่ามาในสเปกระดับเรือธงเลยทีเดียว
Huawei nova series ถือเป็นสมาร์ทโฟนที่ทำราคากับเสปกได้น่าสนใจตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าการลือกใช้เทคโนโลยีระดับเรือธง หรือ ดีไซน์ที่เริ่มนำดีไซน์ใหม่ๆมาใช้ในสมาร์ทโฟนระดับกลาง ซึ่งโดยปกติเรามักจะเห็นว่าผู้ผลิตสมาร์ทโฟนส่วนใหญ่มักจะเลือกใส่ฟีเจอร์เด่นหรือดีไซน์แบบใหม่ในสมาร์ทโฟนเรือธงของตนมากกว่า
ในส่วนของการเปิดตัว ก็มีการเปิดตัวรุ่นต่อไปที่ค่อนข้างเร็ว เช่นปี 2018 ที่แล้วก็เปิดตัวไปถึง 2 series ได้แก่ nova 3 series และ nova 4 ที่สำคัญในการเปิดตัวรุ่นใหม่แต่ละครั้งจะมีการอัปเกรดที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นด้านดีไซน์หรือสเปกของเครื่องที่ขยับเข้าใกล้สมาร์ทโฟนเรือธงมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น GPU Turbo หรือคุณสมบัติด้านการถ่ายภาพที่เป็นจุดขายสำคัญของสมาร์ทโฟนซีรีส์นี้ รวมไปถึงเทคโนโลยี AI ที่ช่วยวิเคราะห์ภาพถ่ายโดยคุณสมบัติทั้งหมดนี้เมื่อเทียบกับราคาเปิดตัวที่อยู่ในช่วงราคา 10,000 - 17,000 บาท ถือว่าอยู่ในระดับที่มีความคุ้มค่าเป็นอย่างมาก และการที่ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนใส่นวัตกรรมในสมาร์ทโฟนระดับกลางแบบเต็มที่ถือเป็นผลดีต่อผู้บริโภคอย่างเราเพราะจะทำให้คู่แข่งขันในตลาดต้องพัฒนาฟีเจอร์ให้ใกล้เคียงกันเพื่อให้สามารถแข่งขันได้ ส่งผลให้เราได้ใช้สินค้าที่มีประสิทธิภาพในราคาที่จับต้องได้
Huawei nova series ถือว่าเป็นอีกหนึ่ง Series สมาร์ทโฟนระดับ mid-range ที่น่าจับตามองที่สุด Series นึง ณ เวลานี้ น่าสนใจว่าในปี 2019 เราจะเห็นพัฒนาการของ Huawei nova series อย่างไรบ้าง แต่เชื่อได้ว่า Huawei nova น่าจะเปิดตัวมือถือโดยคงคอนเซปต์เดิมเพื่อเน้นภาพลักษณ์ของสมาร์ทโฟนประสิทธิภาพเรือธงในราคาที่เราจับต้องได้เช่นเดิมแต่จะมีรุ่นใดเปิดตัวออกมาเพิ่มเติมอีกบ้างคงต้องรอติดตามกันครับ
นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com
[บทความนี้เป็น Advertorial]
วันที่ : 13/2/2562






