หน้าแรกมือถือ > รวมข่าวมือถือ > หน้าบทความ ข่าวมือถือ
   
Date : 20/9/2562

เทียบสเปก Huawei Mate30 Pro กับ Galaxy Note10+, Xperia 1, OnePlus 7 Pro และ iPhone 11 Pro Max รวมดาวตัวท็อปในวงการ รุ่นไหนจะตอบโจทย์คุณที่สุดไปดูกัน!


Huawei Mate30 และ Huawei Mate30 Pro พร้อมด้วยรุ่นพิเศษ PORSCHE DESIGN Huawei Mate30 RS กับ Mate30 Pro 5G ได้เปิดตัวออกมาแล้วเมื่อคืนนี้ ซึ่งแน่นอนว่ามากับสเปก และฟีเจอร์ที่จัดหนักจัดเต็มไม่แพ้เรือธงคู่แข่งรุ่นอื่นๆ ช่วงนี้จึงเป็นจังหวะเหมาะสำหรับการเปลี่ยนมือถือใหม่ แต่ด้วยตัวเลือกที่มากอาจจะทำให้เลือกยากอยู่สักหน่อย ในโอกาสนี้ ทีมงาน Thaimobilecenter ได้นำมือถือเรือธงรุ่นล่าสุด Huawei Mate30 Pro มาเปรียบเทียบกับเรือธงตัวท็อปรุ่นอื่นๆ ได้แก่ iPhone 11 Pro Max, Samsung Galaxy Note10+, Sony Xperia 1 และ OnePlus 7 Pro เพื่อให้ทุกท่านได้เห็นจุดเด่นของแต่ละรุ่นชัดๆ และตัดสินใจเลือกรุ่นที่เหมาะกับตัวเองได้ง่ายขึ้นครับ

ก่อนอื่นต้องชี้แจงว่า การเปรียบเทียบสเปกในครั้งนี้ ไม่ได้ต้องการตัดสินว่าสมาร์ทโฟนรุ่นไหนดีกว่ากัน แต่เป็นการเปรียบเทียบให้เห็นข้อแตกต่าง เพื่อเป็นแนวทางในการเลือกสมาร์ทโฟนที่เหมาะกับสไตล์การใช้งานของท่านผู้อ่านเท่านั้นนะครับ

 

ด้านการใช้งานทั่วไป

จากสเปกข้างต้น สมาร์ทโฟนเรือธงทั้ง 5 รุ่นล้วนแต่มีชิปเซ็ตประมวลผลระดับท็อปคลาสเหมือนกัน  แต่หากวัดกันด้วยพลังการประมวลผลดิบด้วยค่า benchmark ชิปเซ็ต A13 ของ iPhone 11 Pro Max จะทำได้ดีกว่ารุ่นอื่นๆ พอสมควร ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเพราะชิปเซ็ต Apple A Series มีพลังการประมวลผลทั้ง CPU และ GPU สูงกว่าชิปเซ็ตฝั่ง Android มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว อย่างไรก็ตาม เพียงแค่ชิปเซ็ตอย่างเดียวไม่อาจตัดสินประสิทธิภาพทั้งหมดของสมาร์ทโฟนได้ เพราะต้องพิจารณาหน่วยความจำ RAM, ความเสถียรของซอฟต์แวร์ และปัจจัยอื่นๆ ประกอบด้วย แต่ในแง่ของการใช้งานจริง โอกาสที่เราจะได้ใช้สมาร์ทโฟนจนสุดประสิทธิภาพนั้นมีไม่บ่อยนัก หากเป็นการทำงาน ดูหนัง เล่นเกม สมาร์ทโฟนทั้ง 5 รุ่นล้วนแต่ตอบสนองต่อการทำงานได้อย่างเต็มที่ด้วยสเปกระดับท็อป ความเร็วในการประมวลผลอาจจะแตกต่างกันเพียงระดับวินาที หรือมิลลิวินาที จึงแทบจะไม่รู้สึกถึงความแตกต่างขณะใช้งาน ในส่วนของการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน จึงถือว่าตอบสนองได้ดีสูสีกันทุกรุ่นครับ

 

ด้านความบันเทิงทั่วไป

เรือธงทั้ง 5 รุ่นมีสเปกที่รองรับการฟังเพลง และการดูวิดีโอได้หายห่วงอยู่แล้ว ดังนั้นสิ่งที่เราจะพิจารณากันในตอนนี้คือฟีเจอร์เสริมต่างๆ เช่น หน้าจอแสดงผล, ระบบเสียง และอื่นๆ

สำหรับรุ่นที่โดดเด่นด้านการแสดงผลที่สุด จะเป็น Samsung Galaxy Note10+ และ Xperia 1 โดย Samsung Galaxy Note10+ มีหน้าจอขนาดใหญ่ที่สุดคือ 6.8 นิ้ว และเป็นจอ Dynamic OLED เทคโนโลยีล่าสุดของ Samsung ที่ให้สีสันสดใสและแม่นยำกว่าจอ OLED ธรรมดา ในขณะที่ Xperia 1 มีจุดเด่นอยู่ที่ความละเอียดของหน้าจอที่สูงถึง 4K ซึ่งที่สุดในวงการ ณ ขณะนี้ แต่ในแง่การใช้งานจริง ความละเอียดระดับ 4K ค่อนข้างจะเกินความจำเป็น เพราะหน้าจอของสมาร์ทโฟนมีขนาดเล็ก ทำให้แยกความแตกต่างระหว่าง Full HD+ และ UHD 4K ได้ลำบาก

อีกรุ่นหนึ่งที่น่าสนใจ คือ Huawei Mate30 Pro ที่มากับหน้าจอแบบใหม่ที่เรียกว่า Horizon Display โดยเป็นจอลงโค้งสุดขอบที่ไม่เคยมีมาก่อน (ปัจจุบันมีเพียง Vivo NEX 3 และ Mate30 Pro) ซึ่งดูแล้วน่าจะมอบประสบการณ์ในการดูหนัง และเล่นเกมที่ต่างออกไป

ในส่วนของระบบเสียงภายนอก iPhone 11 Pro Max มีเทคโนโลยีเสียงรอบทิศทางสำหรับลำโพงภายนอก พร้อมด้วยเอ็ฟเฟ็กต์เสียง Dolby Atmos ในขณะที่ Samsung Galaxy Note10+ มีลำโพงสเตอริโอที่ปรับจูนโดย AKG และมี Dolby Atmos เช่นกัน จึงดูโดดเด่นกว่าอีก 3 รุ่นที่เหลือ แต่คุณภาพของเสียง และความดัง จำเป็นต้องทดสอบจากตัวเครื่องจริง จึงแนะนำว่าควรทดลองฟังด้วยตัวเองที่ศูนย์บริการ หรือที่ช็อปใกล้บ้านดีกว่า ว่าจะถูกใจระบบเสียงของรุ่นไหนครับ

 

ด้านการเล่นเกม

ในด้านการเล่นเกม สมาร์ทโฟนเรือธงทั้ง 5 รุ่นมีสเปกระดับท็อปที่รองรับเกมส่วนใหญ่ในปัจจุบันได้ลื่นไหลอยู่แล้ว ในที่นี้เราจึงมาพิจารณาในส่วนฟีเจอร์เสริมอื่นๆ เช่น ฟังก์ชันของ Game mode, คุณภาพเสียง และการแสดงผล ซึ่งสมาร์ทโฟนที่ดูแล้วน่าสนใจเป็นพิเศษ คือ iPhone 11 Pro Max, Huawei Mate30 Pro และ Samsung Galaxy Note10+ ครับ

iPhone 11 Pro Max มีจุดเด่นอยู่ที่พลังการประมวลผลของชิปเซ็ตที่สูงมาก ใครที่เคยเล่นเกมบน iPhone มาก่อนจะทราบดีว่าลื่นกว่าสมาร์ทโฟน Android แม้จะ RAM น้อยกว่าก็ตาม ในขณะที่ Huawei Mate30 Pro มีเทคโนโลยี GPU Turbo ที่ช่วยเร่งประสิทธิภาพให้กับตัวเกมด้วย แต่ก็จำกัดเฉพาะเกมดังๆ เท่านั้น เช่น PUBG Mobile หรือ RoV เป็นต้น ซึ่ง Huawei จะค่อยๆ เพิ่มเกมที่ซัพพอร์ตเทคโนโลยีนี้เข้ามาเรื่อยๆ ในอนาคต และ Samsung Galaxy Note10+ มีจุดเด่นอยู่ที่ตัว Game Launcher ฟีเจอร์สนับสนุนการเล่นเกมที่มีฟังก์ชันครบถ้วนและเสถียร ทั้งช่วยปิดกั้นการแจ้งเตือน, จับภาพสกรีนช็อตอย่างง่ายดายและรวดเร็ว, อัดวิดีโอการเล่น, เก็บสถิติระยะเวลาการเล่นอัตโนมัติ และยังสามารถสตรีมเกมจาก PC มาเล่นบน Samsung Galaxy Note10+ ได้ด้วย

อีกเรื่องหนึ่งที่ควรนำมาพิจารณาด้วย คือแอปพลิเคชันสโตร์ โดย iPhone 11 Pro Max มี App Store  ที่มีเกม exclusive เฉพาะ App Store ค่อนข้างมาก และกำลังจะมีบริการ Apple Arcade ที่ทาง Apple ได้จับมือกับผู้พัฒนาเกมชั้นนำให้มาพัฒนาเกมคุณภาพสำหรับบริการนี้ และจะมีเกมใหม่ๆ มาให้เล่นทุกเดือน โดยมีค่าบริการรายเดือนเล็กน้อย ซึ่งน่าสนใจมากสำหรับคนที่ชอบเล่นเกมเป็นชีวิตจิตใจ ขณะเดียวกัน Samsung Galaxy Note10+ ก็มีเกม exclusive บน Galaxy Store เช่นกัน เช่น Fortnite แต่ไม่มากเท่า App Store ความพิเศษของ Galaxy Store ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นสิทธิพิเศษสำหรับเกมดังๆ เช่นดาวน์โหลดผ่าน Galaxy Store เพื่อรับไอเท็มพิเศษ หรือได้สิทธิ์เข้าเล่นก่อนใคร เป็นต้น

สำหรับ Huawei Mate30 Pro นั้น การเข้าถึงแอปต่างๆ ในสโตร์ยังค่อนข้างคลุมเครือ เพราะข้อจำกัดในเรื่อง Google Service แต่ทาง Huawei ก็มี Huawei Mobile Service (HMS) และ App Gallery มาทดแทน ซึ่งจำเป็นต้องรอดูกันว่าจะเข้าถึงแอปและเกมได้มากน้อยแค่ไหนครับ

 

ด้านการถ่ายภาพ

การถ่ายภาพเป็นคุณสมบัติที่สมาร์ทโฟนเรือธงทั้ง 5 รุ่นยกเป็นจุดขาย แต่จริงๆ แล้วการจะตัดสินว่ารุ่นไหนถ่ายภาพได้ดีกว่าเป็นเรื่องยาก เพราะแต่ละรุ่นมีองค์ประกอบของการถ่ายภาพที่ต่างกัน ตั้งแต่ระบบประมวลผลภาพ, ฟีเจอร์, สเปกของตัวกล้อง, การทำงานของแอปพลิเคชัน ไปจนถึงระบบ AI เบื้องหลัง ภาพถ่ายจากกล้องของแต่ละรุ่นจึงมีสไตล์ที่ต่างกัน ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าผู้ใช้จะถูกใจสไตล์ไหนมากกว่า

อย่างไรก็ดี หากวัดกันที่สเปกและฟีเจอร์ รุ่นที่โดดเด่นที่สุดเห็นจะเป็น Samsung Galaxy Note10+ และ Huawei Mate30 Pro โดยเฉพาะ Mate30 Pro ที่มีเซ็นเซอร์รับภาพความละเอียด 40 ล้านพิกเซลถึง 2 ตัว พร้อมด้วยระบบกันสั่น Dual OIS+AIS และฟีเจอร์การถ่ายภาพที่โดดเด่น รวมถึงประสิทธิภาพการถ่ายในที่มืดด้วย Ultra low Light Mode ที่สว่างกว่าเรือธงรุ่นอื่น ทั้ง 2 รุ่นมีกล้องหลัง 4 ตัวที่ครบทั้งเลนส์ ultra wide, telephoto และ depth sensor พร้อมกันนี้ยังมีลูกเล่นในการถ่ายวิดีโอหลายอย่างที่คล้ายกับ Samsung Galaxy Note10+ เช่นการถ่ายวิดีโอแบบโบเก้ และระบบกันสั่นด้วย AI ซึ่งจะเรียกว่าเป็นที่สุดของวงการในตอนนี้ก็คงได้

ทั้งนี้ iPhone 11 Pro Max ก็มีลูกเล่นการถ่าย และการตัดต่อวิดีโอที่น่าสนใจเช่นกัน โดยสามารถถ่ายวิดีโอได้พร้อมกันถึง 4 มุมมอง ได้แก่มุมปกติ, มุม ultra wide 2 ระยะ และมุมซูม 2 เท่า โดยสามารถปรับแต่ง และตัดต่อผ่านแอปพลิเคชันในเครื่องได้ทันที แต่ในการใช้งานจริงจะทำได้ดีหรือไม่ ต้องรอทดสอบกันอีกครั้งครับ

 

ข้อมูลเพิ่มเติม

- สรุปฟีเจอร์เด่น HUAWEI Mate 30 และ Mate 30 Pro

- สรุปราคา HUAWEI Mate 30 และ Mate 30 Pro

- เปรียบเทียบ Huawei Mate30 Series กับ Huawei Mate20 Series

- เปรียบเทียบ Huawei Mate30 Pro กับ Samsung Galaxy Note10+

- เปรียบเทียบ Huawei Mate30 Series ทุกรุ่น

 

นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com

 


วันที่ : 20/9/2562

 



Tags :
  






Cookie Consent

Our website uses cookies to provide your browsing experience and relavent informations.Before continuing to use our website, you agree & accept of our Cookie Policy & Privacy