HUAWEI FreeBuds Neo เปิดตัวในไทย หูฟัง ANC ตัดเสียง 55 dB แบต 40 ชั่วโมง ราคา 2,999 บาท
หัวเว่ยดึง “ฟอส-บุ๊ค” เปิดตัว HUAWEI FreeBuds Neo หูฟังดีไซน์มินิสุดไอคอนิก ชูพลังเสียงสมจริง และ AI Adaptive ANC ระดับเรือธงสุดคุ้มค่า
หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป (ประเทศไทย) สร้างปรากฏการณ์สะเทือนวงการออดิโอรุ่นใหม่อีกครั้ง ประกาศเปิดตัว HUAWEI FreeBuds Neo หูฟังไร้สาย TWS ซีรีส์ใหม่ล่าสุดที่มีชื่อเล่นว่า “หูฟังน้องไข่” ภายใต้สโลแกน “Noise Off, Energy On" ที่มาพร้อมระบบตัดเสียงอัจฉริยะ AI Adaptive Noise Cancellation ระดับรุ่นท๊อป สวมใส่สบายตลอดวัน โดดเด่นด้วยสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ ในราคาที่คุ้มค่าเกินคาด พร้อมคว้าคู่ดูโอ้สุดฮอตระดับโกลบอล “ฟอส – จิรัชพงศ์ ศรีแสง” และ “บุ๊ค – กษิดิ์เดช ปลูกผล” ตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่เปี่ยมด้วยสไตล์และพลังความสร้างสรรค์ มารับหน้าที่เซเลบริตี้ร่วมถ่ายทอดสุนทรียภาพแห่งเสียงครั้งใหม่ ตอกย้ำการเป็นหูฟัง ‘Lite Flagship Audio’ ตัวเลือกที่ลงตัวที่สุดสำหรับคนเมืองและชาว Gen Z ด้วยการผสานระบบตัดเสียงรบกวนอัจฉริยะ การเชื่อมต่อข้ามระบบปฏิบัติการ และดีไซน์มินิแฟชั่นสุดล้ำเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ
การร่วมงานกับหัวเว่ยในครั้งนี้ สองหนุ่ม “ฟอส – จิรัชพงศ์” และ “บุ๊ค – กษิดิ์เดช” ถ่ายทอดภาพลักษณ์ของคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์แบบแอคทีฟได้อย่างไร้ที่ติ ซึ่งทั้งการลุยงาน ถ่ายซีรีส์ ท่องเที่ยว คาเฟ่ ไปจนถึงการออกกำลังกาย HUAWEI FreeBuds Neo พร้อมเข้ามาเติมเต็มทั้งในแง่ของแฟชั่นแอ็กเซสเซอรีเสริมลุคประจำวัน และหูฟังคู่ใจที่มอบความเพลิดเพลินได้ในทุกจังหวะชีวิต

ยกระดับความเงียบสงบด้วย Pro-Level AI Adaptive Noise Cancellation ตัดเสียงรบกวนอัจฉริยะ ใส่สบายตลอดวัน
HUAWEI FreeBuds Neo พัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองในพื้นที่ที่มีเสียงรบกวนหนาแน่น โดยนำสถาปัตยกรรมการตัดเสียงรบกวนแบบช่องสัญญาณคู่ (Dual-Channel Noise Cancellation Architecture) มาใช้เป็นครั้งแรก ทำงานร่วมกับชิปเสียงเจเนอเรชันที่ 3 (Third-Gen Audio Chip) ที่ตรวจจับเสียงรบกวนได้เร็วถึง 400,000 ครั้งต่อวินาที มอบประสิทธิภาพการตัดเสียงรบกวนได้สูงสุดถึง 55 dB และเฉลี่ยในทุกย่านความถี่ถึง 30 dB[1] ช่วยตัดเสียงรบกวนบนรถไฟฟ้า BTS, MRT หรือเสียงจอแจในร้านกาแฟได้อย่างหมดจด โดยอัลกอริทึม Adaptive Noise Cancellation จะปรับระดับการตัดเสียงรบกวนตามสภาพแวดล้อมจริงแบบเรียลไทม์เพื่อตัดปัญหาความดันอื้อในช่องหู พร้อมฟีเจอร์ AI Conversation Awareness ที่ลดเสียงเพลงลงอัตโนมัติเมื่อเริ่มสนทนา นอกจากนี้ ยังรองรับระบบตัดเสียงรบกวนสนทนาคมชัดสองทาง (Stable & Clear Two-Way Calls) ด้วยไมโครโฟน 3 ตัว เซนเซอร์กระดูก VPU และระบบ AI DNN แยกเสียงพูดออกจากเสียงบรรยากาศได้อย่างแม่นยำ แม้อยู่ในที่เสียงดังถึง 95 dB หรือปะทะลมแรงสูงสุด 9 เมตรต่อวินาที[2]
เชื่อมต่อระยะไกลและสลับ 2 อุปกรณ์ข้ามระบบปฏิบัติการ
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการมอบอิสระในการใช้งานอย่างไร้รอยต่อผ่านระบบ Cross-OS Dual-Device Connection รองรับการเชื่อมต่อพร้อมกัน 2 อุปกรณ์และสลับการใช้งานระหว่างระบบปฏิบัติการ iOS, Android และ Windows ได้อย่างลื่นไหล ไม่สะดุดระหว่างการทำงานและความบันเทิง ครอบคลุมพื้นที่ได้กว้างถึง 100 ตารางเมตร[3] หมดปัญหาเรื่องสัญญาณหลุดเมื่อวางสมาร์ทโฟนทิ้งไว้ในห้องอื่น ยิ่งไปกว่านั้น ยังมาพร้อมฟังก์ชัน Head Control อัจฉริยะ[4] ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถสั่งการรับสายหรือปฏิเสธสายเรียกเข้าได้แบบแฮนด์ฟรี เพียงแค่ขยับพยักหน้าหรือส่ายศีรษะเบา ๆ เท่านั้น
ดื่มด่ำพลังเสียงสมจริงเสมือนฟังสด Authentic Live Sound
ในมิติของเสียง HUAWEI FreeBuds Neo ติดตั้งไดรเวอร์ All-new Turbo Driver Unit พร้อมโครงสร้างระบายแรงดันอากาศหลายช่องทาง ตอบสนองย่านความถี่กว้างพิเศษตั้งแต่เสียงเบสทุ้มลึก 10 Hz ไปจนถึงเสียงแหลมโปร่งสบาย 48 kHz รองรับการส่งสัญญาณเสียงไร้สายความละเอียดสูงแบบ Lossless สูงสุดถึง 2.3 Mbps[5] เมื่อใช้งานร่วมกับอุปกรณ์หัวเว่ย และรองรับโค้ดดิ้ง LDAC สูงสุด 990 kbps การันตีคุณภาพระดับ Hi-Res Audio Wireless และ HWA รวมถึงเทคโนโลยี Unlimited Spatial Audio[6] มอบมิติเสียง 3 มิติโอบล้อมรอบทิศทาง 360 องศาโดยไม่จำกัดค่ายอุปกรณ์ และยังมีโหมด Pinpoint Game Audio เอาใจสายเกมเมอร์ที่ช่วยขับเน้นเสียงฝีเท้าและทิศทางเสียงในเกม FPS ให้คมชัดแม่นยำยิ่งขึ้น

ดีไซน์มินิสุดชิค สวมใส่เบาสบายตลอดวัน พร้อมลุยทุกกิจกรรม
HUAWEI FreeBuds Neo ได้รับการออกแบบตามหลักการกระจายแรงกดแบบสรีรศาสตร์ เพื่อลดแรงกดทับบริเวณช่องหู ตัวก้านหูฟังเป็นแบบ Light Mini Stem ขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบาเพียง 4.8 กรัม[7]ต่อข้าง หลีกเลี่ยงการเสียดสีกับเครื่องประดับได้อย่างลงตัว ตัวเคสชาร์จทรงไข่โค้งมนเรียบหรู จับกระชับมือและพกพาง่าย โดยมีให้เลือกถึง 4 เฉดสีที่สะท้อนสไตล์เฉพาะตัว ได้แก่ Stellar Silver, Nebula Pink, Ice White และ Starry Black ตัวหูฟังรองรับมาตรฐานกันละอองน้ำและฝุ่นระดับ IP55[8] พร้อมแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่องสูงสุด 10 ชั่วโมงต่อการชาร์จ และใช้งานร่วมกับเคสได้นานสูงสุดถึง 40 ชั่วโมง[9]
HUAWEI FreeBuds Neo เตรียมเปิดให้เป็นเจ้าของก่อนใครแบบเอ็กซ์คลูซีฟผ่านทาง HUAWEI TikTok Shop (@huaweimobile_th) ตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายนนี้ และจะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 10 พฤษจิกายน ในราคาสุดพิเศษช่วงเปิดตัวเพียง 2,999 บาท (จากราคาเต็ม 3,999 บาท) พร้อมมอบความอุ่นใจด้วยสิทธิ์ Loss Care ซื้อหูฟังข้างเดียวในราคาลด 50% ได้ 1 ครั้ง ภายใน 1 ปี กรณีสูญหายหรือเสียหายจากอุบัติเหตุ[10]
ติดตามรายละเอียดราคาจำหน่ายในประเทศไทย โปรโมชันเปิดตัว และช่องทางการจำหน่ายผ่านหน้าร้าน HUAWEI Experience Store, ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการ รวมถึงช่องทางออนไลน์ HUAWEI Store, Lazada, Shopee และ TikTok Shop พร้อมติดตามข่าวสารและโปรโมชั่นอื่นๆ ได้ทาง เว็บไซต์ และ เฟซบุ๊ก รวมถึงข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้าและบริการ เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน My HUAWEI บน AppGallery
สำหรับแฟน ๆ ของ “ฟอส-บุ๊ค” เตรียมพบกับกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ Lucky Fan เร็ว ๆ นี้ ติดตามรายละเอียดได้ทาง HUAWEI Thailand Official Social Media
#HUAWEIFreeBudsNeo #HUAWEIFreeBudsNeoxForceBook #NoiseOffEnergyOn #หูฟังน้องไข่
[1] ข้อมูลประสิทธิภาพการตัดเสียงรบกวนลึกสูงสุด 55 dB และค่าเฉลี่ย 30 dB มาจากการทดสอบในห้องปฏิบัติการของหัวเว่ย ประสิทธิภาพการตัดเสียงรบกวนจริงอาจแตกต่างกันไปตามขนาดและสรีระช่องหูของผู้สวมใส่ ขนาดของจุกหูฟัง ท่าทางการสวมใส่ และสภาพแวดล้อมรอบข้าง
[2] ข้อมูลมาจากห้องปฏิบัติการของหัวเว่ย ประสิทธิภาพการตัดเสียงรบกวนการสนทนาจริงอาจแตกต่างกันไปตามขนาดเสียงรอบข้าง สภาพแวดล้อม และมุมทิศทางของลม
[3] ข้อมูลมาจากห้องปฏิบัติการของหัวเว่ย ระยะเชื่อมต่อ 170 เมตรทดสอบในพื้นที่โล่งแจ้งไม่มีสิ่งกีดขวาง และความครอบคลุมพื้นที่ 100 ตร.ม. ทดสอบในสภาพแวดล้อมจำลองภายในอาคาร ประสิทธิภาพจริงอาจแตกต่างกันตามโครงสร้างผนัง วัสดุก่อสร้าง และคลื่นสัญญาณรบกวนในพื้นที่
[4] จำเป็นต้องเปิดใช้งานและตั้งค่าผ่านแอปพลิเคชัน HUAWEI Audio Connect ก่อนใช้งาน
[5] ต้องใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟนของหัวเว่ยรุ่นที่รองรับ และไฟล์เพลงต้องอยู่ในฟอร์แมตความละเอียดสูงระดับ Lossless ที่รองรับเท่านั้น
[6] ประสบการณ์เสียงรอบทิศทางอาจแตกต่างกันไปตามประเภทคอนเทนต์ อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ และแอปพลิเคชันที่ใช้งาน
[7] ข้อมูลมาจากห้องปฏิบัติการของหัวเว่ย (Huawei Lab) น้ำหนักจริงของผลิตภัณฑ์อาจแตกต่างกันเล็กน้อยขึ้นอยู่กับกระบวนการผลิตและการตั้งค่า
[8] มาตรฐานการกันน้ำและกันฝุ่น IP55 มีผลเฉพาะตัวหูฟังเท่านั้น ไม่รวมถึงตัวเคสชาร์จ ประสิทธิภาพการกันน้ำและฝุ่นอาจลดลงตามการสึกหรอจากการใช้งานตามปกติ ผลิตภัณฑ์นี้ไม่สามารถกันน้ำได้ในระดับการแช่น้ำหรือใส่ว่ายน้ำ และไม่ควรชาร์จไฟในขณะที่อุปกรณ์เปียกชื้น
[9] ข้อมูลมาจากห้องปฏิบัติการของหัวเว่ย ทดสอบที่ระดับเสียง 50% และเล่นไฟล์เสียงรูปแบบ AAC เมื่อปิด ANC หูฟังใช้งานได้นานสูงสุด 10 ชั่วโมง (และ 40 ชั่วโมงเมื่อรวมเคส) เมื่อเปิด ANC หูฟังใช้งานได้นานสูงสุด 6.5 ชั่วโมง อายุการใช้งานจริงอาจแตกต่างกันตามระดับเสียง แหล่งกำเนิดเสียง สภาพแวดล้อม และพฤติกรรมการใช้งาน
[10] ข้อกำหนดและเงื่อนไข: การรับประกัน APAC สำหรับ FreeBuds Neo ใช้ได้เฉพาะในประเทศไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ฮ่องกง มาเก๊า เวียดนาม กัมพูชา ญี่ปุ่น เกาหลี และสิงคโปร์เท่านั้น
วันที่ : 31/10/2569





